กลิ่นไอน้ำฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไปผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของตลาดสดชุมชน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวน่ารื่นรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย สำหรับรินรดาแล้ว ที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัยในการหาเลี้ยงปากท้อง เป็นดินแดนที่ไม่มีใครรู้จักอดีตอันเน่าเฟะของเธอ ไม่มีเงาของตระกูลใหญ่โตคอยกดทับ และไม่มีสายตาดูแคลนจากใครหน้าไหน... จนกระทั่งเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยจนฝังรากลึกในกระดูกดำดังแทรกผ่านความจอแจของผู้คนเข้ามา
"ไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณ จะลดตัวลงมาเดินในที่โสมmแบบนี้ด้วย"
รินรดาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน พัสตราภรณ์ราคาถูกที่เธอสวมใส่พลաբหนักอึ้งขึ้นมาทันin สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในอก มือเรียวที่กำลังถือถุงวัตถุดิบทำอาหารกำเข้าหากันจนข้อต่อปูดโปน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะค่อยๆ หันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับต้นเสียงด้วยดวงตาวาวโรจน์ที่ซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชา
ธันวายืนอยู่ตรงนั้น... ท่ามกลางแผงขายปลาและเสียงตะโกนต่อรองราคาที่ดูขัดหูขัดตากับสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตของเขา ร่างสูงโปร่งยังคงสง่างามและหยิ่งผยองไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ทว่าแววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความซับซ้อน คล้ายประหลาดใจ คล้ายเย้ยหยัน และมีประกายบางอย่างที่วับวามราวกับนักล่าที่เพิ่งต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง
"ที่นี่มันที่ทำมาหากินค่ะคุณธันวา ไม่ใช่สนามประลองอำนาจที่คุณจะมาเที่ยวเหยียบย่ำใครก็ได้" รินรดาเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเธอเรียบนิ่งแต่สั่นระริกเล็กน้อยที่ปลายประโยค แสดงถึงความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมคลื่นอารมณ์ที่กำลังซัดสาดอยู่ในอก
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละน้อย สร้างแรงกดดันมหาศาลจนรินรดาต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังชนเข้ากับแผงขายไข่เค็มของแม่ค้าข้างทาง
"ทำมาหากินเหรอนรดา? หรือหนีความจริงกันแน่?" ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นคาวปลา ช่างเป็นความย้อนแย้งที่บาดลึก "คุณทิ้งทุกอย่าง หอบเอาทะเบียนสมรสที่ไร้ค่ากับความอวดดีหนีหายไปสามปีเต็ม เพื่อมาซุกหัวนอนอยู่ในรูหนูเนี่ยนะ? ช่างเป็นการตัดสินใจที่โง่เขลาเสียจริง"
"ใช่ค่ะ! ฉันมันโง่เองที่เคยเอาชีวิตไปผูกติดไว้กับคนไร้หัวใจอย่างคุณ!" รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววเกรี้ยวกราดจนน่ากลัว ความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกเหยียบย่ำราวกับไม่ใช่คนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาเผาผลาญความอดทนจนหมดสิ้น "ถ้าการหนีออกจากนรกขุมนั้นมันเรียกว่าโง่ ฉันก็ยอมโง่ไปจนวันตายค่ะ!"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่รินรดาคนเดิม... ผู้หญิงที่เคยยอมก้มหน้าอดทนกับคำดูถูกและหยาดน้ำตาในคฤหาสน์หลังใหญ่คนนั้นได้ตายไปแล้ว หญิงสาวตรงหน้าเขายามนี้เปรียบเสมือนหนามแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงทุกคนที่เข้าใกล้ โดยเฉพาะเขา
"ปากเก่งขึ้นนี่" ธันวาหรี่ตามองสำรวจภรรยาเก่าตั้งแต่หัวจรดเท้า ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอก เขาตามหาเธอมานานนับปี ไม่ใช่เพราะรักหรืออาลัยอาวรณ์ แต่เป็นเพราะศักดิ์ศรีของตระกูลที่ถูกเหยียบย่ำ และเพราะพินัยกรรมบ้าๆ นั่นที่ระบุเงื่อนไขว่าเขาจะไม่ได้สมบัติส่วนใหญ่ หากปราศจากทายาท... "แต่ต่อให้คุณจะพยายามทำตัวเป็นแม่เสือสาวแค่ไหน ความจริงก็คือความจริง รินรดา... คุณไม่มีทางหนีพ้นเงาของฉันหรอก"
"ปล่อยฉันค่ะ!" รินรดาตวัดสายตามองมือใหญ่ที่ยื่นเข้ามาหมายจะคว้าข้อศอกเธอ เธอปัดมันออกอย่างไร้เยื่อใย "เราหย่ากันขาดแล้ว ตามกฎหมายและตามความรู้สึก ระหว่างเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก อย่ามาล้ำเส้น!"
"หย่าเหรอ? ผมเคยเซ็นชื่อลงไปในกระดาษแผ่นนั้นก็จริง แต่ผมไม่เคยอนุญาตให้คุณพา 'บางสิ่ง' ที่เป็นสายเลือดของผมหนีไปด้วย!" ธันวาตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด ความอดทนที่เขามีต่อท่าทีแข็งกร้าวของเธอขาดผึ่งลงในเสี้ยววินาที
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน เธอหน้าซีดเผือดแต่ยังคงกัดฟันแน่น ปิดบังความหวาดกลัวไว้ภายใต้ความนิ่งงง "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เข้าใจ"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับผม รินรดา!" ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอ แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ไหวระริกของเธอ "เด็กผู้ชายอายุสี่ขวบ ที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับผมคนนั้น... เขาอยู่ที่ไหน!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงจอแจของตลาดสดรอบกายพลันเงียบหายไปในโสตประสาท รินรดารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางกระบาล ความลับที่เธอเพียรปกป้อง ยอมแลกด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาตลอดสี่ปี กำลังจะถูกกระชากออกมากลางแสงแดด
ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก ทันใดนั้นเอง... เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังแผงขายของที่เธอเพิ่งเดินผ่านมา
"แม่ครับ! น้องธีร์หิวน้ำจังเลย ทำไมคุณแม่ไปซื้อของนานจังครับ?"
ธันวาชะงักกึก ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เขากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะค่อยๆ หันขวับกลับไปมองตามต้นเสียงนั้นช้าๆ... ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อร่างเล็กป้อมในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนกำลังวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา พร้อมกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดพิมพ์ทรงมาจากเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจกเงา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 15
การปะทะครั้งแรก
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!