“อย่าเพิ่งขยับ... ถ้าคุณไม่อยากให้ปืนที่จ่อหลังหัวคุณลั่นไกก่อนเวลาที่ควรจะเป็น”
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงาน ร.ต.อ. อรุณ ชะงักค้าง มือที่กำลังเอื้อมไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขาหยุดสนิท กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นไอของน้ำมันดินจางๆ ลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาพบในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมเมื่อสองชั่วโมงก่อน
อรุณค่อยๆ หันกลับไปอย่างเชื่องช้า สายตาคมกริบของเขาไม่ได้แสดงความตื่นตระหนก ทว่าสมองกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว กวินนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวเก่งของเขา แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดทิ้งไว้สะท้อนให้เห็นแววตาที่ว่างเปล่าของชายหนุ่มอัจฉริยะผู้นี้
“คุณล้ำเส้นเข้ามาไกลเกินไปแล้วนะ กวิน” อรุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่หัวใจในอกเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง
กวินแค่นยิ้ม มือที่ถือโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กไว้ในมือสั่นไหวเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้น “เส้น? ผมไม่เคยเห็นเส้นที่ว่านั่นหรอกครับผู้กอง เส้นมีไว้สำหรับพวกที่กลัวการตกขอบเท่านั้น... แต่ดูเหมือนตอนนี้ คนที่จะตกขอบไม่ใช่ผม แต่น่าจะเป็น ‘คุณวิภา’”
ชื่อนั้นทำให้ลมหายใจของอรุณสะดุด วิภา คือพยานเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากคดีฆาตกรรมต่อเนื่องชุดนี้ เธออยู่ในความคุ้มครองของตำรวจที่เซฟเฮาส์ลับ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่รู้สถานที่นั้น
“คุณทำอะไรเธอ” อรุณขยับเท้าเล็กน้อย แต่กวินกดปุ่มบนหน้าจออย่างรวดเร็ว หน้าจอมอนิเตอร์ของอรุณเปลี่ยนเป็นภาพถ่ายทอดสดจากกล้องวงจรปิดในห้องพักที่มืดมิด มีเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถูกมัดติดกับเก้าอี้ บนเพดานมีถังน้ำมันขนาดใหญ่ที่ถูกเปิดวาล์วทิ้งไว้ช้าๆ
“ทุกๆ หยดที่ไหลลงมา คือเวลาที่ถอยหลังไปเรื่อยๆ” กวินพูดราวกับกำลังบรรยายการทดลองในห้องแล็บ “อีก 45 นาทีเท่านั้นครับผู้กอง ถ้าคุณไขรหัสลับในแฟ้มที่คุณกำลังค้นหาไม่ได้ วิภาจะไม่ได้เป็นแค่พยาน แต่เธอจะเป็น ‘เหยื่อรายถัดไป’ ของศิลปะที่สมบูรณ์แบบนี้”
อรุณกัดฟันแน่น ความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตผุดขึ้นมาซ้อนทับภาพหญิงสาวบนหน้าจอ เสียงกรีดร้องของครอบครัวเขาในคืนนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาท เขาพยายามดึงสติกลับมา จิตวิทยาอาชญากรบอกเขาว่าฆาตกรที่แท้จริงมักต้องการ ‘ผู้ชม’ กวินไม่ใช่ฆาตกร แต่มันกำลังเล่นเกมเป็น ‘ผู้คุมกฎ’ ให้กับใครบางคน
“ทำไมคุณถึงทำแบบนี้” อรุณถาม พลางกวาดสายตาหาอาวุธรอบห้อง “คุณฉลาดพอที่จะรู้ว่านี่คือทางตัน”
“ทางตันสำหรับคุณคือทางออกสำหรับผมครับผู้กอง” กวินยืนขึ้น ช้าๆ ก้าวเดินวนรอบห้องเหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามุม “คุณบอกเองไม่ใช่หรือครับว่าอดีตที่ปิดไม่ลง คือแผลที่กัดกินคุณ... บางทีคนที่สั่งให้ผมทำแบบนี้ อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้ที่ต้นคอของคุณเมื่อสิบปีที่แล้วก็ได้นะ”
คำพูดนั้นทำให้อรุณแทบหยุดหายใจ เขาจำรอยแผลเป็นนั้นได้ดี มันเกิดขึ้นในวันที่เขาสูญเสียทุกอย่าง ฆาตกรรายนั้นไม่เคยทิ้งร่องรอยไว้เลยนอกจากรอยกรีดที่เป็นสัญลักษณ์บางอย่าง
“รหัส... คือกุญแจสำคัญ” อรุณพึมพำกับตัวเอง พยายามมองข้ามกวินไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันโค้ดซับซ้อน “นั่นไม่ใช่แค่โปรแกรม แต่มันคือจดหมายเหตุของเหยื่อทุกคน”
“คุณมีเวลาเหลือ 40 นาทีครับ” กวินกล่าวเสียงนิ่ง “ถ้าคุณเลือกที่จะจับผม คุณจะไม่มีวันได้รหัสผ่านนั่น และถ้าคุณเลือกจะช่วยวิภา คุณก็ต้องปล่อยให้ผมไป”
อรุณหันกลับมาเผชิญหน้ากับกวิน แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของตำรวจที่สับสน แต่เป็นแววตาของนักจิตวิทยาที่วิเคราะห์เหยื่อจนทะลุปรุโปร่ง “คุณไม่ได้สู้เพื่อฆาตกรหรอกกวิน คุณสู้เพื่อ ‘การยอมรับ’... คุณกลัวว่าถ้าคุณไม่ทำตามคำสั่ง พวกมันจะเปิดเผยเรื่องที่คุณทำไว้ในอดีต ใช่ไหมล่ะ?”
กวินชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเริ่มร้าวฉาน
“คุณไม่ได้ถือปืนจริงๆ หรอก” อรุณก้าวเดินเข้าไปหาอย่างมั่นคง “ถ้าคุณกล้าฆ่าผม คุณคงทำไปนานแล้ว แต่คุณกำลังประวิงเวลา เพราะข้างนอกนั่น... มีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นที่ใหญ่กว่าวิภา”
อรุณพุ่งตัวเข้าใส่กวินในเสี้ยววินาทีนั้น ทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันไปจนล้มลงบนพื้นห้องทำงาน กวินพยายามจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดคำสั่งสุดท้าย แต่อรุณเร็วกว่า เขาคว้าข้อมือของกวินไว้ได้แน่นก่อนจะกระแทกมันลงกับพื้น
ทว่า ในขณะที่อรุณกำลังจะกดล็อกตัวกวิน เสียงสัญญาณเตือนภัยที่เขามีไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินสูงสุดกลับดังขึ้นจากเครื่องรับวิทยุที่วางอยู่บนโต๊ะ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงขอความช่วยเหลือ แต่เป็นเสียงดนตรีคลาสสิกที่ฆาตกรเคยใช้เปิดในวิดีโอเทปที่ส่งมาถึงบ้านเขาเมื่อสิบปีที่แล้ว
“สายไปแล้วครับผู้กอง...” กวินหัวเราะออกมาทั้งที่ใบหน้าอาบเลือด “นั่นไม่ใช่เสียงจากที่ไหน แต่มันออกมาจาก ‘บ้านของคุณเอง’ ต่างหาก”
อรุณชะงักค้าง เลือดในกายเย็นเฉียบ เขาไม่เคยบอกใครว่าบ้านพักชั่วคราวของเขาอยู่ที่ไหน แต่เสียงเพลงที่กำลังเล่นผ่านวิทยุสื่อสารในห้องทำงานของเขานี้ คือสัญญาณว่ามีคนเข้าไปในบ้านของเขาเรียบร้อยแล้ว และในบ้านของเขา... มีสิ่งที่เขาพยายามปกปิดจากทุกคนมาตลอดทั้งชีวิต
ประตูห้องทำงานของอรุณค่อยๆ เปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกรอบประตู สวมชุดกันฝนสีดำสนิทที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน แสงสว่างจากโถงทางเดินสะท้อนให้เห็นเพียงแววตาคู่หนึ่งที่คุ้นเคยเสียจนอรุณต้องก้าวถอยหลังกรู
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง... ร.ต.อ. อรุณ” เสียงนั้นกระซิบเบาๆ แต่บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของผู้กองหนุ่ม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
แฟ้มคดีลับ007
เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย•ตอนที่ 6
เหยื่อรายถัดไป
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!