หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 10

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กากแฟตสีดำสนิทที่ก้นแก้วกระเบื้องเคลือบราคาแพงสะท้อนเงาบิดเบี้ยวของธันวา มันเหมือนกับชีวิตของเขาในยามนี้ ไม่มีผิดเพี้ยน—บิดเบี้ยว เย็นชืด และไร้ซึ่งความหอมหวาน นิ้วเรียวแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเคาะลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเป็นจังหวะกระชั้นชิด เสียง *ก๊อก ๆ ๆ* นั้นดังสะท้อนก้องห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูที่เงียบเชียบจนน่าใจหาย สองสัปดาห์เต็มๆ แล้วที่ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงฝีเท้าเบาหวิวและกลิ่นอายจางๆ ของดอกมะลิซ้อนที่เคยลอยวนเวียนอยู่รอบกายรินรดา เธอไป... โดยไม่มีแม้แต่จดหมายลาตาย เอ๊ย ไม่ใช่... จดหมายลาออกจากการเป็นภรรยา ธันวาแค่นIหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารหย่าร้างที่ถูกเซ็นชื่อด้วยลายมือหวัดแกมบรรจงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มันคือร่องรอยเดียวที่หญิงสาวทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า เธอได้หลุดพ้นจากกรงทองที่เขาขังเธอไว้ด้วยความหมางเมินมานานหลายปีแล้วจริงๆ "คุณธันวาคะ เอกสารสรุปยอดบัญชีไตรมาสนี้..." เลขานุการสาวก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบa พร้อมกับวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะ แต่เธอกลับต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่ตวัดมองมา "ออกไปก่อน" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยสั่งอย่างไร้เยื่อใย แต่ก่อนที่เลขานุการจะทันได้หันหลังกลับ ธันวากลับเอ่ยสวนขึ้นมาด้วยคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจเขามาหลายวัน จนมันเริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะทีละน้อย "คุณเคยสังเกตไหม... ว่ารินรดา เธอหายไปไหน?" เลขานุการสาวกะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าประธานหนุ่มผู้ไม่เคยใส่ใจภรรยาคนนี้ จะมาเอ่ยปากถามหาเจ้าตัวในวันที่บ้านหลังนั้นว่างเปล่า "เอ่อ... ดิฉันไม่ทราบเลยค่ะคุณธันวา ตั้งแต่วันที่คุณรินรดาเซ็นใบหย่า เธอก็ไม่ได้ติดต่อใครที่บริษัทเลยนะคะ ของใช้ส่วนตัวก็ไม่มีการขนย้ายให้เป็นเรื่องใหญ่โต... เหมือนเธอเตรียมตัวมาอย่างดีแล้วว่าจะไปแบบเงียบกริบที่สุดค่ะ" *เงียบกริบ...* คำคำนั้นทุบลงกลางอกของธันวาอย่างจัง ใช่... มันเงียบเกินไป เงียบจนน่ากลัว ปกติแล้วผู้หญิงที่ถูกหย่าร้างโดยไม่เต็มใจ หรือแม้แต่ผู้หญิงทั่วไปที่ต้องเดินออกจากตระกูลใหญ่โตอย่างกะทันหัน พวกเธอควรจะโวยวาย เรียกร้องค่าเลี้ยงดู หรือไม่ก็ฟูมฟายเพื่อขอความเห็นใจจากสามีไม่ใช่หรือ? แต่รินรดาไม่ใช่ เธอไม่เคยเอ่ยปากขออะไรเลยแม้แต่บาทเดียว นอกจากอิสรภาพ... และการได้ไปให้พ้นจากชีวิตของเขา ความสงสัยเริ่มกัดกินจิตใจของธันวา มันไม่ใช่ความอาลัยอาวรณ์ แต่เป็นความรู้สึก ‘ถูกหยาม’ และ ‘ควบคุมไม่ได้’ ที่เขาสุดแสนจะเกลียดชัง ผู้ชายอย่างธันวาไม่เคยปล่อยให้มีสิ่งใดหลุดรอดไปจากการควบคุม โดยเฉพาะคนที่เคยอยู่ใต้เงาของเขา เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างสูงจึงลุกขึ้นคว้าเสื้อสูทเนื้อดีมาสวมทับอย่างลวกๆ ก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานด้วยก้าวเท้าหนักแน่น ปลายทางของเขาคือเรือนหอหลังใหญ่ที่บัดนี้ไร้ซึ่งชีวิตชีวา รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามบ่ายที่การจราจรคับคั่ง แต่ใจของธันวากลับพะว้าพะวงอยู่กับสิ่งหนึ่ง... ห้องนอนของรินรดา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยย่างกรายเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะคิดว่ามันรกหูรกตาและไม่มีประโยชน์อันใด แต่ในวันนี้... เมื่อไม่มีเธออยู่แล้ว เขากลับรู้สึกราวกับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ผลักดันให้เขาต้องไขประตูห้องนั้นให้เปิดออก *แอ๊ด...* บานประตูไม้สีขาวถูกผลักออกช้าๆ ฝุ่นละอองบางเบาลอยวนอยู่ในอากาศที่อบอวลด้วยกลิ่นจางๆ ของแป้งเด็กและดอกไม้แห้ง ธันวากวาดสายตามองไปรอบห้อง มันสะอาดสะอ้านและเรียบร้อยจนเกินไป ไม่มีร่องรอยของการเร่งรีบเก็บของ ทุกอย่างถูกจัดวางไว้ในที่ของมัน ราวกับเจ้าของไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาอีกเลยชั่วชีวิต เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะเครื่องแป้ง ลิ้นชักไม้ตัวเล็กถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ภายในนั้นว่างเปล่า... ยกเว้นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ถูกพับครึ่งเอาไว้ นิ้วแกร่งหยิบมันขึ้นมาคลี่ออกด้วยหัวใจที่เต้นระรัวอย่างประหลาด ลายมือคุ้นตาปรากฏแก่สายตา *‘ขอบคุณสำหรับอิสรภาพที่กรุณามอบให้ หวังว่าเราจะไม่ต้องพบกันอีก... ตลอดกาล’* อ่านจบเพียงเท่านั้น เส้นความอดทนในสมองของธันวาก็ขาดผึ่ง เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว รินรดา กล้าดียังไงถึงกล้าท้าทายเขาด้วยคำพูดตัดเยื่อใยแบบนี้! ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะโยนกระดาษแผ่นนั้นทิ้งลงถังขยะ สายตากลับเหลือบไปเห็นกรอบรูปใบเล็กที่คว่ำหน้าอยู่ข้างชั้นหนังสือ ด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ธันวาจึงเอื้อมมือไปพลิกกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู ภาพถ่ายในกรอบทำเอาลมหายใจของธันวาติดขัด ร่างสูงชะงักงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยค้อนเหล็กอันมหึมา ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบกำลังยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มข้างแก้ม ดวงตากลมโตเป็นประกายคู่นั้น... และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองอย่างไม่ผิดเพี้ยน ราวกับส่องกระจกเงาในวัยเด็ก! เด็กคนนี้คือใคร? ทำไมรินรดาถึงมีรูปเด็กคนนี้ซ่อนไว้? และที่สำคัญที่สุด... ทำไมเด็กชายคนนี้ถึงหน้าตาเหมือนเขาเป๊ะราวกับพิมพ์เดียวกัน! หัวใจของธันวากระหน่ำเต้นรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ความคิดนับร้อยพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ความจริงอันน่าตกตะลึงกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ ในความมืดมิดของจิตใจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและอินไปกับเรื่องราวของรินรดาในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%