หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 7

รอยร้าวในใจคนไร้คู่

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
แก้วกาแฟราคาแพงระยับในมือของธันวากำลังเย็นชืด เช่นเดียวกับพื้นที่ว่างฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะอาหารขนาดแปดที่นั่ง ความเงียบงันภายในเพนต์เฮوسต์หรูหราใจกลางเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักธุรกิจหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้าน แต่เป็นความเงียบที่เปลี่ยนสถานะจากความสงบ กลายเป็นความหนบหนึบที่คอยกัดกินผนังหัวใจทีละน้อยอย่างเงียบเชียบ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขามักจะใช้ข้ออ้างเรื่องการประชุม งานเลี้ยงรับรอง และตัวเลขในงบดุลมาเป็นเกราะกำบังในการหลบ หนีความรับผิดชอบทางอารมณ์ เขามั่นใจเสมอว่าบ้านคือสถานที่ไว้ซุกหัวนอน ไม่ใช่ที่พักพิงทางใจ และผู้หญิงที่ชื่อรินรดาเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่ถูกจัดวางไว้ให้ถูกที่ถูกทางเท่านั้น ทว่า... วันนี้ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นถูกรื้อถอนออกไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงรอยต่อของความว่างเปล่าที่ไม่มีตัวเงินจำนวนมหาศาลใดมาถมเต็มได้ ธันวาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงกระทบกันเบาๆ สะท้อนก้องในความเวิ้งว้าง สายตาคมกริบทอดมองไปยังมุมห้องนั่งเล่นที่เคยมีเสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบลอยวนอยู่จางๆ — เขาไม่เคยใส่ใจ ไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง ไม่เคยอุ้ม ไม่เคยเรียกชื่ออย่างเต็มปากเต็มคำด้วยซ้ำ ในตอนที่เด็กคนนั้นยังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน เขากลับมองเป็นเพียงความน่ารำคาญ เป็นภาระที่รinรดาใช้ผูกมัดเขาไว้ แต่ตอนนี้ ในวันที่ความเงียบเข้าทุบทำลายประสาทสัมผัสทุกส่วน เขากลับพบว่าเงาของเด็กชายคนนั้นฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำยิ่งกว่าโปรเจกต์ร้อยล้านที่เพิ่งเซ็นสัญญาไปเมื่อวานเสียอีก "คุณธันวาคะ เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ค่ะ" เลขานุการสาวก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบາ ราวกับเกรงกลัวแรงสะเทือนที่จะไปกระทบอารมณ์อันเปราะบางของเจ้านายหนุ่มที่ช่วงนี้มีสีหน้าเคร่งเครียดผิดปกติ ธันวาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเอกสารในมือเธอ เขากลับถามคำถามที่ไม่มีใครคาดคิดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "คุณเคยรู้สึก... ว่าบ้านหลังนี้มันกว้างเกินไปไหม" เลขานุการสาวชะงักไปนิด ดวงตาฉายแววประหลาดใจระคนหวาดหวั่น ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วตอบด้วยความระมัดระวัง "เอ่อ... อาจจะเป็นเพราะคุณธันวาพักผ่อนน้อยเกินไปหรือเปล่าคะ ช่วงนี้งานค่อนข้างหนัก..." "งาน..." ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างสมเพชตัวเอง งานคือเครื่องมือที่เขาใช้หลบหนีความจริงมาตลอดชีวิต และตอนนี้มันก็กำลังย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสม "นั่นสินะ ฉันมีงานล้นมือจนไม่เหลือพื้นที่ให้ใคร... แต่ทำไมตอนนี้ ต่อให้เซ็นสัญญาได้อีกกี่ฉบับ ความรู้สึกข้างในมันก็ยังคงว่างเปล่าอยู่ดีล่ะ" คำพูดนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบ เขาสบัดมือไล่ให้เธอออกไปจากห้องตามลำพัง ธันวาเดินไปที่กระจกบานใหญ่มองออกไปเบื้องล่าง รถราวิ่งพลุกพล่านราวกับมดปลวก ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา ต่างคนต่างมีจุดหมาย มีครอบครัวที่ต้องกลับไปรอ หรือมีใครสักคนคอยโอบกอดในยามที่โลกใบนี้ใจร้ายใส่พวกเขา แต่นักธุรกิจหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ กลับเหลือเพียงเงาของตัวเองสะท้อนกลับมาจากกระจกเงา—เงาของคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดและเหนือกว่าใคร สุดท้ายกลับต้องพ่ายแพ้ให้กับความเย่อหยิ่งของตนเองอย่างไร้ท่าสู้ ความเหงาไม่ใช่ความโดดเดี่ยว แต่มันคือการตระหนักรู้ว่า "เราคือผู้ทำลายทุกสิ่งด้วยมือของตัวเอง" ภาพของรินรดาในวันที่อุ้มท้องโตใกล้คลอด น้ำตาคลอเบ้าแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยวในวันที่เขาเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้าน ย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำๆ เธอบอกเขาว่าอย่างไรนะในวันนั้น? *‘สักวันคุณจะเข้าใจว่าการไม่มีใครให้ห่วงหา มันทรมานแค่ไหน’* ในตอนนั้นเขาคิดว่าเธอกำลังเพ้อเจ้อและเรียกร้องความสนใจ แต่ในยามนี้... คำพูดเหล่านั้นกลับกลายเป็นคำสาปที่แม่นยำราུ་กับจับวาง ธันวาหลับตาลงช้าๆ พยายามขับไล่ความรู้สึกอ่อนแอที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจออกไป แต่ยิ่งพยายามปฏิเสธ ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตถอดแบบมาจากเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน ก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นมาในห้วงคำนึง รอยยิ้ม กลิ่นแป้งเด็กจางๆ และเสียงเรียกอ้อแอ้ที่เขาเคยรำคาญ บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงสะท้อนก้องที่คอยกรีดแทะความรู้สึกผิดให้ลุกลามใหญ่โต เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอย่างไร้จุดหมาย นิ้วเรียวเลื่อนเปิดดูรายชื่อผู้ติดต่อที่ถูกบล็อกไว้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสลงบนหน้าจอตรงชื่อของหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี เธอจะ เป็นอย่างไรบ้าง? ลูกชายของเขาเติบโตไปถึงไหนแล้ว? คำถามนับร้อยผุดขึ้นมาในหัว สมองสั่งให้กดโทรออกเพื่อบรรเทาความกระวนกระวายใจ แต่ศักดิ์ศรีจอมปลอมที่ค้ำคออยู่ก็รั้งมือไว้ไม่ให้ทำตามอำเภอใจ ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะโยนโทรศัพท์ทิ้งลงบนโซฟา เสียงข้อความแจ้งเตือนจากนักสืบเอกชนที่เขาว่าจ้างให้ตามสืบชีวิตของรินรดา ก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอล็อกสกรีนพอดี ธันวาเปิดอ่านข้อความนั้นด้วยหัวใจที่เต้นระทึก ภาพถ่ายใบเสร็จค่าโรงพยาบาลและตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวปลายทางต่างประเทศ พร้อมกับข้อความสั้นๆ จากนักสืบที่ทำเอาลมหายใจของเขาแทบสะดุดกึก *[รายงานด่วนครับคุณธันวา: คุณรินรดาจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินรอบดึกคืนนี้ เพื่อเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ถาวรที่ต่างประเทศ... และเด็กชายธีรเดช ลูกชายของคุณ จะเดินทางไปพร้อมกับเธอด้วยครับ]* ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ความเหงาที่เคยกัดกินหัวใจเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ—ไม่ใช่ความเหงาอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการสูญสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาล! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%