กลิ่นอายของความชื้นจากดินหลังฝนตกและกลิ่นไม้เก่าหอมกรุ่นลอยอบอวลอยู่ในบ้านไม้สักทองชั้นเดียว ยกใต้ถุนสูงพ้นพื้นดิน ตัวบ้านตั้งอยู่ท่ามกลางสวนมะนาวและทิวสนที่ไหวเอนตามแรงลมในอำเภอเล็กๆ เงียบสงบแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ที่นี่ไม่มีเสียงแตรรถติดขัด ไม่มีเสียงแจ้งเตือนอีเมลงานด่วนจากสมาร์ทโฟน และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีเงาของธันวา ผู้ชายคนที่เคยคิดว่าโลกทั้งใบของรินรดาต้องหมุนรอบตัวเขาเพียงคนเดียว
"แม่ครับ แมลงปอเกาะที่นิ้วผมด้วย!"
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหา รินรดาละสายจากกล่องกระดาษใบสุดท้ายที่เพิ่งเปิดออก เธอย่อตัวลงคุกเข่ากับพื้นไม้กระดานขัดมัน รอยยิ้มกว้างที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของเธอในตอนนี้ เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอมที่เธอเคยต้องปั้นแต่งเพื่อเอาใจสามีผู้เย่อหยิ่งในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่กรุงเทพฯ
รินรดาก้มลงมองนิ้วเล็กๆ ของน้องธีร์ ที่มีแมลงปอสีฟ้าตัวน้อยเกาะอยู่นิ่งๆ ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่ต้องสงสัย... สันจมูกโด่งรั้น คิ้วเข้มได้รูป และริมฝีปากที่เวลารั้นจะเชิดขึ้นเล็กน้อย ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของลูกชายคือภาพสะท้อนของธันวาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
แต่ในยามที่รินรดามองหน้าลูก เธอกลับไม่เคยรู้สึกเกลียดชังเด็กคนนี้เลย ตรงกันข้าม... น้องธีร์คือเกราะคุ้มกันหัวใจอันเปราะบางของเธอ และคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอคนนั้น ลุกขึ้นมาสลัดคราบภรรยาผู้ถูกทอดทิ้ง แล้วกลายมาเป็นแม่เสือที่พร้อมปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต
"ไหน ให้แม่ดูหน่อยสิครับเจ้าตัวเล็ก" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อบนหน้าผากของลูกชายอย่างทะนุถนอม "เก่งจังเลยนะคะ ปล่อยให้มันบินกลับไปหาเพื่อนๆ ดีกว่าไหม เดี๋ยวปีกเขาจะช้ำเอานะลูก"
น้องธีร์พยักหน้ารับหงิกงอ ก่อนจะแบมือออกเบาๆ เฝ้ามองแมลงปอสีฟ้าบินลับหายไปในพุ่มไม้เขียวขจีอย่างตื่นตาตื่นใจ เด็กน้อยหัวเราะคิกคักด้วยความชอบใจ ไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจว่า การเดินทางย้ายถิ่นฐานครั้งนี้ของผู้เป็นแม่ คือการหนีตายทางจิตวิทยาจากผู้ชายใจร้ายคนหนึ่ง... ผู้ชายที่พวกเขาสองคนแม่ลูกไม่มีความหมายอะไรเลยในสายตาเขา จนกระทั่งวันที่สายเกินไป
รินรดากวาดสายตามองไปรอบๆ บ้านหลังใหม่ แม้จะไม่หรูหราโอ่อ่าเทียบเท่าคฤหาสน์ตระกูลอัครวรกุล แต่มันอัดแน่นไปด้วยความปลอดภัยและความสงบสุขที่เธอโหยหามาตลอดสี่ปีเต็ม เงินเก็บก้อนสุดท้ายที่เธอแอบทยอยถอนออกมาทีละเล็กทีละน้อยก่อนจะยื่นใบหย่า และการขายเครื่องประดับแต่งงานราคาแพงที่ธันวาเคยโยนให้ราวกับเศษAเงิน สندมาเป็นทุนตั้งต้นชีวิตใหม่ในต่างจังหวัดแห่งนี้
เธอเลือกที่จะตัดขาดจากสังคมเดิมอย่างสิ้นเชิง เบอร์โทรศัพท์เก่าถูกยกเลิก บัญชีโซเชียลมีเดียถูกปิดตาย รินรดารู้ดีว่าธันวาเป็นคนประเภทไหน... เขาเป็นนักธุรกิจที่รักความสมบูรณ์แบบ ทะเยอทะยาน และหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีจนน่ารังเกียจ ผู้ชายที่มองภรรยาเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้านและเครื่องผลิตทายาท ไม่มีทางลดตัวมาตามหาผู้หญิงไร้ค่าในความคิดของเขาหรอก... เธอคิดเข้าข้างตัวเองเช่นนั้นด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ
"แม่ครับ หิวข้าวแล้ว" เสียงออดออเซาะพร้อมกับมือเล็กๆ ที่ดึงชายเสื้อของเธอเบาๆ ดึงรินรดากลับสู่โลกความเป็นจริง
"ครับผม เดี๋ยวแม่พาไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านป้าอิ่มหน้าปากซอยนะ เดินไปแป๊บเดียวเอง บรรยากาศดีมากเลยนะลูก มีต้นไม้เยอะแยะเลย" รินรดาจูงมือลูกชายเดินออกจากตัวบ้าน ผ่านสนามหญ้าที่เธอเพิ่งช่วยกันถางกับชาวบ้านแถวนี้
การเริ่มต้นใหม่ในวัยย่างเข้าสู่เลขสาม โดยไม่มีสามีคอยบงการชีวิต ไม่มีแม่ยายคอยจิกกัดดูถูก และไม่มีความกดดันจากสังคมไฮโซจอมปลอม มันช่างหอมหวานเสียจนเธอยอมแลกทุกอย่าง แม้กระทั่งความมั่นคงในฐานะสะใภ้หมื่นล้าน
ในขณะเดียวกัน ที่กรุงเทพมหานคร...
บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเอกสารบนโต๊ะสลับกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างหน้าบัญชีธนาคารและข้อมูลการใช้จ่าย
รายงานการสืบสวนจากนักสืบเอกชนถูกวางกองไว้ตรงหน้า
"คุณบอกว่าเธอหายไปไหนนะ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความลังเล แต่กลับแฝงความร้อนรุ่มที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉย
เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตอบด้วยเสียงสั่นเทา "จาก... จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินครั้งสุดท้าย และกล้องวงจรปิดตามสถานีขนส่งครับคุณธันวา คุณรินรดา... น่าจะเดินทางออกนอกพื้นที่กรุงเทพฯ ไปทางภาคเหนือตอนบนครับ แต่... แต่เรายังระบุพิกัดที่แน่ชัดไม่ได้ เพราะเธอใช้เงินสดและปิดการสื่อสารทั้งหมดครับ"
ธันวาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก ผู้หญิงคนนั้นกล้าดียังไง... กล้าดียังไงถึงกล้าขัดคำสั่งของเขา กล้าหย่าขาดจากเขา ทั้งที่เขาคือสามีผู้บันดาลทุกอย่างให้ชีวิตเธอดั่งเจ้าหญิง!
ใบหย่าที่มีลายเซ็นของรินรดานอนนิ่งอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของเขามาสามวันแล้ว ตอนแรก... เขาคิดว่ามันก็เป็นแค่เกมเรียกร้องความสนใจอีกรูปแบบหนึ่งของภรรยาจืดชืดที่ไม่มีพิษมีภัย ผู้หญิงที่วันๆ เอาแต่เลี้ยงลูกและนั่งรอเขา повернуกลับบ้านตอนดึกดื่น ธันวาคิดว่าอีกไม่นานเธอก็คงคลานกลับมาอ้อนวอนขอคืนดีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
แต่ครั้งนี้... มันไม่ใช่
ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ มันไม่ใช่ความเสียใจ แต่มันคือความกระวนกระวายใจที่เขาอธิบายไม่ได้ ราวกับว่ามีชิ้นส่วนสำคัญบางอย่างในชีวิตที่ถูกกระชากหายไปอย่างไร้ร่องรอย บ้านที่เคยเงียบเหงาอยู่แล้ว บัดนี้กลับวังเวงจนน่าสะพรึงกลัวเมื่อไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเบาๆ หรือกลิ่นอายจางๆ ของรินรดาหลงเหลืออยู่เลย
"ตามหาเธอให้เจอ" ธันวาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาดุดันฉายแววคุกรุ่น "ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหาที่ไหน ก็ไปลากตัวเธอกลับมาให้ได้! บอกเธอซะด้วยว่า ต่อให้เธอหนีไปสุดขอบโลก... ฉันก็ไม่มีวันยอมหย่าขาดจากเธอเด็ดขาด!"
เลขานุการโค้งตัวรับคำอย่างรวดเร็วแล้วรีบเดินถอยหลังออกจากห้องไป ปล่อยให้ธันวานั่งจมอยู่กับความมืดมนในห้องทำงานที่กว้างใหญ่
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่กระจกใสบานยักษ์ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงเบื้องล่าง แสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนไม่สามารถขับไล่ความหนาทึบในใจของเขาให้จางลงได้เลย สายตาคมกอดอกนิ่ง ขบคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่นำพามาถึงจุดนี้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า... ยิ่งเขาพยายามตามหาเธอมากเท่าไหร่ โลกที่เขาเคยควบคุมได้ทุกอย่างกำลังจะพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า
เพราะในขณะที่ธันวากำลังคลุ้มคลั่งอยู่กับการตามหาอดีตภรรยา รินรดากลับกำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยรอยยิ้ม และความสุขที่แท้จริงร่วมกับลูกชายตัวน้อยในบ้านหลังเล็กๆ ที่ปลายทางฝัน
ทว่า... โชคชะตากลับชอบเล่นตลกกับมนุษย์เสมอ ในวันที่รินรดากำลังคิดว่าเธอกำลังจะหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งอดีตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านในยามวิกาล กลับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคน ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประรั้วบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ เพื่อทำลายล้างความสงบสุขนี้ให้พังครืนลงในพริบตาเดียว!
*รินรดากำลังจะทำอย่างไรเมื่ออดีตตามมาหลอกหลอนถึงหน้าบ้าน? ติดตามลุ้นระทึกไปพร้อมกันในตอนถัดไปนะคะ!*
— กระจกเงาสะท้อนใจ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 4
บ้านหลังใหม่ในต่างจังหวัด
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!