แฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดเข้าใส่ใบหน้าของรินรดา ราวกับฝูงหิ่งห้อยพิษที่จงใจแผดเผาตัวตนของเธอให้มอดไหม้ เสียงชัต터รัวเป็นระลอกราวกับเสียงปรบมือเยาะเย้ยในงานศพที่จัดขึ้นทั้งที่เธอยังมีลมหายใจ รันเวย์แฟชั่นวีคระดับประเทศที่เคยเป็นดั่งเวทีแห่งความฝัน บัดนี้แปรสภาพเป็นลานประหารกลางแจ้งที่ทุกคนพร้อมใจกันก้มหัวให้แก่ "ผู้ชนะ" ตัวปลอม
"รินรดา คุณกล้าดียังไงเอาผลงานระดับมาสเตอร์พีชของฉันไปอ้างว่าเป็นของเธอ!"
เสียงกรีดแหลมสูงของศิรินทร์ดังทะลุกระหึ่มลำโพงฮอลล์ ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยรอยยิ้มแสนหวาน บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความสะใจและหยาดน้ำตาปลอมๆ ที่เรียกความสงสารจากสื่อมวลชนได้อย่างง่ายดาย ศิรินทร์ในชุดเดรสโอตกูตูร์สีขาวบริสุทธิ์—ชุดที่ถูกเย็บขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและปลายนิ้วที่พรุนไปด้วยรอยเข็มของรินรดาเอง—กำลังยืนกุมมือสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า บعดขยี้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
รินรดายืนนิ่งอยู่กลางเวที ปลายนิ้วมือทั้งสองข้างเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก เธอมองหน้าเพื่อนสนิทที่คบหากันมาห้าปี ศิรินทร์คนที่ไม่เคยร่างแบบเสื้อผ้าได้แม้แต่เส้นเดียว กลับยืนอยู่ตรงนั้น สวมมงกุฎแห่งความสำเร็จที่ขโมยไปจากหัวใจของเธออย่างหน้าตาเฉย
"ผลงานชุด 'ราตรีดารา' เป็นของฉันค่ะ... ฉันใช้เวลาออกแบบมันสามเดือนเต็ม" รินรดาเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิรินทร์ ราวกับจะกรีดรอยแผลเป็นให้ปรากฏแก่สายตาคนทั้งโลก
"3 เดือนเหรอ? รินรดา เธออย่ามาหน้าด้านให้มันมากนักเลยนะ!"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจของ ‘ภาคิน’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้สนับสนุนหลักของแบรนด์ดัง เอ่ยแทรกขึ้นด้วยความรังเกียจ สายตาที่เขามองรินรดานั้นเย็นชาไร้ความปรานี ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลที่เปื้อนอยู่บนพื้นรองเท้า
ภาคินก้าวขึ้นมาบนรันเวย์ ยืนเคียงข้างศิรินทร์ราวกับอัศวินปกป้องเจ้าหญิง เขาปรายตามองรินรดาด้วยความดูแคลน ก่อนจะโยบบัตรพนักงานและเอกสารสิทธิ์การออกแบบลงแทบเท้าเธอ
"หลักฐานทุกอย่างทางดิจิทัลและลายมือชื่อจดลิขสิทธิ์เป็นของศิรินทร์ เธอมันก็แค่ดีไซเนอร์ตกอับที่หมดไฟ จนต้องมาขโมยผลงานของเพื่อนร่วมงานเพื่อต่อลมหายใจ ทางบริษัทตัดสินใจแล้ว... ไล่เธอออก! และเราจะดำเนินคดีข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ให้ถึงที่สุด!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นในฮอลล์ สายตานับร้อยคู่ที่มองมาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม รินรดากวาดสายตามองหน้าคนเหล่านี้ คนที่เคยชื่นชมผลงานของเธอ คนที่เคยเอ่ยปากยกย่องว่าเธอคืออัจฉริยะแห่งวงการแฟชั่น แต่ในวินาทีที่เธอก้าวพลาด—หรือถูกผลักให้ตกหน้าผา—ไม่มีใครสักคนยื่นมือมาช่วย มีเพียงรอยยิ้มสมเพชและเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
มุมปากของรินรดาค่อยๆ ยกย่องขึ้น รอยยิ้มที่ปรากฏบนเรียวปากบางเฉียบนั้นไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความพ่ายแพ้ แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำให้ศิรินทร์ถึงกับผวาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวด ความผิดหวัง และความโกรธเกรี้ยว ทั้งหมดถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความเยือกเย็นลึกล้ำที่น่ากลัว
ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองภาคินและศิรินทร์สลับกันอย่างพิจารณา ราวกับกำลังมองตัวตลกที่กำลังเต้นระบำอยู่บนกองเพลิงที่ตัวเองจุดขึ้น
"ไล่ออกเหรอคะ? ดำเนินคดีเหรอ?" รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันдали "พวกคุณคิดจริงๆ หรือคะว่า... 'ขยะ' ชิ้นนี้ มันไม่มีค่าอะไรเลย?"
"รินรดา! อย่ามาทำปากดีนะ เธอมันก็แค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ที่ฉันเมตตาให้มาช่วยงาน!" ศิรินทร์แผדเสียงกรีดร้องด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นว่ารินรดาไม่มีทีท่าว่าจะคุกเข่าร้องขอชีวิตอย่างที่ควรจะเป็น
"เมตตาเหรอ? ศิรินทร์... จำใส่สมองกลวงๆ ของเธอเอาไว้ให้ดี ว่าโครงร่างเสื้อผ้าทุกเส้น ลายปักทุกจุด และจิตวิญญาณของชุดนี้ มันเกิดจากหยาดเหงื่อของฉัน! ในเมื่อพวกคุณอยากได้มันนัก ก็เอาไปเถอะค่ะ... เพราะของปลอม ต่อให้เอาเพชรมาประดับจนเต็มชุด มันก็ยังเป็นได้แค่เศษผ้าขี้ริ้วราคาถูกวันยังค่ำ!"
รินรดาก้มลงหยิบเอกสารสิทธิ์ที่ถูกโยนลงบนพื้นขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ ด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับเธือกำลังถือครองบัลลังก์ ไม่ใช่ใบประกาศไล่ออก เธอไม่แม้แต่จะชายตากลับไปมองหน้าใครอีก เดินหันหลังให้แสงแฟลชและเสียงก่นด่าด้วยสเต็ปการเดินที่มั่นคง ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งฮอลล์
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดาก้าวพ้นประตูเหล็กของฮอลล์แฟชั่นออกมาสู่ลานจอดรถกว้างขวางยามค่ำคืน ลมหนาวก็พัดปะทะร่างบางจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมา
ชีวิตห้าปีที่เธอทุ่มเทให้วงการนี้ พังทลายลงในพริบตาเดียว... เงินติดบัญชีไม่ถึงหลักพัน ห้องเช่าเก่าๆ ที่ใกล้หมดสัญญา และข้อหาอาชญากรทางลิขสิทธิ์ที่พร้อมจะทำลายอนาคตของเธอให้ย่อยยับ
บรึ้มมม—!
เสียงเครื่องยนต์ทรงพลังระดับซูเปอร์คาร์ดังกระหึ่มก้องลานจอดรถ ตามมาด้วยแรงลมมหาศาลที่ตีวงกว้างจนเส้นผมของรินรดาปลิวสยาย เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำสนิท ลายพรางโลโก้ตระกูลดังที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ค่อยๆ ลดระดับลงจอดบนลานจอดพิเศษอย่างอุกอาจ ไร้ซึ่งเกรงใจสถานที่ราชการหรือห้างสรรพสินค้าแห่งนี้
ประตูห้องโดยสารเปิดออกพร้อมกับเรียวขายยาวในกางเกงสแลคเข้ารูปของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ ร่างนั้นก้าวลงมาด้วยรัศมีแห่งอำนาจที่กดทับจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักขึ้นด้วยความสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นเยชาและดุดันราวกับพญาอินทรีที่มองเหยื่อ แต่วินาทีที่สายตาคู่นั้นกวาดมาเจอหญิงสาวร่างบางที่ยืนโดดเดี่ยวอยู่ริมเสาไฟ—
คินน์ อัครเดโช ขมวดคิ้วมุ่น ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาหารินรดาด้วยความเร็วที่ทำเอาบอดี้ガードชุดสูทสีดำด้านหลังวิ่งตามแทบไม่ทัน
รินรดายังไม่ทันได้ตั้งตัว ข้อมือเล็กก็ถูกมือหนาคว้าหมับไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างปิดไม่มิด
"ใครมันกล้าทำให้ผู้หญิงของฉันต้องมายืนตากฝุ่นร้องไห้อยู่ตรงนี้?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นด้วยความเหี้ยมเกรียม ดวงตาดุดันกวาดมองไปทางประตูทางออกฮอลล์แฟชั่นด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง ก่อนที่คินน์จะหันกลับมาจ้องรินรดาด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและคาดคั้น
"บอกชื่อพวกมันมา... รินรดา" คินน์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหีบปากบาง น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่น่าเกรงขามจนหัวใจของเธอเต้นระรัว "ภายในสิบนาทีนี้ ฉันจะซื้อบริษัทแฟชั่นเฮาส์บ้าบอพวกนั้น แล้วสั่งรื้อทิ้งให้ราบคาบ เพื่อให้เธอได้เหยียบย่ำพวกมันคืน... ดีไหม?"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจอันไร้ขีดจำกัดของชายหนุ่ม...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความสะใจในบทแรกนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ•ตอนที่ 1
จุดตกต่ำบนรันเวย์
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังปะทะดีไซเนอร์ตกอับ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!