ปากดีที่หนึ่ง แต่ถึงใจที่สอง•ตอนที่ 5

มื้อค่ำที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"คุณพูดอะไรนะ... คิมห์?" รวิศชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบ ดวงตากลมโตหันกลับมาจ้องเป๋งด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อหูตัวเอง เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ที่คลอเคลียอยู่ภายในร้านอาหารอิตาเลียนหรูใจกลางยุงทองราวกับถูกปิดสวิตช์ลงฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวแคบลงเหลือเพียงพื้นที่โต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมที่มีแจกันดอกกุหลาบสีขาวปักอยู่ตรงกลาง อคิราห์ ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวและวาจาร้ายกาจ กำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงคู่นั้นกวาดมองร่างโปร่งที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างโต๊ะด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก็ใครจะไปคาดคิดล่ะครับ ว่าหลังจากประชุมบทละครที่ซัดกันด้วยน้ำลายแทบตายเมื่อช่วงบ่าย รวิศจะหนีมาหาร้านอาหารบรรยากาศสงบเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่สวรรค์คงนึกสนุกถึงได้ส่ง "ตัวปัญหา" เบอร์หนึ่งของชีวิตอย่างอคิราห์มานั่งรออยู่ก่อนแล้วแถมยังเอ่ยปากจองโต๊ะเผื่อเขาเสร็จสรรพ "ผมบอกว่า... นั่งลงสิครับคุณรวิศ หรืออยากจะยืนเป็นเสาโชว์ความสวยให้คนทั้งร้านเขาดูเล่น ถึงผมจะชอบมองหน้าคุณ แต่มันก็อายแขกโต๊ะอื่นเขานะครับ" อคิราห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกวนประสาทที่ทำเอานักเขียนบทฝีปากกล้าคิ้วกระตุกทันที รวิศสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ มือเรียวสวยกำสายกระเป๋าหนังในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาไม่ได้กลัวผู้ชายคนนี้... ไม่มีวันกลัว แต่ปัญหาคือเขายังไม่อยากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งกับผู้กำกับจอมเฮี้ยบคนนี้ในคอลัมน์ซุบซิบดาราต่างหาก "ผมไม่ได้นัดคุณ แล้วก็ไม่ได้อยากทานอาหารร่วมโต๊ะกับคนที่เพิ่งจะวิจารณ์บทละครผมว่าเหมือนเด็กอนุบาลหัดเขียนหรอกนะอคิราห์" รวิศเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองอย่างท้าทาย พลางหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับเชิญ "อีกอย่าง ร้านนี้โต๊ะว่างตั้งเยอะ ทำไมรสนิยมต่ำตมถึงได้ลากสังขารมานั่งร่วมโต๊ะกับผมล่ะครับ?" "ปากคอระรานเก่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน..." อคิราห์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมเข้มพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่รั้นขึ้นสีเรื่อด้วยความหงุดหงิด "แต่เสียใจด้วยนะรวิศ พอดีโต๊ะอื่นเต็มหมดแล้ว และพนักงานก็เชิญผมมาโต๊ะนี้เพราะคุณเป็น 'คนสำคัญ' ที่จองโต๊ะ VIP ไว้ล่วงหน้า... จริงไหมครับน้องพนักงาน?" พนักงานเสิร์ฟหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มที่เพิ่งเดินถือเมนูเข้ามาพอดีถึงกับสะดุ้ง ยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้รวิศอย่างทำตัวไม่ถูก รวิศส่งค้อนวงใหญ่ให้อคิราห์ที่ลอยหน้าลอยตารับความชอบธรรมนั้นอย่างหน้าตาเฉย ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อกวนประสาทเขาโดยเฉพาะใช่ไหม! "งั้นผมเปลี่ยนร้าน..." รวิศทำท่าจะลุกขึ้น "ถ้าคุณลุกเดินออกจากร้านตอนนี้ โปรเจกต์ละครเรื่องใหม่ที่เราเพิ่งเถียงกันคอเป็นเอ็นเมื่อตอนบ่ายถือเป็นอันยกเลิก... และคุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาที่ระบุไว้ในฐานะผู้ผิดสัญญาด้วย" อคิราห์เอ่ยดักทางด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล แต่แววตาคู่คมนั้นไหววูบไปชั่วขณะเมื่อมองปฏิกิริยาของคนตรงหน้า รวิศชะงักค้างกลางอากาศ เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความแค้นเคือง "คุณมัน... เล่นสกปรก!" "ผมทำธุรกิจครับคุณรวิศ ไม่ใช่พ่อพระที่จะปล่อยให้โปรเจกต์สิบ2ล้านหลุดลอยไปง่ายๆ แค่เพราะนักเขียนบทอีโก้สูงเดินหนีออกจากร้านอาหาร" อคิราห์เลิกคิ้วท้าทาย ยื่นมือไปรับเมนูอาหารมาจากพนักงาน เปิดดูผ่านๆ โดยไม่สนใจใบหน้าบึ้งตึงที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของอีกฝ่าย "เลือกสิครับ หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ หรือจะให้ผมสั่งสเต็กเนื้อโคราชมีเดียมแรร์ให้แบบที่คุณชอบดีล่ะ?" รวิศชะงักไปอีกรอบ หัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ *...เขาชอบกินสเต็กเนื้อโคราชมีเดียมแรร์* เรื่องนี้เป็นความลับในกองถ่ายที่เขาไม่เคยบอกใคร แม้แต่ผู้จัดการส่วนตัวยังจำสลับกับมีเดียมเวลล์ด้วยซ้ำ แต่อคิราห์... ผู้ชายที่ทำตัวเย็นชาและคอยหาเรื่องเขาตลอดเวลา กลับรู้รสนิยมปลีกย่อยพวกนี้ได้อย่างไร? สายตาที่มองมาจึงเปลี่ยนไป รวิศหรี่ตามองผู้กำกับหนุ่มอย่างจับผิด พยายามค้นหาพิรุธภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยและท่าทีสุขุมนั่น "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบอะไรแบบนั้น?" "เดาเอาจากนิสัยชอบความท้าทายและดื้อรั้นของคุณมั้งครับ... คนประเภทคุณคงไม่ชอบอะไรที่สุกงอมหรือจืดชืดหรอก" อคิราห์ตอบหน้าตาย ปิดเมนูอาหารลงแล้วส่งคืนให้พนักงาน "เอาสเต็กเนื้อโคราชมีเดียมแรร์สองที่ แล้วก็ไวน์แดงวินเทจปี 2015 หนึ่งขวด... ขอบคุณครับ" เมื่อพนักงานเดินลับหายไป บรรยากาศบนโต๊ะก็กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต รวิศเท้าคางมองคนตรงหน้าด้วยแววตาคาดคั้น ขณะที่อคิราห์รินน้ำเปล่าใส่แก้วแล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างสุภาพ เป็นกิริยาที่ขัดแย้งกับวาจาร้ายกาจเมื่อครู่ลิบลับ "คุณมีความลับอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่าอคิราห์" รวิศเอ่ยเสียงต่ำ โน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิดเพื่อให้ได้ยินถนัดขึ้น "ทำไมคุณถึงดูเหมือนรู้เรื่องผมดีเสียเหลือเกิน... ทั้งๆ ที่เราเพิ่งร่วมงานกันได้ไม่ถึงเดือน" อคิราห์เงยหน้าขึ้นสบตา ดื่มน้ำในแก้วช้าๆ แววตาคมกริบไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่ารวิศจะคาดเดา เป็นประกายความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองมาตลอด แต่มันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนที่เขาจะยisมุมปากยิ้มร้าย "อยากรู้เหรอครับ?" อคิราห์โน้มตัวเข้ามาใกล้เช่นกัน จนระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายความอบอุ่นเฉพาะตัวลอยแตะจมูกรวิศจนลมหายใจสะดุด "ถ้าอยากรู้... คืนนี้กลับไปทำการบ้านบทละครตอนที่หกมาให้ดี แล้วผมจะยอมบอกความจริงสักข้อ..." รวิศเม้มปาก หัวใจเต้นแรงโครมครามด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะกลัวบทละคร แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้เกินไป และแววตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงความรู้สึกข้างในที่เขาพยายามปิดตายมานาน ทว่า ก่อนที่รวิศจะได้อ้าปากตอกกลับอะไรเจ็บๆ เพื่อรักษาฟอร์ม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับน้ำเสียงคุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน "อ้าว... ผู้กำกับคิมห์กับคุณรวิศ บังเอิญจังเลยนะครับ มาดินเนอร์กันสองคนเหรอเนี่ย?" ร่างสูงโปรดของ 'ธน ์' พระเอกหนุ่มฮอตปรอทแตกประจำช่องก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างโต๊ะ พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำเอาสาวๆ ทั้งร้านเหลียวมอง แต่สำหรับรวิศแล้ว... รอยยิ้มนั้นกลับทำให้เขาอยากจะคว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด! อคิราห์ผละตัวออกช้าๆ สีหน้าแววตาที่เคยมีความอ่อนโยนเมื่อครู่กลับมาเย็นชาและไร้อารมณ์ทันทีราวกับถูกปิดสวิตช์ ดวงตาคมกริบหันไปมองแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด รวิศหันไปมองธันสลับกับอคิราห์ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะกระตุกยิ้มเย็นเยียบออกมาเมื่อเห็นประกายความหึงหวงที่วาบผ่านนัยน์ตาของผู้กำกับจอมซึน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปากดีที่หนึ่ง แต่ถึงใจที่สอง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%