เสียงกระแทกประตูห้องรับรองแขกดังสนั่นจนกรอบรูปศิลปะบนผนังสะเทือน รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของธันวาก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววห่างเหินและรังเกียจเดียดฉันท์ในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงโทสะและแรงปรารถนาที่จะพังทลายทุกสิ่งเพื่อแย่งชิงสิ่งที่เขาเพิ่งตระหนักว่าเป็นของตนเอง
"คุณเข้ามาได้อย่างไร! นี่มันบ้านฉัน ออกไปเดี๋ยวนี้!" รินรดาผุดลุกขึ้นจากโซฟา ป้องร่างเล็กของน้องธีร์ที่กำลังนั่งระบายสีอยู่ให้มาหลบอยู่ด้านหลังสัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เธอกางแขนออกปกป้องลูกชายราวกับแม่นกที่ปกป้องรังจากเหยี่ยวร้าย
ธันวาไม่สนใจคำขับไล่ สายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยเด็กชายตัวน้อยที่แอบมองเขาผ่านชายเสื้อผ้าของมารดา ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะมุมปากหยักที่สะท้อนเงาของเขาเองอย่างชัดเจนราวกับส่องกระจก มันไม่ใช่แค่ความคล้าย แต่มันคือพิมพ์เดียวกัน เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่ตะโกนใส่หน้าเขาว่า เขาโง่เขลาเพียงใดที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้และสายเลือดของตัวเองหลุดมือไป
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำของธันวาสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ชายหนุ่มรู้สึกราวกับถูกค้อนมหึมาทุบลงกลางอกเมื่อเห็นความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตาคู่สวยที่เคยมีแต่ความรักให้เขา "เด็กคนนี้... ลูกของเราใช่ไหม ทำไมเธอถึงใจร้ายนัก ปิดบังเรื่องนี้กับฉันได้ตั้งสี่ปี!"
"หยุดพูดจาเพ้อเจ้อเสียทีธันวา!" รินรดากัดฟันกรอด เสียงของเธอสั่นเครือแต่แข็งกร้าว เธอรู้สึกเหมือนเลือดในกายเดือดพล่านด้วยความแค้นที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง "คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น วันที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย คุณตัดสิทธิ์ความเป็นพ่อไปตั้งแต่วินาทีนั้นแล้ว!"
"ฉันไม่รู้... ตอนนั้นฉันถูกความมืดบอดครอบงำ ฉันขอโทษ ริน ฉันสำนึกผิดแล้ว..." ธันวาพยายามก้าวเข้าไปหา ร่างสูงใหญ่คุกเข่าลงเบื้องหน้าเพื่อลดทอนความน่ากลัว แต่สำหรับรินรดามันคืองูพิษที่พยายามแผ่แม่เบี้ยเข้าใกล้รังของเธอ
"คำขอโทษของคุณมันไร้ค่า! มันซื้อเวลาสี่ปีที่ฉันต้องอุ้มท้องร้องไห้คนเดียวไม่ได้! มันซื้อความรู้สึกของเด็กที่ไม่มีพ่อไม่ได้!" รินรดาน้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีวันยอมไหลให้คนใจร้ายเห็นความอ่อนแออีกเด็ดขาด เธอแค่นยิ้มหยันด้วยความสมเพช "แล้วตอนนี้คิดจะมาเอาอะไร? จะมาแย่งลูกไปจากอกฉันงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!"
"คุณแม่ครับ..." เสียงเล็กๆ ของน้องธีร์ดังขึ้นพร้อมกับแรงดึงที่ชายเสื้อ ร่างเล็กตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อผู้ชายแปลกหน้าที่ตะโกนเสียงดังใส่แม่ของเขา "คนนี้ใครเหรอครับ ทำไมเขาต้องดุคุณแม่ด้วย... ธีร์กลัว..."
คำพูดประโยคเดียวของลูกชายเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจธันวา ร่างสูงชะงักงัน หัวใจบีบรัดจนเจ็บแปลบเมื่อเห็นความหวาดกลัวในดวงตาของเด็กชายที่เป็นสายเลือดของตนเอง เขาพยายามเอื้อมมือสั่นเทาไปสัมผัสแก้มนุ่ม แต่น้องธีร์กลับถอยหลังกอดขาแม่แน่น ซุกหน้าหนีด้วยความหวาดระแวง
"อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!" รินรดาตบมือธันวาออกอย่างแรง แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชังขั้นสุด "ถ้าคุณกล้าแม้แต่จะคิดแย่งลูกไปจากฉัน จำไว้เลยว่าคุณจะได้ศพฉันไปแทน! ไสหัวออกไปจากบ้านฉันซะ!"
ธันวานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เขามองหน้าภรรยาเก่าที่แข็งแกร่งดั่งหินผาและลูกชายที่ไม่ยอมแม้แต่จะชายตามองเขา ความเจ็บปวดจากการสูญเสียกัดกินวิญญาณทีละน้อย แต่นั่นยิ่งทำให้ความตั้งใจที่จะทวงคืนครอบครัวพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่มีวันถอย
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ร่างสูงของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรองที่เปิดกว้างอย่างถือวิสาสะ
"มีปัญหาอะไรกันหรือครับ เสียงดังมาถึงข้างนอก... อ้าว ธันวา นายมาทำอะไรที่นี่?"
เสียงทุ้มอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเยارเยาะ ธันวาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยดวงตาวาวโรจน์ ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าใครคือผู้ที่ก้าวเข้ามาในเวลานี้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 14
ความตื่นตระหนกของแม่
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!