แฟ้มเอกสารหนาปึกบนโต๊ะทำงานกระจกใสถูกผลักออกด้วยปลายนิ้วเรียวยาวที่สั่นเทาเล็กน้อย ธันวาไม่เคยคิดเลยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ความพยายามในการกวาดล้างความทรงจำเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อรินรดาออกจากสมอง จะกลายเป็นการลงทุนที่ล้มเหลวที่สุดในชีวิต เมื่อเงาของเธอยังคงหลอกหลอนอยู่ในทุกมุมตึกและในทุกตัวเลขผลกำไรของบริษัท
"คุณธันวาคะ... คือดิฉันคิดว่าคุณควรจะดูนี่ค่ะ"
เสียงของเลขาคนสนิทเอ่ยขึ้นอย่างลังเล แววตาของหล่อนฉายความกังวลระคนหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด มือที่ถือแท็บเล็ตยื่นส่งมาตรงหน้าชายหนุ่ม ภาพถ่ายความละเอียดสูงจากกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมืองถูกเปิดค้างไว้ บนหน้าจอคือภาพด้านหลังของหญิงสาวผมยาวสลวยในชุดเดรสเรียบง่าย แต่ทว่าท่วงท่าการเดินและแผ่นหลังนั้น... ช่างคุ้นตาจนหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบอย่างรุนแรง
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก เขารับแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอกระจกเย็นเฉียบราวกับกำลังแตะต้องถ่านไฟเก่าที่ยังไม่มอดดับ รินรดา... ผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ผู้หญิงคนที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีค่าพอจะอยู่ในโลกอันสมบูรณ์แบบของเขา
"คุณแน่ใจเหรอว่านี่คือ... เธอ?" ธันวาเค้นเสียงถาม ร่องเสียงแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่เขาพยายามกดเอาไว้ใต้ท่าทีนิ่งขรึม
"ค่ะ ทางทีมประสานงานของเราบังเอิญไปพบตอนที่กำลังตรวจสอบพื้นที่จัดงานอีเวนต์ของบริษัทเมื่อวานนี้ และ... และยังมีอีกเรื่องค่ะที่คุณธันวาต้องดู" เลขาสาวเลื่อนภาพถัดไปอย่างระมัดระวัง
ภาพถ่ายใบถัดมาทำให้ลมหายใจของธันวาขาดห่วงไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่ออยากเชื่อสายตา ข้างกายของหญิงสาวในภาพ คือเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบ ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์กำลังหัวเราะร่าเริงขณะยื่นมือไปจับลูกโป่งสีฟ้าจากพ่อค้าแม่ค้า ใบหน้านั้น... ดวงตาคู่นั้น จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มที่มุมปาก... มันคือพิมพ์เดียวกับเขา ราวกับส่องกระจกมองดูตัวเองในวัยเด็กย่อส่วน!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานหรูหรานับนาที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแต่กลับสร้างเสียงอื้ออึงในโสตประสาทของธันวา หัวใจที่เคยด้านชากลับถูกบีบอัดด้วยคีมเหล็กที่มองไม่เห็น ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้รอยหยดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีตกำลังย้อนกลับมาทวงถามราคาค่าเสียหาย
เด็กคนนั้น... คือใครกัน?
ถ้าหากรินรดาจากไปพร้อมกับความลับที่เธอกลืนกินมันลงท้องในวันที่ใบหย่าถูกเซ็นชื่อลงไป วันนี้สายเลือดของเขากำลังเติบโตขึ้นในโลกกว้าง โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าพ่ออย่างนั้นหรือ ความรู้สึกผิดบาปและกระแสความโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นมาในอกพร้อมๆ กัน จนมือหนาที่กำแท็บเล็ตแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด
"ตามตัวเธอให้พบ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก เยียบเย็นจนเลขาฯ ต้องสะดุ้งสุดตัว "ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน หาตัวรินรดาและเด็กคนนั้นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
รถยนต์คันหรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถของบริษัทท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ราวกับท้องฟ้ากำลังหัวเยาะเย้ยความพินาศสันตะโรในจิตใจของเขา รินรดา... เธอคิดเหรอว่าหนีพ้น? ในเมื่อเกมนี้ เธอยังไม่ได้ชำระหนี้แค้นที่เธอเป็นคนเริ่มต้นไว้ทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ!
และในขณะที่รถยนต์คันงามกำลังแล่นมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางที่อาจพลิกผันชีวิตของพวกเขาทไปตลอดกาล ที่มุมหนึ่งของร้านกาแฟอบอุ่นไม่ไกลจากจุดที่ได้รับรายงาน รินรดากำลังก้มลงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อเบาๆ ให้กับเด็กชายตัวน้อยที่นั่งกินไอศกรีมด้วยความเอร็ดอร่อย โดยไม่รู้เลยว่าเงาอดีตกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอทุกที... ทุกที...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดานะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 8
เหตุบังเอิญที่ใจสั่น
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!