“ถ้าคุณยังคิดจะใช้เพียงกฎหมายในการไล่ต้อนสัตว์ป่า คุณก็เตรียมตัวเป็นเหยื่อรายถัดไปได้เลยครับ ผู้กองอรุณ”
เสียงของกวินลอดผ่านหูฟังไร้สายที่อรุณสวมอยู่ มันเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด อรุณนั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่งบนถนนสายเปลี่ยว แสงไฟจากป้ายโฆษณาข้างทางสะท้อนผ่านกระจกหน้า กระทบดวงตาที่เหนื่อยล้าของเขาจนกลายเป็นเงาสะท้อนที่ดูว่างเปล่า
“คุณกำลังจะบอกให้ผมขายวิญญาณตัวเองหรือไงกวิน?” อรุณถามกลับ พลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบ กลิ่นควันจางๆ อบอวลอยู่ในห้องโดยสารที่ปิดสนิท
“คำว่าวิญญาณมันใช้ไม่ได้ผลหรอกครับในโลกของอาชญากรรมระดับนี้” กวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงคลิกคีย์บอร์ดที่รัวเร็วเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเขากำลังทำงานบางอย่างที่สั่นคลอนเสถียรภาพของความมั่นคงระดับประเทศอยู่ “ผมพบช่องโหว่ในเครือข่ายของ ‘เงามืด’ แล้ว แต่คนที่จะเปิดประตูบานนั้นได้ ไม่ใช่ตำรวจมือสะอาดอย่างคุณ”
อรุณขยี้บุหรี่กับที่เขี่ยบุหรี่จนดับสนิท เขามองไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กที่วางอยู่เบาะข้างๆ ซึ่งตอนนี้ปรากฏภาพใบหน้าของชายคนหนึ่ง—‘สิงห์’ อดีตนักฆ่ารับจ้างที่กลายเป็นผู้ให้ข่าวในตลาดมืดชายแดนตะวันตก
“สิงห์เหรอ? คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า กวิน” อรุณกัดฟันแน่น “หมอนั่นติดคุกอยู่สามปีด้วยข้อหาฆาตกรรมต่อเนื่อง แล้วคุณจะให้ผมไปติดต่อมันเนี่ยนะ? หลักฐานมันมัดตัวแน่นหนาเกินกว่าจะต่อรอง”
“เพราะมันมัดตัวแน่นไงครับ ผู้กอง เขาถึงต้องการทางออก” กวินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตื่นเต้น “เขารู้จักวิธีการเข้าถึงรหัสลับของฆาตกรเงื่อนตายดีกว่าใคร เพราะมันเป็นคนสอนเขาเอง ถ้าคุณต้องการปิดคดีนี้ให้ทันก่อนที่ ‘เหยื่อ’ รายต่อไปจะกลายเป็นคนใกล้ตัวคุณ... นี่คือโอกาสเดียว”
อรุณนิ่งเงียบ เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกับหยดน้ำฝนที่กระทบหลังคารถ ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวที่ถูกพรากไปในคืนที่ฝนตกเช่นนี้ย้อนกลับมาหลอกหลอน เขาเกลียดการทรยศต่ออุดมการณ์ แต่เขาก็เกลียดความพ่ายแพ้มากกว่า
“ที่ไหน?” อรุณเอ่ยถามด้วยเสียงที่แหบพร่า
“ที่เรือนจำกลางฝ่ายความมั่นคงพิเศษ ชั้นใต้ดิน โซนกักกันระดับสูง ผมได้จัดการเปลี่ยนตารางเวรยามให้คุณแล้ว คุณมีเวลาเพียงสี่สิบห้านาที ก่อนที่ระบบรักษาความปลอดภัยจะรีเซ็ตตัวเอง”
อรุณไม่รอช้า เขาเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปท่ามกลางม่านฝน รถยนต์คันสีดำกลืนหายไปกับความมืดมิดของเมืองใหญ่ ในใจของเขาไม่ได้มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะสืบคดี แต่มีความสับสนที่คุกรุ่นเหมือนไฟใต้ฟาง หากเขาทำพลาด ครั้งนี้ไม่ใช่แค่หน้าที่ที่จะสูญสิ้น แต่อาจหมายถึงชีวิตของเขาเองด้วย
เมื่อมาถึงเรือนจำ อรุณใช้บัตรผ่านที่กวินแฮ็กระบบส่งมาให้ ก้าวผ่านประตูเหล็กที่ส่งเสียงครืดคราดเสียดแทงประสาท กลิ่นอับชื้นและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่รุนแรงทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ ทางเดินยาวเหยียดที่ไร้ผู้คนเงียบงันจนได้ยินเสียงรองเท้าหนังของเขาที่กระทบพื้นหินปูนเป็นจังหวะที่น่าอึดอัด
เขาหยุดยืนหน้าห้องขังหมายเลข 404 ด้านในมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ สิงห์นั่งอยู่บนเตียงเหล็กในมุมมืดของห้อง ร่างกายที่ซูบผอมแต่แฝงไปด้วยพลังงานอันตรายเหมือนเสือร้ายที่บาดเจ็บ
“ตำรวจ?” สิงห์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามอง “คุกนี้เปลี่ยนไปเยอะนะ ที่ยอมส่งตำรวจมาหาฉันถึงในนี้แทนที่จะส่งเพชฌฆาตมาปิดปาก”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อปิดปากแก แต่ฉันมาเพื่อดีล” อรุณวางแฟ้มคดีที่รวบรวมข้อมูลดิบไว้บนโต๊ะเหล็กหน้ากรงขัง “เงื่อนตาย... ฉันรู้ว่าแกเห็นบางอย่างที่คนอื่นไม่เห็น”
สิงห์ลุกขึ้นช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ลูกกรง ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้ายบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก เขาขยับเข้ามาใกล้จนอรุณได้กลิ่นสาบของคนคุก แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับมีความหวาดกลัวบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“แกคิดว่าแกกำลังตามล่าฆาตกรอยู่เหรอ ผู้กอง?” สิงห์กระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าอรุณ “แกไม่ได้กำลังล่าสัตว์หรอก แกกำลังเดินเข้ากรงขังที่มันสร้างไว้ต่างหาก คนที่แฮ็กคอมพิวเตอร์ให้แก... คนที่คอยบอกทางแก... แกมั่นใจแค่ไหนว่ามันคือคนของคุณ?”
อรุณชะงัก สายตาเขาสบเข้ากับสิงห์อย่างไม่วางตา ความสงสัยเริ่มกัดกินจิตใจของเขาเหมือนสนิมที่เกาะกินเหล็ก แต่ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไรต่อ ไฟในเรือนจำทั้งหมดก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นสนั่นหวั่นไหว
เสียงรองเท้าบูทหลายคู่กระทบพื้นดังรัวมาจากโถงทางเดินด้านหลัง อรุณหันไปมอง เห็นเงาของชายชุดดำสามคนที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้า กำลังมุ่งหน้ามาที่ห้องขังของเขาด้วยอาวุธครบมือ ในขณะที่โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของเขาสั่นอย่างบ้าคลั่ง เป็นสายเรียกเข้าจากกวิน
“ผู้กอง! ถอยออกมาจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!” เสียงของกวินในสายเต็มไปด้วยความร้อนรน “พวกมันไม่ได้มาเพื่อคุณ... พวกมันมาเพื่อปิดปากพยาน! และที่แย่ไปกว่านั้น... พวกมันรู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”
ก่อนที่อรุณจะทันได้ขยับตัว กระสุนปืนนัดหนึ่งก็เจาะทะลุผ่านรูลูกกรง เฉียดใบหน้าของเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรจนเกิดแผลถลอก สิงห์คว้าคอเสื้ออรุณไว้แล้วลากเขาลงไปหลบหลังแท่นปูน พร้อมกับเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งในความมืด
“ยินดีต้อนรับสู่โลกของคนนอกครับ ผู้กอง... ตอนนี้แกเป็นหนี้ชีวิตฉันแล้ว และคำตอบที่แกต้องการน่ะ... อยู่ในแฟ้มที่แกเพิ่งวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ ลองดูให้ดีๆ สิว่าใครคือคนส่งรูปพยานรายแรกให้แก”
อรุณหยิบแฟ้มขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟฉายที่กวาดผ่านไปมาของกลุ่มมือสังหาร เขากางแฟ้มออกและดวงตาของเขาก็เบิกโพลง เมื่อพบว่ารายชื่อพยานที่ถูกฆ่าตายทั้งหมด... ลายเซ็นของผู้มีอำนาจที่อนุมัติเอกสารนั้น คือชื่อเดียวกับคนที่เขาเคารพที่สุดในกรมตำรวจ และนั่น... คือรหัสที่กวินจงใจซ่อนเอาไว้ให้เขาค้นพบในวินาทีที่เขากลายเป็นเป้าหมาย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปกับผม แฟ้มคดีลับ007 นะครับ
เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย•ตอนที่ 37
ความร่วมมือกับคนนอก
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!