หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 17

สายตาที่คุ้นเคย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงฉีกกระดาษซองเอกสารสีน้ำตาลดังแคว่ก… ท่ามกลางความเงียบงันที่ราวกับถูกแช่แข็งในห้องรับรอง VIP ของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง รินรดายืนนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตามานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้กลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลมพัด แต่ทว่าลึก ลงไปกลับซ่อนประกายไฟแห่งความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า ในมือของเธอคือแผ่นกระดาษA4 ที่พิมพ์ผลตรวจพันธุกรรมอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูไปสู่อิสรภาพที่แท้จริง และในขณะเดียวกัน... มันก็คือมีดอาบยาพิษที่จะกรีดแทงหัวใจของคนที่เคยเหยียบย่ามศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกคาตา “คุณกำลังปิดบังอะไรผมอยู่... รินรดา” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาจนเกือบชิด ร่างของธันวายืนประชิดเข้ามาด้วยความรวดเร็ว แววตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใครกำลังจ้องเขมรึงไปยังซองเอกสารในมือเธอ ความสงสัยระคนระแวงฉายชัดอยู่ในดวงูคู่นั้น ตั้งแต่ วินาทีแรกที่เขาบังเอิญเห็นเธอก้าวออกมาจากห้องพักแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ หัวใจที่เคยด้านชาของเขากลับกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ สัญชาตญาณดิบของนักล่าบอกให้เขารู้ว่า... ผู้หญิงคนนี้กำลังซ่อนความลับบางอย่างที่เกี่ยวกับเขาอย่างแน่นอน รินรดาไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนหลังตรง สง่างาม และเย็นชา ผิดกับอดีตภรรยาที่เคยเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้และอ้อนวอนขอความรักจากเขาอย่างน่าสมเพชในอดีต หญิงสาวค่อยๆ พับกระดาษแผ่นนั้นเก็บเข้าที่เดิมอย่างใจเย็น ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามีด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา และมันทำให้ธันวารู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง “มันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องใส่ใจค่ะ คุณธันวา” น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบน้ำผึ้ง “เราหย่าขาดจากกันทางกฎหมายมานานพอที่จะต่างคนต่างอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ หรือว่างานบริหารบริษัทระดับหมื่นล้านของคุณมันว่างมาก จนต้องมาตามสอดส่องชีวิตของอดีตภรรยาที่ถูกคุณเขี่ยทิ้งเหมือนก้อนกรวดข้างทาง” ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ความเย่อหยิ่งและอีโก้ที่ค้ำคอทำให้เขาเกลียดท่าทีห่างเหินและไม่แยแสของเธอที่สุด รินรดาในตอนนี้ช่างแตกต่างจากรินรดาคนเดิมลิบลับ ความเจ็บปวดในอดีตไม่ได้ทำให้เธอล่มสลาย แต่มันกลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นกำแพงเหล็กที่เขาไม่มีวันเจาะทะลุได้ง่ายๆ “ถ้ามันเป็นเรื่องส่วนตัว ผมคงไม่ดึงดันที่จะรู้หรอกรินรดา...” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าจมูกเธอ “แต่สายตาที่คุณมองผม... และท่าทางลับๆ ล่อๆ ตั้งแต่เดินออกจากห้องตรวจเด็ก มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า... คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่หลังลับหลังผม” ธันวาหรี่ตามองซองเอกสารในมือเรียวบาง เขาพยายามจะแย่งมันมาดูให้รู้แล้วรู้รอด แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันท่วงที ปฏิกิริยาที่รวดเร็วนั้นยิ่งตอกย้ำความสงสัยในใจของเขาให้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด “ลับหลังคุณเหรอคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยมองเขาด้วยความสมเพชระคนเวทนา “คุณคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาลหรือไงคะคุณธันวา ทุกสิ่งที่ฉันทำ ทุกย่างก้าวที่ฉันเดิน มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณเลยแม้แต่น้อย กรุณาเลิกสำคัญตัวผิดเสียทีค่ะ” “รินรดา!” ธันวาคำรามต่ำในลำคอด้วยความโกรธ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้โดยอัตโนมัติ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นทำร้าย แต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ “ปากเก่งขึ้นนี่... ตั้งแต่ไสหัวออกไปจากบ้านคราวก่อน คงไปได้ดิบได้ดีมีใครคอยหนุนหลังสินะ ถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้!” รินรดาก้มลงมองมือหนาที่บีบอยู่บนแขนของเธอ แววตาไหววูบไปชั่วขณะไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นความรังเกียจเดียดฉันท์ที่พรั่งพรูขึ้นมาในอก เธอยกยิ้มเยาะให้กับความหลงตัวเองของเขา “ปล่อยค่ะ... ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งความข้อหาอนาจารและรังควาน” เธอกล่าวเสียง and ต่ำแต่ทรงพลัง ชนิดที่ทำให้ธันวาต้องชะงักไปชั่วขณะ “ส่วนฉันจะมีใครหนุนหลัง หรือจะใช้ชีวิตอยู่กับใคร มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของฉันที่คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมาตั้งคำถาม จำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะว่าเรา ‘จบกัน’ ไปนานแล้ว” ธันวาชะงักค้างไปกับคำพูดและแววตาที่เด็ดเดี่ยวราวก้อนหินของเธอ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจของเขา... ความหึงหวง? ความกระวนกระวายใจ? หรือความกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ว่าเขากำลังจะสูญเสียบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปตลอดกาลโดยไม่มีวันเรียกคืนกลับมาได้ เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง รินรดาย้ายไปอยู่ต่างประเทศตามคำสั่งของแม่เขาไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมจู่ๆ เธถึงกลับมาปรากฏตัวที่นี่ พร้อมกับซองผลตรวจที่เธอพยายามปกปิดสุดชีวิต และที่สำคัญที่สุด... แววตาของเธอในตอนนี้ มันไม่ใช่แววตาของผู้หญิงที่ยังมีความอาลัยอาวรณ์ แต่มันคือแววตาของผู้หญิงที่พร้อมจะมา ‘ทวงคืน’ ทุกสิ่งที่เคยถูกแย่งชิงไป! บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะระเบิด ธันวายังคงจ้องหน้าอดีตภรรยาเขม็งราวกับต้องการจะทะลุทะลวงเข้าไปในความคิดของเธอ ขณะที่รินรดาก็กำซองเอกสารในมือแน่น พร้อมที่จะหันหลังเดินหนีออกไปจากตรงนี้ทันทีที่สบโอกาส แต่ทว่า... ในวินาทีที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปถึงจุดแตกหักนั้นเอง “หม่าม้าครับ! น้องธีร์หิวน้ำจังเลย... เอ๊ะ? คุณลุงคนนั้นใครเหรอครับหม่าม้า ทําไมหน้าตาคุ้นจัง เหมือนกระจกเงาสองบานเลยครับ” เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่วิ่งดุ๊กๆ ตรงเข้ามาหา พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองธันวาด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อบริสุทธิ์... ดวงตาคู่เดียวกับธันวา ราวกับพิมพ์เดียวกันออกมาไม่มีผิดเพี้ยน! ธันวาราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ความคิดในหัวหยุดชะงักลงในพริบตาเดียว สายตาของเขาเลื่อนต่ำลงมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกะพริบตาปริบๆ อยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันขวับกลับมามองหน้าอดีตภรรยาที่หน้าซีดเผือดลงทันที... และในวินาทีนั้นเอง ความจริงอันน่าตกตะลึงก็กระแทกเข้าใส่หน้าเขาอย่างจังจนแทบล้มทั้งยืน! *รี้ดเดอร์คะ... เตรียมใจรับมือกับพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะถล่มในตอนหน้าให้ดีนะคะ!*
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%