กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของคราบสนิมและความอับชื้นโชยปะทะนาทีแรกที่บานประตูไม้สักเก่าแก่ถูกดันเปิดออก เสียงเอี๊ยดอาร์ดของบานพับเปรียบเสมือนเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของ ร.ต.อ. อรุณ นายตำรวจหนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิความคิดของฆาตกรต่อเนื่องมานักต่อนัก ในยามนี้กลับต้องยืนนิ่งค้าง สัญชาตญาณดิบในกายกรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรงว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานมืดทึบแห่งนี้ไม่ใช่แขกผู้มาเยือนยามวิกาลธรรมดา
กวินยังคงยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของชายหนุ่มอัจฉริยะไอทีผู้นั้น ไม่ได้สะท้อนความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าใครคือเจ้าของเงาร่างที่ทาบทับลงบนพื้นไม้
อรุณหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสสายตาในความสลัว ร่างที่ก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามาไม่ใช่ใครอื่น... "สารวัตรภาคภูมิ" นายตำรวจผู้บังคับบัญชาสายตรงของเขาเอง ผู้ซึ่งควรจะกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่บ้านพักรับรองในยามวิกาลเช่นนี้ ทว่าในมือของสารวัตรภาคภูมิกลับถือแฟ้มเอกสารลับสีน้ำตาลเข้มที่อรุณจำได้แม่นยำ มันคือแฟ้มคดีฆาตกรรมเงื่อนตายที่ถูกเก็บไว้ในตู้เซฟนิรภัยของกองปราบปราม ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง
"ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้... ผู้กองอรุณยังขยันขันหญ้าอยู่สินะครับ" เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรภาคภูมิเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"สารวัตร... มาทำอะไรที่นี่ครับ ในเวลาแบบนี้ และที่สำคัญ... ท่านถือเอกสารชิ้นนั้นได้อย่างไร" อรุณถามกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยกระแสความตึงเครียด สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของผผู้บังคับบัญชา เพื่อวิเคราะห์ภาษาท่าทางและระดับความสั่นไหวของกล้ามเนื้อ
สารวัตรภาคภูมิหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ตรงกันข้าม มันกลับสร้างความหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ชายวัยกลางคนก้าวเดินช้าๆ เข้ามาในห้อง วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังทึบ ก่อนจะหันมาสบตากับอรุณตรงๆ
"บางที... ความจริงที่เราพยายามไขว่คว้า มันอาจจะอยู่ใกล้ตัวเสียจนเรามองข้ามไปนะครับ ผู้กอง... คุณคิดจริงๆ หรือว่าคดีนี้มันมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนอะไรขนาดนั้น" สารวัตรภาคภูมิเอ่ย พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ทั้งที่ในห้องนี้มีป้ายห้ามสูบบุหรี่ติดไว้อย่างชัดเจน การแสดงออกถึงความไม่แยแสต่อกฎระเบียบนี้ คือสัญญาณบ่งบอกถึงอำนาจเหนือกว่าที่อีกฝ่ายถือครองอยู่
อรุณไม่ตอบ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลข้อมูลทั้งหมด กวินที่เคยยืนอยู่เงียบๆ ค่อยๆ ขยับตัวเดินเลี่ยงไปยืนพิงกำแพงอีกด้าน สายตาทั้งคู่จับจ้องมาที่อรุณราวกับกำลังชมละครสัตว์ฉากหนึ่ง
"ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ หรือว่า... ท่านคือคนทิ้งเงื่อนงำทั้งหมดไว้ ตั้งแต่ศพแรกจนถึงศพล่าสุด" อรุณยิงคำถามตรงประเด็น จิตวิทยาอาชญากรถูกนำมาใช้เพื่ออ่านสีหน้าและม่านตาของอีกฝ่าย สารวัตรภาคภูมิกระพริบตาช้ากว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่มักพบในผู้ที่กำลังชั่งน้ำหนักคำพูดโกหกคำโต
สารวัตรภาคภูมิพ่นควันสีเทาโขมงออกมาจากปาก รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้ายับย่นตามวัย "ผมจะทำเช่นนั้นไปทำไมกันครับ ผู้กองอรุณ... ผมเป็นตำรวจ เป็นผู้รักษากฎหมาย แต่บางครั้ง... กฎหมายมันก็ช้าเกินไปสำหรับโลกที่เน่าเฟะใบนี้ เราจำเป็นต้องมี 'ตัวช่วย' เพื่อจัดระเบียบสังคมใหม่"
คำพูดนั้น... ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด อรุณรู้สึกเหมือนมีค้อนเหล็กมาทุบเข้าที่กลางศีรษะ ตัวแทนของฆาตกร... หรือพูดให้ถูกคือ ผู้บงการตัวจริงที่ยืนอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมเงื่อนตายมายาวนาน ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วในตอนนี้
อรุณกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความแค้นฝังใจจากการสูญเสียครอบครัวพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะครองสติไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับกับภาพของชายตรงหน้า ร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น
"ท่านฆ่าพวกเขาสินะ... ครอบครัวของผม รวมถึงเหยื่อผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ ด้วย!" อรุณตะคอกเสียงต่ำ นัยน์ตาดำสนิทวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
สารวัตรภาคภูมิไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับยิ้มกว้างขึ้นราวกับกำลังสนุกสนานกับความเจ็บปวดของลูกน้อง "ถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะครับ... คุณจะทำอะไรผม จับกุมผมอย่างนั้นหรือ? ด้วยหลักฐานอะไรกันครับ ผู้กอง... ในห้องนี้ มีแค่เราสามคน และกล้องวงจรปิด... อ้อ เผื่อคุณจะลืมไปนะว่า กวินเป็นคนปิดระบบมันตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว"
คำพูดของสารวัตรภาคภูมิทำให้อรุณต้องเหลือบมองกวินทันที ชายหนุ่มไอทีผู้นั้นยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ 1กระจ่างชัดขึ้น กวินไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ช่วยที่บังเอิญเข้ามาพัวพัน แต่เขาคือ 'แนวร่วม' ของเครือข่ายมืดนี้มาโดยตลอด!
"กวิน... นายหักหลังฉัน" อรุณเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ความรู้สึกผิดหวังถาโถมเข้ามา แม้เขาจะระแวงกวินมาตลอด แต่ลึกๆ แล้วเขากลับเผลอให้ความไว้วางใจในฐานะคู่คิด
กวินยักไหล่เบาๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาถือไว้ "ผมไม่ได้หักหลังคุณหรอกครับผู้กอง... ผมแค่อยู่ข้างคนที่ชนะเสมอ และตอนนี้... คุณกำลังยืนอยู่ในมุมที่แคบเกินกว่าจะพลิกเกมได้แล้ว"
สถานการณ์พลิกผันในพริบตา จากผู้ไล่ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่าในกรงขังที่ไร้กรง อรุณสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เขารู้ดีว่าการใช้กำลังในตอนนี้มีแต่จะพ่ายแพ้ มือขวาของเขาสอดเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตเพื่อเตรียมหยิบปืนพกประจำกายอย่างเงียบเชียบที่สุด
สารวัตรภาคภูมิมองเห็นการเคลื่อนไหวเล็กๆ นั้น แต่กลับหัวเราะร่วนออกมาเสียงดัง "อย่าแม้แต่จะคิดเลยครับ ผู้กองอรุณ... ปืนของคุณอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานต่างหาก ไม่ได้อยู่ในเสื้อ"
อรุณชะביק ก้มมองเสื้อแจ็คเก็ตของตนเองแล้วจึงตระหนักได้ว่า... มันหายไปตั้งแต่ตอนไหนกัน? ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าจำนวนมากและเสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังสนั่นก้องมาจากด้านนอกอาคาร แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาภายในห้องทำงาน ม่านแสงวับวามสะท้อนกับรอยยิ้มอันน่าขนลุกของสารวัตรภาคภูมิ
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักชิ้นโบว์แดงนะครับ ผู้กอง... เพราะตอนนี้ ตำรวจทั้งกองปราบกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ เพื่อจับกุม 'ฆาตกรต่อเนื่อง' ที่ก่อคดีสะเทือนขวัญ... ซึ่งก็คือตัวคุณเองครับ"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไขปมปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย•ตอนที่ 41
การเผชิญหน้าครั้งแรก
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำพราง: รหัสลับฆาตกรเงื่อนตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!