ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ•ตอนที่ 7

ดวลฝีมือครั้งที่หนึ่ง

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ฉันบอกแล้วไงคะว่าชิ้นงานนี้... มันดูไร้รสนิยมสิ้นดี" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลที่จงใจเน้นย้ำทุกพยางค์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่สไตล์มินิมอล บรรยากาศรอบกายของ รินรดา อดีตดีไซเนอร์ผู้เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน บัดนี้กลับระอุไปด้วยพลังอำนาจที่เงียบเชียบแต่น่าเกรงขาม เธอนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะกระจกนิรکاری นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนแท็บเล็ตแสดงผลงานคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ‘Rebirth of Vanilla’ ที่เธอตั้งใจออกแบบขึ้นมาเพื่อตบหน้าพวกเหลือบไรในวงการแฟชั่นโดยเฉพาะ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตาสายตาดีไซน์เฉี่ยวชำเลืองมองร่างระหงของศิรินทร์—อดีตเพื่อนร่วมงานผู้ขโมยผลงานชิ้นเอกของเธอไปชุบตัว—ที่ยืนหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องล่างด้วยความรู้สึกสะใจลึกๆ "คุณรินรดาคะ... แต่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเราต้องการความหรูหราแบบดั้งเดิม ไม่ใช่แนวขบถกัดจิกสังคมแบบนี้!" ศิรินทร์พยายามเค้นเสียงคัดค้าน แม้ริมฝีปากที่ทาลิปสติกสีแดงเพลิงจะสั่นระริกจนปิดไม่มิด รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่หวานหยดแต่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "นั่นแหละค่ะคือปัญหาของคนรุ่นเก่าที่สมองตายด้านไปแล้ว คุณศิรินทร์ถึงได้แยกแยะไม่ออกระหว่าง 'งานศิลปะที่กลั่นจากจิตวิญญาณ' กับ 'ขยะก๊อปปี้ที่ลอกเขามาทั้งดุ้น'... แบรนด์ของท่านประธานคินน์ไม่ได้สร้างมาเพื่อรองรับรสนิยมตลาดล่างแบบที่คุณคุ้นเคยหรอกนะคะ" ทันทีที่ชื่อของ คินน์ อัครเดโช ถูกเอ่ยอ้าง บรรยากาศในห้องประชุมก็แทบหยุดหายใจ ทุกสายตาต่างเหลือบมองไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่หัวโต๊ะ ร่างของคินน์จมอยู่ในเงาสลัวของแสงไฟสีส้มอ่อน ใบหน้าหล่อเหลาราวกับประติมากรรมกรีกโบราณเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองรินรดาด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก—มีความพึงพอใจ มีความท้าทาย และมีความดุดันของนักล่าที่พร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่ขวางหน้า คินน์ไม่ได้เอ่ยปากตำหนิสักคำ เขากลับยกแก้วกาแฟดำขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงกระทบโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* "รินรดาพูดถูก" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาคณะกรรมการบริหารทุกคนถึงกับสะดุ้ง "โปรเจกต์นี้ให้เธอเป็นคนตัดสินใจเด็ดขาด ใครมีปัญหาเชิญลาออกไปได้เลย... เพราะบัญชีเงินลงทุนสามร้อยล้านที่ใช้ขับเคลื่อนแบรนด์นี้ มาจากกระเป๋าของผม และหัวใจของเธอ" ศิรินทร์หน้าถอดสี ร่างบางเซถอยหลังไปชนมุมโต๊ะจนเอกสารในมือร่วงหล่นกระจาย ความอัปยศอดสูแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักว่า ตนเองกลายเป็นเพียงตัวตลกไร้ค่าในสนามประลองแฟชั่นครั้งนี้ ขณะที่รินรดากลับยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะผู้กุมชะตา "เอาล่ะค่ะ" รินรดายิ้มหวานหยดหยาดเยิ้ม เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองทีมการตลาดที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธอในอดีต "ถ้าเช่นนั้น เรามาเริ่มการทดสอบตลาดกันเลยดีกว่าค่ะ... เริ่มจากปล่อยทีเซอร์คอลเลกชันนี้ลงแพลตฟอร์มหลักในอีกห้าวินาทีข้างหน้า" นิ้วเรียวกดปุ่มส่งคำสั่งด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าในวินาทีที่หน้าจอประเมินผลยอดจองล่วงหน้ากำลังจะกระพริบขึ้นนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากระบบการเงินส่วนกลางของตึกก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมๆ กับประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการสื่อสิ่งพิมพ์ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็น "ช้าก่อนครับท่านประธานคินน์... เกรงว่าคอลเลกชันใหม่ของคุณรินรดา จะไม่มีวันได้วางแผงหรอกนะครับ เพราะลิขสิทธิ์ผ้าไหมทอมือทั้งหมด ถูกบริษัทผมกว้านซื้อไว้เรียบร้อยแล้ว!" ดวงตาของรินรดาหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของเธอยังคงประดับอยู่ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน คินน์หันไปสบตากับหญิงสาวทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ทั้งคู่รู้ดีว่านี่คือเกมสงครามระลอกใหม่ที่กำลังจะปะทุขึ้นอย่างดุเดือด ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%