"คุณเอาอะไรมามั่นใจคะ ว่าความพยายามแค่ไม่กี่เดือน จะลบล้างความเจ็บปวดตลอดสี่ปีที่ฉันกับลูกต้องเผชิญได้"
น้ำเสียงของรินรดาเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสด แววตาคู่สวยที่เคยไหว
ระริกยามต้องสบตากับอดีตสามี บัดนี้กลับราบเรียบไร้ระลอกคลื่น ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ยากจะหยั่งถึง
เธอยืนอยู่ตรงนั้น บนระเบียงห้องพักรับรองของรีสอร์ทชื่อดัง ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชยเข้ามาปะทะร่าง
แต่สิ่งที่หนาวเหน็บยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอก คือกำแพงความเย็นชาที่เธอก่อขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อยของตัวเองและลูกชาย
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ชายหนุ่มผู้เคยถือดีและมองเห็นงานสำคัญกว่าทุกสิ่งในชีวิต
บัดนี้กำลังยืนมองหญิงสาวที่เขาเคยผลักไสด้วยความหมางเมิน
เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบยามนี้ยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทางไกล
แต่สิ่งที่สะดุดตารินรดาไม่ใช่ความเหนื่อยล้าบนใบหน้าหล่อเหลานั้น
หากแต่เป็นแววตาไอมืดมนที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งต่างหาก
"ผมไม่ได้หวังว่าจะลบมันได้ในพริบตาหรอกครับ... เอ่อ ริน" ธันวาชะงักไปชั่วขณะ
เมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นเคยแล้วเห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อยๆ
เขาจึงรีบปรับน้ำเสียงให้ระมัดระวังมากขึ้น "ผมหมายถึง... รินรดา สิ่งที่ผมทำลงไปในอديตมันเลวร้ายเกินกว่าจะหาคำแก้ตัว
แต่ผมขอโอกาส... ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะพ่อของน้องธีร์ และในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งตื่นจากความโง่เขลา"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาเจืออยู่จางๆ
เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาดุดันขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงวันที่เธออุ้มท้องโตใกล้คลอด
และถูกเขาสั่งให้เซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย
"เพิ่งตื่นงั้นเหรอคะ? น่าเสียดายนะคะธันวา ที่นาฬิกปลุกชีวิตคุณมันดังช้าไปหน่อย
ช้าไปจนวันที่คุณหันกลับมามองไม่เหลือใครนอกจากความว่างเปล่า"
คำพูดนั้นแทงใจดำของธันวาเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว
ทว่ารินรดากลับถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ราวกับกลัวว่าเชื้อโรคแห่งความเห็นแก่ตัวของเขาจะกระเด็นมาโดนตัวเธอ
ปฏิกิริยาอัตโนมัตินั้นทำให้หัวใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกระตุกวูบ
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก มันคือบทเรียนราคาแพงที่เขาต้องจ่ายด้วยความโดดเดี่ยวมาเนิ่นนาน
แต่ทว่า... ท่ามกลางความแข็งกระด้างที่รินรดาแสดงออก ธันวากลับสังเกตเห็นบางสิ่ง
มือเรียวที่กอดอกอยู่นั้นกำลังสั่นเทาเล็กน้อยยามที่เขาขยับตัวเข้าใกล้
และแววตาที่เคยแข็งกร้าว คล้ายมีประกายความไหววูบผ่านเข้ามาเสี้ยววินาที
ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเกราะป้องกันอันหนาทึบอย่างรวดเร็ว
รินรดากำลังหวั่นไหว...
ไม่ใช่เพราะเธอยังรักเขา แต่เป็นเพราะความจริงใจและความเสมอต้นเสมอปลายที่เขาแสดงออกตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
มันเริ่มเจาะทะลวงกำแพงที่เธอสร้างขึ้นทีละน้อย ตั้งแต่วันที่เขาเดินทางมาช่วยเคลียร์ปัญหาเรื่องที่ดินของรีสอร์ท
วันที่เขาคอยดูแลน้องธีร์ยามที่เด็กน้อยป่วยไข้โดยไม่รังเกียจความเลอะเทอะ
กระทั่งแววตาที่มองเธอในยามเผลอไผล มันเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์และสำนึกผิดอย่างแท้จริง
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การแสดงละครตบตา แต่มันคือความพยายามจากผู้ชายที่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อแลกกับการได้มองตาเธออีกครั้ง
"ผมรู้ว่าผมมันน่ารังเกียจ..." ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทอดสายตาลงมองพื้นไม้ระเบียง
ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยอย่างคนหมดแรงจะต่อสู้ "แต่ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน หรือจะลงโทษผมด้วยวิธีใด
ขอร้อง... อย่ากีดกันผมออกจากชีวิตของลูกเลยนะครับ รินรดา"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวผ่านยอดสน
รินรดานิ่งงัด เธอมองเสี้ยวหน้าของอดิตกาลสามีที่ดูโรยราลงไปถนัดตา
ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความสงสารที่เธอพยายามกดทับไว้ลึกสุดใจ
กำลังถูกสะกิดให้ตื่นขึ้นมาด้วยความจริงใจที่อีกฝ่ายพยายามส่งมอบให้
*ไม่... เธอจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด* รินรดากรีดร้องบอกตัวเองในใจ
ความเจ็บปวดเมื่อสี่ปีที่แล้วยังคงฝังรากลึก หากเธอยอมจำนนต่อความอ่อนโยนจอมปลอมนี้ในตอนนี้
อนาคตของเธอกับน้องธีร์อาจจะต้องกลับไปสู่วังวนเดิม วังวนที่เธอต้องรอคอยความเมตตาจากผู้ชายที่พร้อมจะทิ้งเธอได้ทุกเมื่อ
"คุณไม่มีสิทธิ์มาขอร้องอะไรทั้งนั้นค่ะ ธันวา" รินรดาเค้นเสียงพูดออกมา แม้ว่าหัวใจจะเริ่มสั่นคลอน
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ ฉันต้องเข้าไปดูน้องธีร์นอน"
พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวหมายจะเดินหนีเข้าห้องพักทันทีเพื่อตัดบทสนทนาที่อันตรายต่อความรู้สึกของเธอเอง
ทว่าก้าวเดียวก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมถึงลูกบิดประตู
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน พร้อมกับเสียงพูดคุยที่ดังแว่วมาจากทางเดินส่วนกลาง
ก็ทำให้ร่างทั้งร่างของรินรดาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
"คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ เอกสารสัญญาฉบับด่วนที่สุดจากสำนักงานใหญ่... อ้าว คุณรินรดาก็อยู่ด้วยเหรอครับ
พอดีเลยครับ พอดีมีแขกพิเศษเดินทางมาถึงล็อบบี้เมื่อครู่นี้ บอกว่าต้องการพบคุณธันวาและคุณรินรดาส่วนตัวครับ"
เลขาหนุ่มของธันวาวิ่งกระหืดกระหอบมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกั้นระหว่างห้อง
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและอึดอัดใจจนเห็นได้ชัด
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าเลขาด้วยความไม่พอใจ "ใคร? ใครมาหาดึกดื่นป่านนี้ แล้วทำไมต้องเจอฉันกับรินรดาพร้อมกัน?"
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คุณท่านครับ... คุณพ่อของคุณธันวา และ... เอ่อ คุณหญิงแม่ยายเก่าของคุณรินรดาครับท่าน
พวกท่านบินตรงมาที่นี่พร้อมกับผลตรวจ DNA ฉบับจริงจากโรงพยาบาลกรุงเทพแล้วครับ!"
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ,
กระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 28
ความเย็นชาที่ละลาย
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!