หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 22

บทเรียนที่สายเกินไป

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
“ถ้าคุณคิดจะเอาเงินฟาดหัวฉันเหมือนอดีตที่ผ่านมา… ฉันเกรงว่าคุณคงต้องคำนวณตัวเลขในบัญชีใหม่ทั้งหมดแล้วล่ะค่ะ คุณธันวา” สุ้มเสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดหวั่นที่เคยมีในอดีต หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีครีมยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าอดีตสามี ภายใต้บรรยากาศของร้านกาแฟกึ่งออฟฟิศใจกลางย่านธุรกิจ ท่ามกลางสายตาของลูกค้ารายอื่นที่ต่างพากันเหลือบมองคู่สนทนาคู่นี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ธันวาชะงักค้าง ปากกาในมือเกือบจะหล่นลงกระทบพื้น สายตาคมกริบที่เคยใช้มองข้ามหัวเธอมาตลอดหลายปี บัดนี้กลับฉายแววสับสนและตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงขยับตัวเข้าหาเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า ทว่าครั้งนี้… เหยื่อใต้กรงเล็บของเขาได้กลายร่างเป็นเสือสาวที่พร้อมจะตะปบเขากลับได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มกลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ภาพจำของรินรดาผู้เป็นเพียงภรรยาเงียบๆ ที่คอยก้มหน้าก้มตารอเขา In my world กลับบ้านอย่างไร้ค่าเมื่อหลายปีก่อน ซ้อนทับกับหญิงสาวผู้ทรงพลังในปัจจุบันจนแทบแยกไม่ออก เขารู้ดีว่าเขาสมควรได้รับความเย็นชานี้ แต่หัวใจที่ด้านชามานานกลับกระหน่ำเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ—ความเสียดาย และความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ “ผมไม่ได้จะเอาเงินมาฟาดหัวคุณ… ริน” ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกวาดมองร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้เครื่องสำอางราคาแพงของเธอ “ผมแค่… เห็นคุณต้องวิ่งรอก7งานเอกสารกองโต แถมยังต้องจัดการเรื่องร้านกาแฟสาขาใหม่ด้วยตัวเองทั้งหมด ผมแค่อยากช่วยในฐานะ…” “ในฐานะอะไรคะ?” รินรดาย้อนถามทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันชัดเจน “ในฐานะอดีตสามีผู้ใจบุญ หรือในฐานะผู้ชายที่เคยเซ็นใบหย่าให้ฉันอย่างไม่ลังเลเมื่อสามปีก่อนกันแน่คะ? อย่าเอาคำว่า ‘ความหวังดี’ มาอ้างเพื่อชะล้างความผิดบาปในอดีตเลยค่ะ มันน่าสมเพชเกินไป” ถ้อยคำเชือดเฉือนพุ่งตรงปักกลางใจของธันวาจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขามองเห็นแฟ้มเอกสารบัญชีหนาเตอะบนโต๊ะที่รินรดากำลังก้มหน้าตรวจทานเมื่อครู่ มือเรียวบางข้างนั้นมีรอยพลาสเตอร์ปิดแผลเล็กๆ จากการโดนกระดาษบาด และดวงตาคู่นั้นก็ฟ้องชัดเจนว่าเธอไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายคืนแล้ว ความรู้สึกอยากปกป้อง—ความรู้สึกที่เขาไม่เคยหยิบยื่นให้เธอเลยตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกัน—กลับพรั่งพรูขึ้นมาอย่างดื้อดึง ธันวาขยับตัวจะเอื้อมมือไปช่วยรวบรวมเอกสารที่กระจัดกระจายบนโต๊ะ แต่รินรดากลับชักมือหลบราวกับสัมผัสของเขาเป็นสิ่งแปลกปลอมที่น่ารังเกียจ “อย่าแตะต้องมันค่ะ” เธอเอ่ยเสียงต่ำพร้อมกับกวาดแฟ้มทั้งหมดเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว “ของของฉัน ฉันดูแลเองได้ ไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณหรอกค่ะ เชิญคุณไปจัดการกับโครงการพันล้านของคุณเถอะค่ะ ที่นี่ไม่มีผลประโยชน์อะไรที่คุณจะตักตวงได้อีกแล้ว” ความดื้อรั้นและท่าทีที่แข็งกร้าวนี้ไม่ได้ทำให้ธันวาถอดใจ กลับกัน มันยิ่งกระตุ้นความรู้สึกผิดบาปในอกให้โหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น เขาจำได้ดีถึงวันที่เธออุ้มท้องโตใกล้คลอดเดินออกจากบ้านโดยไม่หันกลับมามอง วันที่เขาเลือกเซ็นชื่อลงในกระดาษแผ่นเดียวโดยไม่เคยถามสักคำว่าเธออยู่ไหวไหม วันนี้… เขาได้เห็นกับตาแล้วว่าเธอยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสง่างามเพียงใด และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่าสิ้นดี ในจังหวะที่ธันวากำลังจะเอឹมปากกล่าวคำขอโทษที่ค้างคามานาน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้น ขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดระหว่างคนทั้งสอง ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแต่เมื่อเหลือบมองหน้าจอและเห็นชื่อผู้ติดต่อ เขากลับนิ่งงันไปชั่วขณะ “ว่าไงครับแม่?” ธันวาตัดสินใจกดรับสาย น้ำเสียงของมารดาที่ลอดออกมาตามสายเต็มไปด้วยความร้อนรนและตื่นตระหนกจนเขารู้สึกได้ “ธันวา! ลูกรีบกลับมาที่คฤหาสน์เดี๋ยวนี้เลยนะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” “มีอะไรครับแม่ ใจเย็นๆ ก่อน…” “เด็กคนนั้น… เด็กผู้ชายวัยสี่ขวบที่วิ่งเล่นอยู่ในสวนหน้าบ้านเราเมื่อกี้… ยายพิมพ์บอกว่าแกแอบหนีมากับรถส่งของร้านกาแฟ แล้วแก… แกหน้าตาเหมือนลูกตอนเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ยายแกเป็นลมล้มพับไปแล้ว ธันวา! รีบกลับมาดูหน้าหลานตัวเองเดี๋ยวนี้เลยนะ!” สายตาของธันวาชาวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมในวันที่ไม่มีเค้าลาง ฝ่ามือหนาที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาเล็กน้อย เขาลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองประมวลผลคำพูดของมารดาซ้ำไปซ้ำมา—เด็กผู้ชายวัยสี่ขวบ… หน้าตาเหมือนเขาตอนเด็ก… หัวใจของอดีตสามีผู้เย็นชาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆ หันขวับกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า รินรดากำลังเก็บข้าวของลงกระเป๋าด้วยท่าทีนิ่งสงบ ทว่าริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นกลับสั่นระริกเล็กน้อยอย่างพิกล ดวงตาคมกวาดมองไปที่กระเป๋าผ้าใบใหญ่ข้างกายเธอ ซึ่งมีกระป๋องสีน้ำและสมุดวาดภาพของเด็กโผล่อออกมา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง… จิ๊กซอว์ทุกชิ้นในหัวของธันวาก็ประกอบเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบจนน่ากลัว ด้วยความปรารถนาดีจากใจ, กระจกเงาสะท้อนใจ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%