กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟเอสเพรสโซช็อตเข้มข้นที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อนราคาแพงระยับ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความกดดันภายในห้องสูทวีไอพีของโรงแรมระดับเจ็ดดาวแห่งนี้เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของชายหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ นิ่งสนิท ทว่ากลับแฝงไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้คนมองแทบหยุดหายใจ คินน์ อัครเดโช... ผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงการเงินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ กำลังโน้มตัวลงมาหาเธอเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจ
"คุณมองหน้าผมนานเกินไปแล้วนะ รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่น่าเกรงขามเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรีบดึงสติกลับมาแล้วเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนความหวั่นไหว มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่จะยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้ใครง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว หลังจากถูกศิรินทร์และคนพวกนั้นหักหลังอย่างไร้ความปรานี โลกใบนี้สอนให้เธอรู้ว่าความอ่อนแอคือตั๋วขาเดียวสู่ความพินาศ
"ฉันไม่คิดว่าคนระดับประธานคินน์ จะมีเวลาว่างมาสนใจดีไซเนอร์ตกอับที่ไม่มีแม้แต่สตางค์จะจ่ายค่ากาแฟแก้วนี้หรอกนะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองตอบด้วยแววตาท้าทาย ความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองที่เคยถูกเหยียบย่ำ ถูกดึงกลับมาสวมใส่ใหม่อีกครั้งราวกับเกราะป้องกันตัว
คินน์กระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงเสน่ห์และอันตรายในเวลาเดียวกัน เขาทิ้งตัวพิงพนักโซฟาหนังแท้ ไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเสือร้ายที่กำลังมองเหยื่อสาวพยายามตะปบกรงเล็บใส่
"ดีไซเนอร์ตกอับงั้นเหรอ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงเจือแววเย้ยหยันจางๆ "คนที่ถูกขโมยผลงานจนหมดตัว ถูกเหยียบย่ามศักดิ์ศรีจนกลายเป็นตัวตลกในสังคม แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย... น่าสนใจดีนี่"
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกไม่สบอารมณ์ที่ถูกอ่านทะลุปรุโปรดได้ง่ายดายนัก "ถ้าคุณไม่ได้มีธุระอะไรสำคัญ ฉันขอตัวค่ะ พอดีฉันมีนัดต้องไป... ไปทำลายชีวิตใครบางคนคืนนี้" เธอกล่าวเสียงเรียบ เตรียมจะลุกขึ้นยืน
"นั่งลงซะ" คำสั่งสั้นๆ ทว่าเด็ดขาดและเต็มไปด้วยอำนาจ พรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของชายหนุ่ม พร้อมๆ กับเอกสารแฟ้มสีดำสนิทที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้าเธอ "ถ้าเธอลุกออกไปจากห้องนี้ตอนนี้ เธอก็จะเป็นแค่ 'อีตัวตลก' ที่ไม่มีใครจดจำ แต่ถ้าเธอเปิดแฟ้มนี้อ่าน... ฉันจะทำให้คนที่เหยียบย่ำเธอ คุกเข่าร้องขอชีวิตแทบเท้าเธอภายในเจ็ดวัน"
รินรดาชะงัก ฝ่ามือที่ดันพื้นโต๊ะค้างไว้ ดวงตาคู่สวยมองแฟ้มเอกสารสลับกับใบหน้าหล่อเหลาคมคายของคินน์ ความโลภหรือความแค้นกระโจนเข้าใส่หัวใจเธอทันที มันคือข้อเสนอที่หอมหวานราวกับผลไม้ต้องห้ามจากซาตาน ทว่าเธอกลับฉลาดพอที่จะรู้ว่า ของฟรีไม่มีในโลก
"แล้วฉันต้องแลกด้วยอะไรคะ?" รินรดากลับมานั่งลง ช้อนตาขึ้นมองเขาตรงๆ "นักธุรกิจใหญ่อย่างคุณ คงไม่ใจดีลงทุนกับคนไม่มีค่าโดยไม่หวังผลตอบแทนหรอกจริงไหมคะ ประธานคินน์"
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาพึงพอใจฉายชัดขึ้นเป็นครั้งแรก "ฉลาดมาก... สิ่งที่ผมต้องการจากคุณไม่ใช่ร่างกาย หรือเงินทอง แต่คือ 'ความแค้น' ที่คุณมี" เขาเว้นจังหวะ เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้เธออีกครั้งจนได้กลิ่นอายบุรุษเพศจางๆ "ผมต้องการให้คุณใช้ฝีมือที่คุณมี เหยียบย่ำชื่อเสียงของศิรินทร์และตระกูลวรโชติให้จมดิน ในฐานะ 'ผู้นำ' คนใหม่ของวงการแฟชั่นภายใต้เครืออัครเดโช ส่วนผม... จะเป็นคนถือหางเสือและเคลียร์เส้นทางทั้งหมดให้คุณเอง"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น ข้อเสนอของเขาไม่ใช่แค่การแก้แค้นธรรมดา แต่มันคือการยกฐานะเธอกลับขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร แบบที่ศิรินทร์ไม่มีวันเอื้อมถึงอีกตลอดกาล
"ทำไมต้องเป็นฉันคะ?" เธอยังคงถามเพื่อความแน่ใจ ในเมื่อดีไซเนอร์เก่งๆ มีถมไป
"เพราะศิรินทร์ขโมยผลงานของเธอมาสร้างชื่อ... และผมเกลียดที่สุดคือพวกขโมย" คินน์ตอบเสียงเย็นเยียบ แววตาดุดันฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยดังเดิม "ว่ายังไงล่ะ รินรดา จะรับข้อเสนอจากปีศาจตนนี้ หรือจะกลับไปเป็นหมาข้างถนนที่รอวันตาย?"
รินรดานิ่งเงียบไปชั่วขณะ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความเจ็บช้ำ น้ำตา และความแค้นที่สุมอกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ชีวิตเนี้ยบๆ พังทลายไปหมดแล้ว การคว้ามือปีศาจตนนี้ อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เธอกลับมามีลมหายใจอย่างมีศักดิ์ศรี
เรียวปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้ม ทว่ากลับเย็นชาและร้ายลึกจนน่ากลัว เธอยื่นมือเรียวไปเปิดแฟ้มสีดำออกอย่างไร้ความลังเล เอกสารภายในคือสัญญาร่วมทุนมูลค่ามหาศาล และรายชื่อหุ้นส่วนของศิรินทร์ที่กำลังจะล้มละลายในกำมือของคินน์
"ยินดีที่ได้ร่วมงานค่ะ... เจ้านาย" รินรดาเอ่ยเสียงหวานหยาดเยิ้ม เธอยื่นมือไปตรงหน้าเขา เพื่อทำสัญญาลูกผู้ชาย
คินน์มองมือเรียวนั้นด้วยแววตาลุ่มลึก เขายื่นมือหนาไปกุมมือเธอไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนถ่ายทอดเข้าหากัน ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะบรรลุข้อตกลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องสูทจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาคนสนทรของคินน์ที่มีสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางห้องเสื้อของศิรินทร์ประกาศกร้าวกลางงานแฟชั่นวีคคืนนี้ว่า 'รินรดา' คือนักออกแบบไร้ฝีมือที่แอบอ้างผลงานของเธอ และตอนนี้สื่อกำลังไลฟ์สดประจานคุณรินรดาทั่วประเทศแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บไปด้วยกันนะคะ!
ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ•ตอนที่ 2
ข้อเสนอจากปีศาจ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!