“ถ้าคุณกดเอนเทอร์ตอนนี้ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบทำลาย และเราจะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากเถ้าถ่านกับศพเพิ่มขึ้นอีกศพ กวิน”
ปลายกระบอกปืนกล็อก 19 ในมือของร้อยตำรวจเอกอรุณไม่ได้ชี้ตรงไปที่หน้าผากของอีกฝ่าย ทว่าน้ำหนักของมันที่วางกดแนบลงบนขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวเก่า ส่งแรงสะเทือนเบาๆ ไปยังแก้วกาแฟเย็นชืดที่ส่งกลิ่นไหม้เกรียม แสงสะท้อนสีฟ้าอมเทาจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์สามจอฉาบทาลงบนเสี้ยวหน้าคมคายของกวิน รอยยิ้มมุมปากของอัจฉริยะไอทียังคงประดับอยู่อย่างน่ารังเกียจ มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่าและรู้ดีว่าคู่สนทนากำลังถูกไฟแค้นแผดเผาจากข้างใน
“ผู้กองกำลังตื่นตระหนกนะครับ” กวินไม่แม้แต่จะปรายตาขึ้นมองปืน นิ้วเรียวยาวของเขาขยับเคาะแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกด้วยจังหวะคงที่สม่ำเสมอ เป็นเสียงคลิกแผ่วเบาที่ฟังดูคล้ายเสียงเข็มวินาทีของระเบิดเวลา “นักจิตวิทยาอาชญากรผู้สุขุมหายไปไหนเสียล่ะครับ? อัตราการเต้นของหัวใจผู้กองตอนนี้ ผมเดาว่าน่าจะแตะร้อยยี่สิบครั้งต่อนาที แววตาของคุณกำลังวอกแวก เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ... นั่นไม่ใช่สภาวะของคนที่พร้อมจะลั่นไกหรอกครับ มันเป็นสภาวะของคนที่กลัวว่าจะเสียเหยื่อไปอีกครั้งต่างหาก”
อรุณสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับกล้ามเนื้อรอบกรามที่ขบเกร็งจนปวดให้คลายออก กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินที่ดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการลับชั่วคราวยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นสารเคมีทำความสะอาดแผงวงจรและกลิ่นกระดาษเอกสารคดีชันสูตรเก่าเก็บที่กองพะเนินอยู่เบื้องหลัง เขารู้ดีว่ากวินพูดถูก และความจริงข้อนั้นทำให้เขายิ่งต้องดึงสติตัวเองกลับมาสู่จุดเยือกแข็ง
อรุณมองทะลุผ่านความโอหังของเด็กหนุ่มตรงหน้า สู่การสะท้อนของตัวเลขฐานสิบหกและแผนผังเครือข่ายความปลอดภัยสูงที่กำลังวิ่งสลับไปมาบนจอภาพดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก
“ห้าสิบห้าวินาที” อรุณเอ่ยเสียงเรียบ นัยน์ตาสีสนิมเหล็กจับจ้องไปที่แถบสถานะการแกะรอยย้อนกลับ (Trace-route) ที่ขอบจอด้านล่าง “ไฟร์วอลล์ระดับทหารของมันกำลังปิดล้อมพอร์ตเชื่อมต่อ ถ้าสคริปต์โทรจันของคุณเจาะทะลวงโหนดสุดท้ายไม่ทันภายในห้าสิบวินาที ระบบทำลายข้อมูลอัตโนมัติจะสั่งฟอร์แมตเซิร์ฟเวอร์ปลายทางทันที และเราจะคว้าน้ำเหลว”
“งั้นก็เลิกยืนหายใจรดต้นคอผม แล้วปล่อยให้มืออาชีพทำงานสิครับ” กวินตอกกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความหยิ่งผยอง
ปลายนิ้วของกวินเร่งความเร็วขึ้นจนกลายเป็นภาพเบลอ เสียงแป้นพิมพ์รัวกระหน่ำสอดประสานกับเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่หวีดร้องแหลมสูงขึ้นเรื่อยๆ อุณหภูมิในห้องที่เคยเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศดูเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันด้วยแรงกดดันที่บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
อรุณไม่ได้ขยับถอย เขาโน้มตัวลงไปข้างหน้า สายตากวาดมองชุดข้อมูลที่กำลังถูกถอดรหัสออกมาทีละบรรทัด ในฐานะนักจิตวิทยา เขารู้ว่าทุกการออกแบบระบบของมนุษย์ย่อมทิ้งรอยนิ้วมือทางจิตวิทยาไว้เสมอ ไม่เว้นแม้แต่อาชญากรต่อเนื่องระดับอัจฉริยะที่เขากำลังตามล่า
“มันไม่ได้ใช้การสุ่มรหัสผ่านแบบสถิติ” อรุณพูดขึ้นลอยๆ สายตาจับจ้องที่อัลกอริทึมการเข้ารหัสแบบสามชั้น “ดูโครงสร้างตรรกะของมันสิ กวิน... ลูปคำสั่งพวกนี้มันวนซ้ำตามลำดับฟีโบนักชีแบบกลับด้าน มันเป็นคนที่มีภาวะย้ำคิดย้ำทำอย่างรุนแรง และหมกมุ่นอยู่กับการควบคุม ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ต้องไร้รอยต่อ”
“และมันมั่นใจในตัวเองมากเกินไป” กวินเสริม ริมฝีปากที่แห้งผากของเขาเม้มแน่นขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปยังบรรทัดคำสั่งสุดท้าย “มันคิดว่าการซ่อนโฮสต์เซิร์ฟเวอร์ไว้ใต้โครงข่ายเสมือนของระบบสาธารณูปโภคเขตปริมณฑลจะไม่มีใครมองออก... แต่ความสมบูรณ์แบบของมันนั่นแหละที่เป็นจุดบอด เพราะบนโลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่เรียบร้อยเกินไปโดยไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง”
ตัวเลขนับถอยหลังบนหน้าจอลดลงเหลือ: *12... 11... 10...*
หัวใจของอรุณกระตุกวูบ ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อห้าปีก่อนฉายวาบเข้ามาในมโนสำนึก—ห้องรับแขกที่เงียบสงัด กลิ่นคาวโลหิตที่คละคลุ้ง และร่างไร้วิญญาณของคนรักที่ถูกจัดวางไว้ในท่วงท่าราวกับประติมากรรมแห่งความตาย โดยมีเงาของใครบางคนทอดผ่านบานหน้าต่างฝนพรำไปในความมืด คดีที่ถูกปิดลงด้วยคำว่า ‘ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยง’ และตราหน้าว่าเขาเป็นตำรวจที่ไร้ความสามารถ
*8... 7... 6...*
“กวิน” อรุณกดเสียงต่ำ มือขวาที่ทาบอยู่บนด้ามปืนเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“เงียบเถอะน่า!” กวินตวาดกลับเป็นครั้งแรก เหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นตามไรผมของอัจฉริยะไอที นิ้วของเขาฟาดลงบนแป้นลัดสามปุ่มพร้อมกันอย่างรุนแรง
*3... 2... 1...*
หน้าจอทุกบานกะพริบดับวูบลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงบี๊บยาวหนึ่งครั้งจะดังก้องกังวานขึ้น พร้อมกับแสงสว่างจ้าที่สว่างวาบกลับคืนมา
แผนที่ภูมิศาสตร์ความละเอียดสูงแบบสามมิติคลี่ตัวออกบนจอกลาง พิกัดละติจูดและลองจิจูดถูกคำนวณและปักหมุดลงอย่างแม่นยำ เส้นสัญญาณสีแดงเข้มลากตรงจากเครือข่ายดาร์กเว็บ มุ่งหน้าสู่พื้นที่สีเทาที่ถูกทิ้งร้างทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยา
“ทะลวงผ่านได้แล้วครับ” กวินพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด แผ่นหลังที่ตั้งตรงทรุดฮวบลงพิงพนักเก้าอี้ ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปที่หน้าจอราวกับถูกสะกด “ฐานบัญชาการของมัน... หรืออย่างน้อยก็คือโหนดหลักที่ใช้ควบคุมกล้องวงจรปิด ระบบเฝ้าระวัง และเซิร์ฟเวอร์สื่อสารทั้งหมดขององค์กร”
อรุณก้าวเข้าไปชิดขอบจอ แววตาคมกริบกวาดประเมินภาพถ่ายดาวเทียมที่ซูมลึกลงไปในพิกัดดังกล่าว “โรงงานบำบัดน้ำเสียเก่าของนิคมอุตสาหกรรมบางปลากด... พื้นที่ปิดตายที่มีโครงสร้างใต้ดินซับซ้อน ทางเข้าออกทางบกมีเพียงทางเดียว ส่วนด้านหลังติดป่าชายเลนและทางน้ำลึก เหมาะสำหรับการหลบหนีและกักขังเหยื่อ”
นี่คือสิ่งที่สัญชาตญาณนักล่าของเขาบอกมาตลอด คนร้ายไม่ได้เป็นเพียงแค่ฆาตกรโรคจิตที่ก่อเหตุตามอารมณ์ แต่มันมีระบบการจัดการ มีทรัพยากรมหาศาล และมีฐานที่มั่นที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระบบเพื่อรองรับการ ‘เชือด’ โดยเฉพาะ
“แต่มีบางอย่างแปลกๆ นะครับผู้กอง” กวินขมวดคิ้ว มือเริ่มเลื่อนเมาส์ดึงไฟล์บันทึกการส่งข้อมูล (Traffic Logs) ล่าสุดที่เพิ่งดูดมาได้จากเซิร์ฟเวอร์นั้น “อัตราการส่งข้อมูลขาออกไม่ได้มุ่งไปที่อินเทอร์เน็ตสาธารณะเลย... มันเป็นการสตรีมมิ่งสดผ่านเครือข่ายเฉพาะจุด (Closed-circuit relay) ส่งตรงมายังเราเตอร์ตัวหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
“หมายความว่ายังไง?” อรุณหรี่ตาลง สัญชาตญาณความระแวดระวังกรีดร้องเตือนภัยในหัว
“หมายความว่า มีใครบางคนกำลังดูกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์อยู่ใกล้ๆ ตัวเรามาก หรือไม่ก็...” กวินชะงักไป ปลายนิ้วที่แตะคีย์บอร์ดสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเขาลองสั่งเปิดฟีดภาพสดตัวหนึ่งที่ถูกซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์ระบบรักษาความปลอดภัยของฐานบัญชาการแห่งนั้น
ภาพบนจอตัดสลับ เปลี่ยนจากแผนที่ดาวเทียม กลายเป็นมุมมองจากกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่ติดอยู่บนเพดานสูง ภายในห้องคอนกรีตเปลือยที่ดูเย็นยะเยือก ตรงกลางห้องมีเก้าอี้เหล็กตัวหนึ่งตั้งอยู่ ว่างเปล่า... แต่ที่ผนังด้านหลัง มีภาพถ่ายนับร้อยใบแปะเรียงรายเป็นรูปใยแมงมุม
อรุณก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เลือดในกายเย็นเฉียบจนแข็งค้าง
ภาพถ่ายทั้งหมดบนผนังคอนกรีตนั้น... ไม่ใช่เหยื่อในอดีต
แต่มันคือภาพถ่ายของตัวเขาเอง ร้อยตำรวจเอกอรุณ ในทุกช่วงเวลาของชีวิตตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ภาพขณะที่เขากำลังยืนซื้อกาแฟ ภาพขณะที่เขากำลังก้าวลงจากรถหน้ากองบังคับการ และภาพถ่ายล่าสุด... คือภาพถ่ายจากมุมมืดด้านนอกช่องระบายอากาศของห้องใต้ดินที่เขากับกวินกำลังยืนคุยกันอยู่ ณ เสี้ยววินาทีนี้!
ก่อนที่อรุณจะได้เอ่ยคำใด สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็กะพริบวาบขึ้นทั่วทั้งจอ พร้อมกับหน้าต่างข้อความตัวพิมพ์ดีดโบราณที่เด้งขึ้นมากลางหน้าจออย่างช้าๆ:
*‘ยินดีต้อนรับสู่บ้านใหม่นะ อรุณ... ขอบคุณที่พาแขกคนสำคัญมาส่งถึงที่’*
อรุณชักปืนขึ้นเล็งไปที่ด้านหลังศีรษะของกวินทันทีด้วยสัญชาตญาณดิบ ขณะที่กวินค่อยๆ หันเก้าอี้กลับมาสบตากับเขาช้าๆ ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่แปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—รอยยิ้มที่อรุณเคยเห็นเพียงครั้งเดียว... ในแฟ้มคดีฆาตกรรมครอบครัวของเขาเมื่อห้าปีก่อน!
***
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและลุ้นระทึกไปกับคดีนี้ พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ.
เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย•ตอนที่ 39
ข่าวกรอง
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!