กลิ่นหอมกรุ่นของวานิลลาและแป้งเด็กอบอวลอยู่ในห้องครัวขนาดกะทัดรัด ทว่าอบอุ่น รินรดาใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยแป้งทำขนมบนเคาน์เตอร์ไม้ด้วยความชำนาญ สมาธิของเธอดึงดูดอยู่กับการปั้นแป้งให้เป็นรูปตัวการ์ตูนตามที่ลูกชายตัวน้อยวาดฝันไว้ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนเรียวปากอิ่ม เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากรอยแผลเป็นจากอดีต... รอยยิ้มของหญิงสาวผู้เป็นอิสระอย่างแท้จริง
"คุณแม่ครับ ธีร์ปั้นเจ้ามังกรเสร็จแล้วนะ!"
เสียงใสแจ๋วที่เจือด้วยความตื่นเต้นดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาหา รินรดาละมือจากแป้ง หันไปมองลูกชายด้วยแววตาทอประกายความรักท่วมท้น ดวงตาโตสุกใส จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากใครคนนั้น... คนที่เธอพยายามฝังกลบไว้ในหลุมศพแห่งความทรงจำ
"ไหนให้แม่ดูหน่อยสครับ เจ้ามังกรของเด็กดื้อ" รินรดาคุกเข่าลงระดับเดียวกับลูกชาย ใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเศษแป้งที่ติดอยู่ข้างแก้มยุ้ยๆ นั้นออกอย่างอ่อนโยน
น้องธีร์หัวคิกคัก เอี้ยวตัวหลบเล็กน้อยก่อนจะยื่นก้อนแป้งเบี้ยวๆ ที่ปั้นขึ้นรูปมาให้เธอดูด้วยความภาคภูมิใจ "นี่ไงครับ มังกรพ่นไฟ ปกป้องคุณแม่จากยักษ์ใจร้าย!"
หัวใจของรินรดาไหววูบไปชั่วขณะ คำว่า 'ยักษ์ใจร้าย' จากปากเด็กน้อยทำให้ภาพอดีตอันแสนมืดมนผุดขึ้นมาทับซ้อน ภาพของชายหนุ่มผู้เย็นชาและไร้หัวใจคนนั้น... ธันวา ผู้ชายที่เคยเหยียบยละศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่ผลักไสเธอในยามที่เธอแตกสลายที่สุด แต่ในวันนี้... บนโลกใบนี้ ไม่มีพื้นที่ให้เขาอีกต่อไปแล้ว
"แม่ไม่ต้องกลัวยักษ์ใจร้ายหรอกครับ เพราะมีธีร์อยู่ทั้งคน" เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเกินวัย พร้อมกับชูหมัดน้อยๆ ขึ้นอย่างฮึกเหิม ท่าทางนั้นช่างเหมือนเงาสะท้อนของธันวาในยามที่มั่นอกมั่นใจในตัวเองเสียเหลือเกิน จนรินรดาอดไม่ได้ที่จะดึงร่างเล็กนั้นเข้ามากอดแนบอก สูดกลิ่นหอมสะอาดของลูกน้อยเพื่อขับไล่ความหนาวยะเยือกที่หลงเหลืออยู่ในซอกหลืบของหัวใจ
สี่ปี... สี่ปีเต็มๆ ที่เธอหลบหนีมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองชายทะเลที่เงียบสงบแห่งนี้ สี่ปีที่รินรดาคนเก่าได้ตายไปพร้อมกับน้ำตาหยดสุดท้ายในคืนวันหย่าร้าง เหลือเพียงรินรดาผู้เป็นแม่ที่ยอมแลกได้ทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจ เพื่อปกป้องดวงใจดวงน้อยดวงนี้
"ครับ ลูกชายของแม่เก่งที่สุดเลย" รินรดากระซิบเสียงพร่า ซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้รอยยิ้ม "ไปล้างมือกันก่อนนะครับ ได้เวลาไปรับลมที่ชายหาดแล้ว"
เสียงหัวเราะคิกคักของน้องธีร์ดังประสานกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งไม่ไกลจากตัวบ้านนัก รินรดาจูงมือเล็กๆ นั้นเดินทอดน่องไปตามชายหาดทรายขาวละเอียด สายลมทะเลพัดผ่านเส้นผมยาวสลวยของเธอให้ปลิวไสว บรรยากาศรอบตัวช่างสงบสุขและงดงาม เป็นความสงบสุขที่เธอต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ธันวาไม่เคยตามหาเธอ... หรือต่อให้ตามหา เขาก็ไม่มีวันพบ เพราะเธอตัดขาดทุกช่องทาง ลบตัวตน ทิ้งร่องรอยทั้งหมดราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ สำหรับเขา รินรดาคงเป็นเพียงเศษฝุ่นที่ปลิวหายไปตามลม และเธอก็ปรารถให้มันเป็นเช่นนั้นตลอดไป
"แม่ครับ นั่นอะไรเหรอ?"
เสียงใสๆ ของน้องธีร์ดึงเธอกลับมาจากห้วงความคิด นิ้วเล็กๆ ชี้ไปยังกลุ่มคนที่กำลังมุงดูอะไรบางอย่างใกล้กับโขดหินริมหาด รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ บรรยากาศรอบตัวที่เคยเงียบสงบพลันมีคลื่นใต้น้ำบางอย่างก่อตัวขึ้น
"อยู่ใกล้แม่ไว้นะครับคนดี" รินรดากระชับมือเล็กให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้กลุ่มคนเหล่านั้น เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ทว่า... ในวินาทีที่เธอแหวกฝูงชนเข้าไป สายตากลับต้องปะทะเข้ากับแผ่นหลังกว้างของชายคนหนึ่ง ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีที่ดูขัดแย้งกับบรรยากาศชายทะเลอย่างสิ้นเชิง เขากำลังยืนหันหลังให้เธอ กำลังสนทนากับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ต่อให้ผ่านไปอีกกี่ชาติเธอก็ไม่มีวันลืม
เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ธันวา!
เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ทำไมเขาถึงก้าวเข้ามาในพื้นที่อันสงบสุขที่เธอใช้เวลาสร้างมันขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาถึงสี่ปีเต็ม?
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ร่างสูงของธันวาค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ใบหน้าคมคายที่ยังคงความหล่อเหลาเย่อหยิ่งและเย็นชาดังเช่นวันวาน ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผ่านฝูงชน ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท... เมื่อประสานเข้ากับดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของรินรดา
เวลาหยุดเดินไปชั่วขณะ ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบตัวเขาทั้งคู่ ท่ามกลางเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งอย่างไร้ความรู้สึก
ธันวานิ่งงัน ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย่อหยิ่งเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหารินรดาทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างคนละเมอ ราวกับเกรงว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตา
รินรดาก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก ความหวาดกลัวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ไม่ใช่กลัวเขาทำร้ายเธอ... แต่เธอกลัว กลัวว่าเขาจะมองเห็นเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังเธอ!
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึกนั้นสั่นพร่าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหาและความเจ็บปวดที่เขาเก็บงำไว้ตลอดสี่ปีเต็ม "ในที่สุด... ฉันก็หาเธอเจอ"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหวาดกลัวถูกแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก and ก้าวออกมาบังร่างของน้องธีร์ไว้มิดชิด ดวงตาคู่สวยฉายแววชิงชังและเด็ดเดี่ยวอย่างถึงที่สุด
"คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกชื่อฉัน ธันวา!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาคมกริบไร้ซึ่งความอ่อนข้อใดๆ ทั้งสิ้น "ไสหัวไปซะ! อย่ามาเหยียบที่นี่ อย่ามาให้ฉันและลูกเห็นหน้าอีก!"
คำว่า 'ลูก' กระแทกเข้าโสตประสาทของธันวาอย่างจัง ร่างสูงชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความสงสัยระคนไม่อยากเชื่อ เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ก่อนที่สายตาคู่คมนั้นจะบังเอิญเหลือบไปเห็น... รองเท้าผ้าใบใบเล็กสีขาวลายการ์ตูน ที่โผล่พ้นชายเสื้อยืดของเด็กชายตัวน้อย ซึ่งกำลังยืนเกาะชายกระโปรงของรินรดาอยู่ด้านหลัง
ธันวาชะביงไปทั้งร่าง ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงยิ่งกว่าเดิม เมื่อเด็กชายตัวน้อยคนนั้น ค่อยๆ โผล่ใบหน้าจิ้มลิ้มออกมาจากด้านหลังของรินรดาเพื่อมองหน้าเขา...
ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา!
ธันวาก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตระหนกสุดขีด เมื่อสายตาประสานเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กชายวัยสี่ขวบ ที่เอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย
"คุณแม่ครับ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ผู้ชายใจร้ายคนนี้... คือใครเหรอครับ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์นี้กับ "กระจกเงาสะท้อนใจ" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 5
สี่ปีที่ผ่านไป
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!