กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้สติของธันวาแจ่มชัดขึ้นเลยแม้แต่น้อย สองปีเต็มที่เขาปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินชีวิตคู่ จนกระทั่งรินรดาเลือกที่จะหันหลังเดินจากไปพร้อมกับรอยแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางหาย และตอนนี้... ผู้ชายที่เคยคิดว่าตัวเองกุมอำนาจเหนือทุกอย่างในมือ กลับต้องมานั่งซ่อนตัวอยู่หลังฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท จอดรถนิ่งสนิทอยู่ริมฟุตปาธฝั่งตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลเอกชนชื่อดัง
สายตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่ค้าทางธุรกิจด้วยความเย่อหยิ่งและเฉียบขาด บัดนี้กำลังจับจ้องร่างระหงของหญิงสาวในชุดทำงานเรียบง่าย เธอไม่ได้ดูอ่อนแอและน่าสงสารเหมือนวันที่เซ็นใบหย่าอีกต่อไปแล้ว รินรดายืนอยู่ใต้ร่มคันใหญ่ รอยยิ้มอบอุ่นและแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขผ่อนคลายขณะกำลังก้มลงพูดคุยกับเด็กชายตัวเล็กในชุดนักเรียนอนุบาล เป็นภาพที่บาดลึกเข้ามาในทรวงอกของธันวาอย่างจัง
"คุณแม่ขา วันนี้คุณครูชมธีร์ด้วยนะครับ ว่าธีร์ระบายสีไม่นอกเส้นเลย"
เสียงเจื้อยแจ้วที่ดังลอดเข้ามาในความทรงจำ แม้ธันวาจะไม่ได้ยินมันด้วยหูตัวเองในตอนนี้ แต่เขากลับจินตนาการออกได้อย่างแม่นยำ เด็กชายวัยสี่ขวบ—น้องธีร์... เด็กน้อยที่มีดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกันราวกับกระจกสะท้อน ยิ่งได้เห็นใกล้ๆ ยิ่งทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบ ทุกครั้งที่เด็กคนนั้นเงยหน้ามองรินรดา มันคือภาพสะท้อนความจริงอันโหดร้ายที่ว่า เขาเกือบจะทำลายสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองด้วยความเย็นชาและความหมางเมิน
ธันวากำพวงมาลัยรถแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ร่างกายไหววูบด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งความโหยหา ความสำนึกผิด และความริษยาที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก รินรดากำลังหัวเราะ... เสียงหัวเราะที่เขาแทบไม่เคยได้รับมันมานานหลายปี เสียงที่พิสูจน์ให้เห็นว่า โลกใบนี้ของเธอไม่มีเขาอีกต่อไปแล้ว และเธอกลับมีความสุขได้มากกว่าตอนที่ยังใช้สถานะภรรยาของธันวาเสียอีก
"คุณนายรินรดา... คุณเก่งขึ้นมากจริงๆ สินะ" ธันวาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดแต่ก็มีความดื้อรั้นบางอย่างซ่อนอยู่
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาใช้เวลาเกือบทุกวันในการเฝ้ามองเธอจากมุมมืด คอยสะกดรอยตามตั้งแต่ก้าวออกจากอพาร์ทเมนท์ ไปส่งลูกที่โรงเรียน เข้าบริษัท จนกระทั่งกลับบ้านในยามเย็น มันคือพฤติกรรมของพวกโรคจิต... เขารู้ตัวดี แต่เขาจะสนใจทำไม ในเมื่อนี่คือวิธีเดียวที่เขาจะได้เห็นหน้าลูกและผู้หญิงที่เป็นเจ้าของหัวใจเขาอย่างแท้จริง โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้ผลักไสไล่ส่งเขาเหมือนวันก่อนอีก
รินรดาจูงมือน้องธีร์เดินข้ามทางม้าลาย ร่างเล็กๆ ของเด็กชายวิ่งดุ๊กดิ๊กอย่างร่าเริง ใบหน้าจิ้มลิ้มเปื้อนรอยยิ้มสดใสจนคนเป็นพ่อที่แอบมองอยู่ถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจของธันวาบีบรัดเข้าหากันอย่างรุนแรง ความรู้สึกอยากวิ่งลงไปโอบกอด อยากคุกเข่าขอโทษ อยากเอ่ยปากบอกเด็กคนนั้นว่า 'พ่ออยู่นี่' มันตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก แต่เขาก็รู้ดีว่ามันสายเกินไป... ความผิดบาปที่เขาเคยสร้างไว้ มันหนาเตอะเสียจนไม่มีพื้นที่ยืนให้ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างเขาอีกแล้ว
รถกระบะสีดำคันหนึ่งขับเคลื่อนตัวออกไปจากจุดจอดอย่างเงียบเชเชียบ ธันวาขับตามรักษาระยะห่างไม่ให้คลาดสายตา เขาเห็นรินรดากับลูกแวะร้านเบเกอรี่เล็กๆ ริมถนน ภาพแม่ลูกช่วยกันเลือกขนมปัง รอยยิ้มที่รินรดามอบให้ลูกชายมันช่างอ่อนโยนและบริสุทธิ์ เป็นความรักที่เขาไม่เคยรู้จักในครอบครัวที่เขาเติบโตมา และเป็นความรักที่เขาเคยเหยียบย่ำมันอย่างไร้ค่าด้วยมือของตัวเอง
"พ่อครับ ขนมอันนี้อร่อยมากเลย แม่ลองชิมดูสิครับ" เสียงเด็กน้อยเจื้อยแจ้วดังแว่วมาตามสายลม เมื่อธันวาเดินตามห่างๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าร้านเบเกอรี่โดยใช้กระจกใสบานใหญ่พรางตัว
รินรดาก้มลงรับขนมชิ้นเล็กจากมือลูกชาย เธอเคี้ยวช้าๆ แล้วพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม "อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ลูกชายนี่ตาถึงจริงๆ นะคะเนี่ย"
จังหวะนั้นเอง... ราวกับมีแรงดึงดูดประหลาด รินรดาเงยหน้าขึ้นจากขนมในมือ สายตาคู่สวยที่เคยว่างเปล่าและเย็นชาเมื่อยามเผชิญหน้ากัน กลับกวาดสายตามามองผ่านกระจกร้านเบเกอรี่มายังฟุตบาทด้านนอกตรงจุดที่ธันวา đứngอยู่พอดี!
ลมหายใจของธันวาขาดห้วยไปชั่วขณะ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมกริบประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนที่แววตาคู่นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกราบในเสี้ยววินาที
รินรดานิ่งงั้นไปชั่วขณะ มือที่จูงน้องธีร์อยู่กระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ราวกับสัญชาตญาณความเป็นแม่กำลังกรีดร้องเตือนภัยให้ปกป้องลูกน้อยจากเงาอดีตที่ตามมาหลอกหลอน
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เขารู้ตัวว่าถูกจับได้แล้ว การหลบซ่อนสิ้นสุดลงในวินาทีนี้
ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้ก้าวเท้าเข้าไปเผชิญหน้า รินรดากลับหันหลังกลับทันที เธออุ้มรวบตัวน้องธีร์ขึ้นมาแนบอกด้วยความเร่ง3รัด ใบหน้าหวานนิ่งสนิทไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและแข็งกร้าวที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อน เธอก้าวฉับๆ พา Avoid ลูกชายเดินหายเข้าไปทางประตูด้านหลังของร้านที่เชื่อมต่อไปยังลานจอดรถส่วน
ธันวาสบถในลำคออย่างหัวเสีย รีบสาวเท้ายาวๆ วิ่งอ้อมไปที่ลานจอดรถทันที ความมุ่งมั่นที่จะตามให้ทันพุ่งพล่านจนไม่อาจควบคุมสติได้อีกต่อไป เขารู้ว่าถ้าปล่อยให้เธอหนีไปรอบนี้ เขาอาจจะไม่รู้อีกเลยว่าพวกเธอซ่อนตัวอยู่ที่ไหน
แต่เมื่อเขามาถึงลานจอดรถ... สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับไม่ใช่แผ่นหลังของรินรดา แต่เป็นรถเก๋งสีขาวคันหนึ่งที่กำลังเคลื่อนตัวออกไปด้วยความเร็วสูง โดยมีร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งเป็นคนขับ และผ่านกระจกหลังที่ติดฟิล์มใส ธันวาเห็นรินรดานั่งอยู่เบาะข้างคนขับอย่างปลอดภัย ขณะที่ผู้ชายคนนั้นหันไปส่งยิ้มให้เธออย่างสนิทสนม!
รอยยิ้ม... และมือของชายแปลกหน้าที่เอื้อมไปแตะไหล่บางของรินรดาอย่างคุ้นเคย
ภาพนั้นเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะของธันวาอย่างจัง ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความคลุ้มคลั่งพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ธันวากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด
ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? ทำไมรินรดาถึงยิ้มให้มัน? และทำไม... มันถึงกล้าแตะต้องผู้หญิงที่ยังคงมีสถานะทางกฎหมายว่าเป็นอดีตภรรยาของเขา!
ธันวากัดฟันกรอด ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเตรียมพุ่งตัวกลับไปขึ้นรถขับไล่ตามล่าให้รู้เรื่อง แต่ทว่า... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทกลับแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
เขาควักมันออกมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอปรากฏเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคย แต่เมื่อเขากดรับและแนบหู เสียงทุ้มต่ำปลายสายก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบลงในพริบตา
"เลิกตามรังควานเธอกับลูกสักที... ธันวา ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องที่คุณพยายามปกปิดในอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานจนหมดอนาคต"
ธันวาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกVูบ ร่างกายชาดิกตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อตระหนักได้ว่า... เขานั่นแหละที่กำลังตกเป็น "เหยื่อ" ในเกมที่ใครบางคนกำลังรอขยี้เขาให้แหลกคามือ!
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ,
กระจกเงาสะท้อนใจ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 21
เฝ้ามองจากมุมมืด
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!