กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟกึ่งแกลเลอรีแห่งนั้น ไม่ได้ช่วยลดทอนความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกของธันวาลงได้เลยแม้แต่น้อย
ราวกระจกเงาบานใหญ่ที่เคยสะท้อนภาพความเย่อหยิ่งและมั่นคงในชีวิตของเขา บัดนี้กลับถูกทุบทำลายจนแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ด้วยภาพเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่กำลังยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่เบื้องหน้า ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นที่เชิดขึ้นเล็กน้อย แม้กระทั่งมุมปากยามที่เด็กน้อยทำหน้าสงสัย ทุก100 เปอร์เซ็นต์ขององค์ประกอบบนใบหน้านั้น... ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา
ธันวารู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายสูงใหญ่ที่เคยยืนหยัดอย่างองอาจกลับเซถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความคิดในหัวปั่นป่วนจนแทบแยกแยะไม่ออกว่าสิ่งใดคือความจริง สิ่งใดคือภาพลวงตาที่ความรู้สึกผิดกำลังหลอกหลอนเขา
"นี่... นี่มัน..."
เสียงของธันวาแหบพร่า เล็ดลอดออกมาจากไรฟันที่ขบเข้าหากันแน่น เขากวาดสายตากลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างกายเด็กชาย รินรดาในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งให้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยเมื่อสี่ปีមុន แววตาของเธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและกำแพงหนาเตอะที่พร้อมจะปกป้องสายเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองด้วยชีวิต
"คุณริน..." ธันวาเค้นเสียงเรียกชื่ออดีตภรรยา หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่เด็กน้อยสลับกับใบซีดเผือดของรินรดา "เด็กคนนี้... ลูกใคร"
คำถามนั้นไม่ใช่เพียงแค่ข้อสงสัย แต่มันคือค้อนเหล็กอันหนักอึ้งที่ทุบลงกลางความรู้สึกผิดบาปที่เขาพยายามกลบฝังมาตลอดหลายปี รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอย่อตัวลงโอบกอดร่างเล็กของน้องธีร์เข้าสู่อ้อมอกอย่างปกป้อง สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่าน สัญชาตญาณของการถูกทำร้ายในอดีตสอนให้เธอรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่เคยคู่ควรกับความเมตตาใดๆ ทั้งสิ้น
"ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมาใส่ใจค่ะ คุณธันวา" เสียงของรินรดาราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอเชิดหน้าขึ้นสบตาอดีตสามีอย่างไม่เกรงกลัว "ปล่อยเราไปเถอะค่ะ ต่างคนต่างอยู่ คือสิ่งที่คุณเคยต้องการไม่ใช่เหรอคะ"
"แต่เด็กคนนี้..." ธันวาพยายามก้าวเท้าเข้าไปใกล้ แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ ร่างสูงชะงักกึก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อเห็นท่าทีตื่นกลัวที่สะท้อนผ่านดวงตาคู่นั้น "ผม... ผมแค่อยากรู้ ธีร์... แกชื่อธีร์ใช่ไหม ริน... เขาหน้าเหมือนผม เหมือนมากจนผม... หายใจไม่ออก"
"แล้วมันแปลกตรงไหนล่ะคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงหัวเราะในลำคอของเธอดูแคลนและเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าแต่ถูกสะกดกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลร่วง "ในเมื่อคุณเคยบอกว่าฉันเป็นแค่ภรรยาไร้ค่า เป็นตัวน่ารำคาญที่วันๆ เอาแต่เรียกร้องความสนใจ... ลูกของฉัน จะหน้าตาเหมือนใคร มันก็เรื่องของฉันค่ะ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณ"
"ริน! อย่าพูดแบบนี้..." ธันวาก้าวเข้าไปอีกก้าวด้วยความร้อนรน มือหนาสั่นเทาระคนความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก "ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าผมทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน แต่เรื่องนี้... มันเรื่องใหญ่ รินรดา! นี่ลูกของผมใช่ไหม? คุณท้อง... คุณท้องตอนที่เรายังไม่หย่าใช่ไหม ทำไมคุณถึงไม่บอกผม?"
น้องธีร์ที่ซบอยู่กับอกอ้อมกอดของมารดาเงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตนเองด้วยความฉงนสนเท่ห์ มือเล็กๆ ยกขึ้นดึงชายเสื้อของมารดาเบาๆ พร้อมกับกระซิบถามด้วยเสียงใสแจ๋วที่บาดลึงลึกลงไปในโสตประสาทของธันวา
"คุณแม่ครับ... คุณลุงคนนี้เสียงดังจังเลย ทำไมเขาถึงมองหน้าธีร์แบบนั้นล่ะครับ? ธีร์กลัว..."
คำว่า *'คุณลุง'* จากปากเด็กชายตัวน้อย เปรียบเสมือนคมหอกที่พุ่งปักเข้ากลางหัวใจของธันวาอย่างจัง ร่างของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลทรุดฮวบลงคุกเข่าต่อหน้าเด็กชายอย่างไร้ฟอร์ม ความหยิ่งทะนงทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี หยาดน้ำตาของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยหลั่งน้ำให้ใครเห็น กลับเอ่อล้นทะลักปรี่ออกมาจากดวงตาคู่คมที่แดงก่ำ
"ธีร์... ลูกพ่อ" ธันวาพึมพำเสียงสั่นเครือ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะต้องแก้มเนียนนุ่มของเด็กชาย แต่กลับต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อรินรดาปัดมือของเขาออกอย่างไม่ใยดี
"อย่าแตะต้องลูกฉัน!" รินรดาตะคอกใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่สะสมมานานนับปี น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงผล็อยลงมาอาบแก้ม แต่แววตากลับแข็งกร้าวไร้ความอ่อนข้อ "คุณไม่มีสิทธิ์! วันที่คุณเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของคุณ... คุณตัดสิทธิ์ความเป็นพ่อของตัวเองไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้วค่ะ ธันวา!"
ภาพเหตุการณ์เมื่อสี่ปีที่แล้วย้อนกลับมาหลอกหลอนธันวาอีกครั้ง ในวันที่รินรดาท้องได้สามเดือนและพยายามจะบอกความจริงกับเขา แต่เขากลับปัดโทรศัพท์ทิ้ง ไล่ตะเพิดเธอออกจากห้องทำงานด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามว่าเธอใช้มารยาเพื่อผูกมัดเขาไว้
*“ถ้าเธอท้องจริง ก็ไปพิสูจน์เอาเองข้างนอก! ฉันไม่เคยต้องการเด็กคนนี้ และไม่อยากแม้แต่จะมองหน้า!”*
คำพูดใจร้ายในอดีตย้อนกลับมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่ในวันนี้ บาปกรรมที่เขาเป็นคนก่อ กำลังตามมาทวงคืนอย่างสาสmและเจ็บปวดที่สุด
"ผมขอโทษ..." ธันวาคุกเข่าก้มหน้าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน ภาพลักษณ์ของประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจพังทลายไม่เป็นท่าต่อหน้าอดีตภรรยาและลูกชาย "ผมมันโง่เอง ผมมันสารเลว... ริน ยกโทษให้ผมเถอะนะ ให้โอกาสผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้ชดใช้ความผิดบาปที่ทำไว้กับสองแม่ลูกเถอะนะ"
รินรดามองภาพผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอลงกับพื้นดิน บัดนี้กลับมาคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนขอความเมตตา ความรู้สึกสะใจแวบผ่านเข้ามาในอก แต่ความเจ็บปวดในอดีตกลับทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้เธอกลับไปใจอ่อนอีกเป็นครั้งที่สอง
เธอสูญเสียน้ำตาให้กับผู้ชายคนนี้มามากเกินพอแล้ว ในวันที่เธออุ้มท้องโตใกล้คลอดด้วยความโดดเดี่ยว ในวันที่เธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัวตามลำพัง ธันวาอยู่ที่ไหน? เขาอยู่กับความสำเร็จและผู้หญิงคนอื่น! แล้ววันนี้ มีสิทธิ์อะไรจะมาทวงคืนคำว่า 'พ่อ' ไปจากอ้อมอกของเธอ
"สายไปแล้วค่ะ..." รินรดาแค่นยิ้มทั้งน้ำตา เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะดึงมือลูกชายให้ลุกขึ้นยืนเคียงข้าง "คุณไม่มีวันได้เห็นหน้าลูก และไม่มีวันได้ใช้คำว่าพ่อกับเด็กคนนี้ จำเอาไว้... นี่คือบทเรียนราคาแพงที่คุณต้องจ่ายสำหรับการกระทำของคุณเอง"
พูดจบ รินรดาก็จูงมือน้องธีร์หันหลังเดินจากไปทันที โดยไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มที่ยังคงคุกเข่าร่ำไห้อยู่บนพื้นร้านกาแฟ ท่ามกลางสายตาของลูกค้าคนอื่นที่มองมาด้วยความเวทนา
ธันวานั่งมองแผ่นหลังของอดีตภรรยาและลูกชายที่กำลังเดินห่างออกไปทีละน้อย หัวใจของเขาแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี ความสิ้นหวังเข้ากัดกินวิญญาณ แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะยอมแพ้และปล่อยให้ความมืดมนกลืนกิน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
มือหนาสั่นเทาหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาอย่างไร้เรี่ยวแรง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากทนายความส่วนตัว พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ส่งตามหลังมาทางอีเมล
*“เรียน คุณธันวา เอกสารผลตรวจ DNA อย่างเป็นทางการ ระหว่างคุณกับเด็กชายธีรเดช ออกมาแล้วครับ... ผลปรากฏว่า ตรงกัน 99.99% ครับนาย”*
ธันวาเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกลงไปที่ตาตุ่ม ทันทีที่เขากดเปิดไฟล์ภาพเอกสารผลตรวจที่ถูกส่งตรงเข้ามาในไลน์ พร้อมกับข้อความอีกบรรทัดจากนักสืบเอกชนที่เขาว่าจ้างให้ตามติดชีวิตรินรดา
*“นอกจากนี้... ผมพบว่าคุณรินรดากำลังจะเซ็นสัญญาแต่งงานใหม่กับนักธุรกิจอภิมหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์ในสัปดาห์หน้า และพวกเขากำลังจะพาน้องธีร์ย้ายไปอยู่ต่างประเทศถาวรครับ!”*
***
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ)*
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 18
น้องธีร์ ลูกใคร
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!