หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 19

คำโกหกสีขาว

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายของกาแฟราคาแพงในห้องรับรองพิเศษอบอวลไปด้วยความอึดอัด ชนิดที่ว่าแม้แต่ลมหายใจก็ยังรู้สึกเหมือนถูกบีบให้แคบลง ธันวานั่งหลังตรงอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนซ่อนความไหววูบเอาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะสวมด้วยซ้ำ—หากไม่ใช่เพราะเอกสารกองโตที่เพิ่งเซ็นอนุมัติไปเมื่อครู่ ทว่า... สิ่งที่ดึงดูดสติของเขาให้ออกจากตัวเลขผลกำไรในบัญชีบริษัท กลับเป็นเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนพรมเปอร์เซียห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นเชิดรั้น และโดยเฉพาะเสี้ยววินาทีที่เด็กน้อยขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด... มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ราวกับถูกถอดแบบออกมาจากบล็อกเดียวกันอย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก แน่นิ่ง และหนักอึ้งจนน่าประหลาด "มองอะไรคะ คุณธันวา?" เสียงหวานที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยหนามแหลมคมดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสสูทเข้ารูปสีเบจ ท่าทางของเธอสง่างาม เย็นชา และเด็ดเดี่ยวราวกับไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความสนใจจากเขาในอดีต ธันวาเงยหน้าขึ้นจากเด็กน้อย สบตากับอดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย "เด็กคนนี้..." ธันวาเอ่ยเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเล็กน้อย พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "เขาชื่ออะไร... แล้วเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมถึง..." "ทำไมถึงหน้าตาคุ้นจนน่าตกใจอย่างนั้นใช่ไหมคะ?" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา คราบน้ำตาและความอ่อนแอในอดีตถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเกราะป้องกันที่หนาเตอะ "ริน..." ธันวาลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งด้วยเหตุผลบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ "ตอบฉันมาตามตรง... เด็กคนนั้น คือลูกของเราใช่ไหม? เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันใช่หรือเปล่า?" บรรยากาศในห้องราวกับถูกแช่แข็ง ชั่ววินาทีนั้น เสียงลมหายใจของธันวากลับดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศ รินรดายืนนิ่งเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนเงาของชายผู้เคยทำลายโลกทั้งใบของเธอแหลกสลายคามือ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ความสงสัย และ... ความหวาดกลัวที่เขาพยายามซ่อนไว้ รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสนุกสนานโดยสิ้นเชิง "คุณนี่ช่างหลงตัวเองไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะ ธันวา" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางปรายตามองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่กำลังตั้งใจระบายสีไดโนเสาร์ในมือ "คิดว่าผู้ชายทุกคนบนโลกนี้จะต้องมีหน้าตาพิมพ์เดียวกับคุณหมดหรือไงคะ?" "ริน... อย่ามาโกหกฉัน" ธันวาขยับเข้าไปประชิด มือหนาเผลอยื่นออกไปหมายจะคว้าข้อแขนเรียวของเธอ แต่รินรดาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้เขาสัมผัส "โกหกเหรอคะ?" เธอย้อนถาม เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธที่สั่งสมมานาน "สิทธิ์อะไรที่คุณจะมาคาดคั้นความจริงจากฉันคะ? ผู้หญิงที่คุณบอกว่าน่ารำคาญ ผู้หญิงที่คุณเคยบอกว่าต่อให้ตายคաբานคุณก็จะไม่ชายตาแล... ตอนนี้เธอกลับมีค่าพอที่คุณจะมาสนใจเรื่องส่วนตัวแล้วอย่างนั้นหรือคะ?" "ฉันถามว่าเขาใช่ลูกฉันไหม!" ธันวาเผลอตะคอกออกมาด้วยความจำนนต่ออารมณ์ ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกความร้อนรนกัดกินจนหมดสิ้น "ฉันเห็นหน้าเขา ริน! ฉันจำหน้าตัวเองตอนเด็กได้ดี เด็กคนนั้น... อายุสี่ขวบ... และเราหย่ากันไปเมื่อสามปีครึ่ง! ระยะเวลามันฟ้องทุกอย่าง!" รินรดากัดริมฝีปากแน่น หัวใจกระตุกวูบเมื่อถูกจี้เข้าจุดสำคัญ แต่เธอก็รวบรวมเศษซากความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีไว้ตั้งรับ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะพ่นคำพูดที่กรีดแทงหัวใจคนฟังออกมาอย่างเลือดเย็น "ไม่ใช่ค่ะ" คำปฏิเสธนั้นหนักแน่น ชัดเจน และไร้ซึ่งความลังเล ธันวาชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกarm "เธอ... ว่าอะไรนะ?" "ฉันบอกว่า 'ไม่ใช่' ค่ะ" รินรดาย้ำชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคู่สวยจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว "เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณ อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะ คุณธันวา เขาคือลูกของฉัน... กับคนอื่น" คำว่า *'กับคนอื่น'* พุ่งชนเข้ากลางหน้าอกของธันวาราวกับถูกค้อนทุบซ้ำๆ ภาพของเด็กชายที่หน้าตาเหมือนเขาราวกับแกะผุดขึ้นมาในหัว แต่วาจาของเธอกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เลือดในกายของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลพลุ่งพล่านจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า "โกหก! เธอกล้าพูดว่าไม่ใช่ได้ยังไงในเมื่อ..." "แล้วทำไมฉันจะต้องพูดความจริงกับคนที่ไม่มีค่าอะไรในชีวิตฉันด้วยล่ะคะ?" รินรดาย้อนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท เย็นชาเสียจนบาดลึกถึงกระดูกดำ "สำหรับคุณ รินรดาคนนี้ก็เป็นได้แค่ของตาย เป็นแค่อดีตกาลที่คุณอยากจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมพอฉันมีชีวิตใหม่ มีครอบครัวใหม่ มีลูกกับผู้ชายที่ดีกว่าคุณ... คุณถึงต้องดิ้นรนอยากเป็นพ่อเด็กคนนี้ขึ้นมาล่ะคะ?" ธันวากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโกรธและ... ความเจ็บปวดที่เพิ่งเคยลิ้มลองเป็นครั้งแรกในชีวิต ความรู้สึกสูญเสียสิ่งที่ไม่ควรจะเสียกำลังกัดกินวิญญาณของเขา "ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร?" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุร้ายจ้องเขม็ง "มันเป็นใครที่กล้ามาแทนที่ฉัน!" รินรดายิ้มเยาะให้กับความบ้าคลั่งที่กำลังครอบงำอดีตสามี เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ตั้งใจจะฝังกลบความหวังทั้งหมดของเขาให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด "เขาจะเป็นใคร... มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณทั้งนั้นค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ "เพราะต่อให้คุณจะเอาช้างมาฉุด หรือเอาอำนาจทั้งหมดที่มีมาบีบ... ฉันก็ไม่มีวันให้คุณเข้าใกล้ลูกของฉันเด็ดขาด" พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินผละออกจากโซฟาตรงไปยังมุมห้องที่ลูกชายนั่งอยู่ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ธันวาได้เอ่ยคำพูดใดโต้แย้งอีก "น้องธีร์คะ ลูกชายแม่... เก็บของเล่นเสร็จหรือยังครับ? เราต้องรีบไปกันแล้วนะ เดี๋ยวคุณป๋าของหนูจะมารับที่ล็อบบี้ข้างล่างค่ะ" น้ำเสียงอ่อนโยนที่เธอใช้พูดกับเด็กชายบาดลึกเข้ามาในโสตประสาทของธันวา ราวกับมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทงลงบนหัวใจของเขา *คุณป๋า?* ธันวายืนแข็งทื่ออยู่กับที่ สมองอื้ออึงจนแทบประมวลผลไม่ทัน ภาพของรินรดาที่กำลังจูงมือเด็กน้อยเดินหันหลังให้เขาค่อยๆ เคลื่อนไหวออกไปช้าๆ ความหวังที่จะแก้ไขอดีตพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ทว่า ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอื้อมมือเปิดประตูห้องรับรองเพื่อพาเด็กชายออกไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอกสามครั้งก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยชายแปลกหน้าผู้หนึ่ง... ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาภูมิฐาน ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น และเอמהทักทายรินรดาด้วยความสนิทสนม "ริน... รอนานไหมครับ? พอดีผมคุยธุระกับทางผู้บริหารข้างล่างเสร็จเร็วกว่ากำหนด..." ชายคนนั้นชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับสายตาดุดลาน ราวกับสัตว์ป่าบาดเจ็บของธันวาที่ยืนจ้องเขม็งอยู่กลางห้อง รินรดาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เธอกลับระบายยิ้มหวานหยดย้อย—รอยยิ้มที่ธันวาไม่เคยได้รับมันมาหลายปี—ก่อนจะเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ไม่นานค่ะพี่ภัทร... อ้อ, รู้จักกันไว้หน่อยก็ดีนะคะ... สามีใหม่ของรินเองค่ะ" ธันวารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้นเอง *ติดตามตอนต่อไปนะคะ* *กระจกเงาสะท้อนใจ*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%