“อย่าเพิ่งเปิดฟัง... อรุณ”
เสียงของกวินไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังเก่าๆ ในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์นับสิบ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ซองจดหมายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊ก—วัตถุชิ้นเดียวที่ดูแปลกแยกจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รอบตัว ราวกับเป็นระเบิดเวลาที่รอจังหวะทำงาน
อรุณขยับมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นเยียบจากอากาศในห้องทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปถึงกระดูก เขาเพิ่งกลับมาจากย่านสลัม ความรู้สึกที่ว่า ‘ใครบางคน’ กำลังเฝ้ามองเขาจากมุมมืดในบ้านยังคงหลอกหลอน แต่ในขณะนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า
“มันส่งมาถึงมือผมที่บ้านกวิน” อรุณเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่า “ไม่ใช่ที่ทำงาน ไม่ใช่สถานีตำรวจ แต่มันคือที่ที่ผมคิดว่าปลอดภัยที่สุด”
กวินถอดแว่นสายตาออก วางมันลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอรุณ แววตาของอัจฉริยะไอทีผู้นี้ไม่มีความอบอุ่น มีเพียงความเย็นชาที่คำนวณทุกความเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว “ปลอดภัย? ในโลกของพวกเรา คำนี้เป็นแค่เรื่องตลกที่แต่งขึ้นมาปลอบใจตัวเองเท่านั้นแหละครับ ร้อยตำรวจเอก”
อรุณไม่ตอบ เขาใช้มีดพกกรีดซองจดหมายอย่างใจเย็น ด้านในมีเพียงเทปคาสเซ็ทเทปยี่ห้อเก่าแก่รุ่นที่ไม่มีการผลิตมานับสิบปี สายเทปสีดำมืดมิดขดตัวอยู่ในกรอบพลาสติกราวกับงูพิษที่จำศีล
เขาสอดเทปเข้าไปในเครื่องเล่นโบราณที่กวินเตรียมไว้ให้ เสียงกลไกเฟืองหมุนดัง ‘แก๊ก’ เบาๆ ในความเงียบที่กดดัน กวินโน้มตัวเข้ามาใกล้ จอคอมพิวเตอร์ทุกจอเบื้องหลังเริ่มรันกราฟคลื่นความถี่เสียงโดยอัตโนมัติ
“เตรียมตัวให้ดีนะครับ ถ้ามันมีกับดักเชิงจิตวิทยาเหมือนที่ผ่านๆ มา คุณต้องไม่ปล่อยให้จังหวะหัวใจคุณนำหน้าสมอง” กวินเตือน
อรุณกดปุ่ม ‘Play’
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอยู่สามวินาที ก่อนที่จะมีเสียง ‘ซ่า’ ของคลื่นแทรกดังขึ้นสลับกับเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง ราวกับใครบางคนกำลังยืนจ่อไมโครโฟนอยู่หลังกำแพง แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้น... เป็นเสียงสังเคราะห์ที่ถูกบิดเบือนจนจำเค้าเดิมไม่ได้
*“อรุณ... กลิ่นอายของความตายในสลัมคืนนั้น... หอมหวานพอที่จะปลุกอดีตของคุณให้ตื่นขึ้นมาหรือยัง?”*
หัวใจของอรุณเต้นกระตุก เขาจำเสียงนั้นไม่ได้ แต่น้ำเสียงที่เหยียดหยามนั้นกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากลงไปในหลุมศพเดิมที่เขาพยายามกลบฝังไว้
*“คุณคิดว่าคนใกล้ตัวคือศัตรู... นั่นน่ะถูกครึ่งเดียว แต่อีกครึ่งหนึ่ง... คุณกำลังกอดปีศาจไว้ในอ้อมอกโดยไม่รู้ตัว หันกลับไปมองสิ... เขาไม่ได้แค่ดูคุณฟังเทปนี้อยู่ แต่มันกำลังรอให้คุณทำความผิดพลาดครั้งสุดท้าย”*
เสียงในเทปเงียบไป อรุณกดปุ่มหยุดทันที เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ เขาหันขวับไปหากวินที่ยังคงนั่งนิ่งสนิท ใบหน้าของกวินเรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสะท้อนภาพของอรุณที่ดูแตกสลาย
“กวิน...” อรุณเรียกชื่อเพื่อนร่วมงานคนเดียวที่เขาไว้ใจที่สุด “คุณได้ยินไหม? มันหมายความว่ายังไงที่บอกว่า ‘หันกลับไปมอง’?”
กวินขยับตัวช้าๆ เขาเอื้อมมือไปกดคีย์บอร์ดรัวเร็ว กราฟคลื่นเสียงบนจอมอนิเตอร์เปลี่ยนเป็นรูปแบบที่ซับซ้อน “ผมกำลังวิเคราะห์ Layer ของเสียงครับ อรุณ แต่นี่มันแปลก... เสียงนี้ไม่ได้ถูกดัดด้วยโปรแกรมทั่วไป มันถูกดัดด้วยรหัสคณิตศาสตร์ที่ผมเองก็แทบจะแกะไม่ออก”
“ผมไม่ได้ถามถึงกราฟเสียง!” อรุณตวาดลั่น เขาลุกขึ้นยืน มือคว้าปืนพกข้างเอวโดยสัญชาตญาณ “ผมถามว่าคุณเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้! ทำไมมันถึงรู้ว่าผมอยู่ที่บ้าน? ทำไมมันถึงรู้เรื่องสลัม?”
กวินเงยหน้าขึ้น แสงจากหน้าจอสีฟ้าสะท้อนในตาเขาจนดูราวกับหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก เขายกมือขึ้นระดับอกอย่างใจเย็น “ใจเย็นๆ ครับ ร้อยตำรวจเอก ความหวาดระแวงจะทำให้คุณมองไม่เห็นความจริงที่อยู่ตรงหน้า ผมเป็นคนเรียกให้คุณมาที่นี่ไม่ใช่หรือไง? ถ้าผมเป็นพวกเดียวกับมัน ผมคงปล่อยให้คุณโดนเชือดที่บ้านไปแล้ว”
คำพูดของกวินมีตรรกะที่เถียงไม่ได้ แต่มันกลับทำให้ความสงสัยของอรุณพุ่งสูงขึ้นไปอีก ในฐานะนักจิตวิทยาอาชญากร เขาถูกสอนมาให้มองหา ‘การเบี่ยงเบน’ ของพฤติกรรม และท่าทีที่นิ่งเกินไปของกวินคือการเบี่ยงเบนที่ชัดเจนที่สุด
“ถอยหลังไปจากหน้าจอ” อรุณสั่ง เสียงปืนที่ปลดเซฟดัง ‘คลิก’ ชัดเจนในความเงียบ
กวินชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเขา—รอยยิ้มที่อรุณไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกกระดาน
“คุณฉลาดมากครับอรุณ แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ในขณะที่คนอื่นพยายามไขรหัสลับฆาตกร คุณลืมไปแล้วหรือว่า ‘รหัส’ ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในเทป...”
กวินกดปุ่ม ‘Enter’ ค้างไว้ หน้าจอทั้งหมดในห้องดับวืดลงพร้อมกัน เหลือเพียงไฟสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ ราวกับสัญญาณเตือนภัยของเรือดำน้ำที่กำลังจม
“แต่มันอยู่ในบ้านของคุณ... ในวินาทีที่คุณเดินออกจากประตูมา... คุณได้เปิดทางให้ใครบางคนเข้าไปในที่ที่คุณคิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว”
ประตูห้องทำงานของกวินถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนกรูเข้ามา พร้อมกับลำแสงเลเซอร์สีแดงที่จุดลงบนอกของอรุณนับสิบจุด
อรุณชะงักค้าง เขาจำคนกลุ่มนี้ได้—ทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ขึ้นตรงต่อสำนักงานใหญ่... หน่วยที่เขาเพิ่งทำเรื่องร้องเรียนเรื่องการทุจริตไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
ชายในชุดเกราะกันกระสุนก้าวออกมาข้างหน้า เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหัวหน้าทีมที่อรุณเคยร่วมงานด้วยบ่อยครั้ง ชายผู้นั้นชี้ปลายกระบอกปืนมาที่อรุณด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ร้อยตำรวจเอกอรุณ คุณถูกจับในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับฆาตกรต่อเนื่อง และฆาตกรรมเพื่อนร่วมงานในบ้านพักของคุณเอง... ทิ้งอาวุธลงเดี๋ยวนี้!”
อรุณหันกลับไปหากวินด้วยสายตาที่แตกสลาย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาต้องหยุดหายใจ... เพราะกวินหายไปแล้ว เหลือเพียงเก้าอี้เปล่า และกระดาษแผ่นเล็กที่แปะอยู่บนตัวเทปคาสเซ็ทที่เขากดหยุดไปเมื่อครู่
มันเขียนด้วยลายมือที่เขาจำได้แม่นยำ... ลายมือของพ่อเขาเองที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน
*‘เช็คกระเป๋าเสื้อข้างในของนายดูสิ... แล้วนายจะเข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่มีวันจบ’*
อรุณค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมที่เขาสวมมา นิ้วของเขาสัมผัสกับวัตถุเย็นเยียบและแข็งกระด้าง... มันไม่ใช่ปืน แต่มันคือนาฬิกาพกสีทองเก่าแก่ที่เขาเคยใส่ไว้ในโลงศพของพ่อในวันที่งานศพ... วันที่เขามั่นใจว่าเขาฝังมันลงไปใต้ผืนดินด้วยมือของตัวเอง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปกับผม แฟ้มคดีลับ007 แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย•ตอนที่ 14
เสียงจากความตาย
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!