"วางปืนลงเถอะครับผู้กอง... การที่คุณจ่อกระบอกปืนใส่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของผม ไม่ได้ช่วยให้ศพที่สถานีตำรวจฟื้นคืนชีพขึ้นมาหรอกครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่ดูราบเรียบจนน่าขนลุกของกวินดังลอดออกมาจากลำโพงในห้องทำงานที่มืดสลัว แสงจากจอแอลซีดีหลายสิบจอกระทบเข้ากับใบหน้าของร.ต.อ. อรุณ ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเคร่งขึง มือของเขากำปืนแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน
อรุณกัดฟันกรอด สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องมองเงาร่างของกวินที่นั่งหันหลังให้เขาผ่านกล้องวงจรปิด "แกทำอะไรลงไป กวิน... รูปแบบการผูกเงื่อนนั่น มันเป็นรอยนิ้วมือของ 'ฆาตกรเงา' ที่ปิดคดีไปเมื่อสิบปีก่อน นายก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้!"
"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ในโลกของข้อมูลหรอกครับอรุณ" กวินหมุนเก้าอี้กลับมาด้วยจังหวะที่เชื่องช้า ดวงตาหลังกรอบแว่นสะท้อนแสงสีฟ้าจากจอภาพ "คนที่คุณตามล่า... คนที่ทำให้คุณกลายเป็นคนไร้บ้านในทางจิตวิญญาณ เขาไม่ได้หายไปไหน เขาแค่รอเวลาที่เหมาะสม เพื่อจะตอกย้ำให้คุณเห็นว่า ความพยายามของคุณตลอดสิบปีที่ผ่านมา มันก็แค่การวิ่งไล่จับเงาในห้องมืด"
อรุณก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่าย กลิ่นอายของความตายในอดีตเริ่มโชยมาแตะจมูก ภาพจำของครอบครัวที่จากไปในเหตุการณ์ที่ปิดคดีไม่ได้นั้นแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงขับเคลื่อนของความแค้นที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น "นายเรียกฉันกลับมาทำไม ต้องการอะไรกันแน่?"
กวินยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเจือปน "เรียกตัวกลับ? ผมไม่ได้เรียกคุณกลับครับอรุณ... โชคชะตาต่างหากที่ลากคอคุณกลับมาสู่สังเวียนนี้ เพราะมีเพียงคุณคนเดียวที่ 'เข้าใจ' จิตวิทยาที่บิดเบี้ยวของมันดีที่สุด ลองดูที่หน้าจอนั่นสิครับ... ของขวัญที่ฆาตกรทิ้งไว้ให้คุณโดยเฉพาะ"
อรุณหันไปมองหน้าจอที่กวินเปิดขึ้นมา ภาพถ่ายที่เกิดเหตุในคดีล่าสุดปรากฏชัด ร่างไร้วิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งถูกจัดวางในท่าทางที่ดูเหมือนการเต้นรำ เงื่อนเชือกที่ผูกมัดข้อมือเธอไม่ได้ถูกผูกแบบธรรมดา แต่มันคือ 'เงื่อนตาย' สัญลักษณ์เฉพาะตัวที่อรุณจำได้แม่นยำจนแทบหยุดหายใจ ลายเส้นที่ไขว้ไปมานั้นดูเหมือนอักษรย่อบางอย่างที่เขาเคยถอดรหัสไม่ได้เมื่อสิบปีก่อน
"นี่มัน..." อรุณพึมพำ มือที่ถือปืนค่อยๆ ลดลงด้วยความสับสน
"ใช่ครับ มันคือการสื่อสาร" กวินโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจัง "มันกำลังบอกคุณว่า คดีที่ปิดไม่ลงเมื่อสิบปีก่อน แท้จริงแล้วมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นต่างหาก และถ้าคุณไม่รีบไขรหัสนี้ ก่อนที่นาฬิกาจะเดินถึงเที่ยงคืนของคืนนี้... จะมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องกลายเป็นอนุสาวรีย์สีเลือด"
อรุณรู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ เขาหันหลังกลับเดินออกจากห้องไปโดยไม่พูดอะไรต่อ ทิ้งให้กวินนั่งอยู่กับกองข้อมูลเหล่านั้น สายตาของอรุณมุ่งมั่นไปที่ประตูทางออก แต่ในใจเขากลับตั้งคำถามว่า กวินเป็นมิตรหรือเป็นส่วนหนึ่งของปีศาจที่เขากำลังตามล่ากันแน่
เขาขับรถฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ถนนในเมืองหลวงยามวิกาลช่างดูเงียบเหงาและน่าสะพรึงกลัว ในหัวของเขาไม่ได้มีเพียงภาพของศพ แต่เป็นเสียงหัวเราะเยาะของฆาตกรที่เขามักจะได้ยินในฝันร้ายเสมอ เมื่อรถจอดสนิทหน้าสถานีตำรวจ อรุณเห็นร่างหนึ่งยืนรออยู่ท่ามกลางสายฝน ร่างนั้นสวมเสื้อกันฝนสีดำสนิทและถือซองจดหมายสีขาวไว้ในมือ
อรุณลงจากรถด้วยความระมัดระวัง เขาชักปืนออกมาเตรียมพร้อม "ใครที่นั่น!"
ร่างนั้นหันกลับมา ช้าๆ... อรุณแทบหยุดหายใจเมื่อเห็นใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีดำนั้นชัดๆ
"ผู้กองอรุณ... ผมมีเรื่องสำคัญต้องแจ้งครับ" คนตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้อรุณต้องเบิกตากว้าง "หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่คุณถืออยู่... มันไม่ใช่หลักฐานของฆาตกรครับ แต่เป็นคำสารภาพของคนในกรมตำรวจที่คุณไว้ใจที่สุด"
อรุณชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรับซองจดหมายนั้นมา เมื่อเขาเปิดออกเพียงเสี้ยวเดียว ดวงตาก็เบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง มือของเขาเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ เมื่อรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารแผ่นนั้นคือชื่อของ... หัวหน้าหน่วยสืบสวนที่เขานับถือดั่งพ่อมาตลอดสิบปี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดของคดีนี้ไปกับผมนะครับ... แฟ้มคดีลับ007
เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย•ตอนที่ 2
การเรียกตัวกลับ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!