กลิ่นอายความเย็นจากเครื่องปรับอากาศราคาแพงในห้องประชุมใหญ่ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดเจือจางลงเลยแม้แต่น้อย ธันวาละสายตาจากตัวเลขกำไรขาดทุนในหน้าจอแท็บเล็ตเป็นรอบที่สิบของวัน ทว่าภาพที่สะท้อนอยู่ในห้วงความคิดกลับไม่ใช่กราฟธุรกิจ แต่เป็นดวงตากลมโตเป็นประกายของเด็กชายวัยสี่ขวบคนนั้น... ดวงตาที่ถอดแบบมาจากเขาอย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มที่ปราศจากการเสแสร้ง และเสียงหัวเราะใสๆ ที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทราวกับมีเวทมนตร์สะกด
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา ธันวาไม่เคยเข้าใจคำว่า "สายใยครอบครัว" เขาเติบโตมาท่ามกลางความคาดหวังของตระกูล เรียนรู้ที่จะแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น และมองผู้คนรอบตัวเป็นเพียงหมากบนกระดานธุรกิจ แม้กระทั่งตอนที่ใช้ชีวิตร่วมกับรินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยคิดว่าจืดชืดและน่ารำคาญ เขาก็ยังผลักไสเธอให้อยู่ในมุมอับของบ้าน ปล่อยให้ความเย็นชาของตนเองกัดเซาะความรู้สึกจนกระทั่งมันพังทลายลงคามือ แต่วันนี้... เมื่อกรงกรรมที่เขาขีดขึ้นเองเริ่มหมุนกลับมาลงทัณฑ์ หัวใจที่ด้านชามาตลอดกลับเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
"คุณธันวาคะ เอกสารสัญญาฉบับนี้ทางพาร์ทเนอร์ส่งมาแก้ไขเรื่องเงื่อนไขการส่งมอบค่ะ..." เลขานุการสาวเอ่ยเสียงเบาด้วยความเกร็งกลัว เมื่อเห็นใบหน้าคมเข้มที่มักเรียบเฉย บัดนี้กลับฉายแววเหม่อลอยและเคร่งเครียดอย่างผิดคาด
ธันวากลืนก้อนความกระอักกระอ่วนลงคอ พยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะไล่สายตาอ่านตัวหนังสือบนกระดาษ ทว่าสมองของเขากลับว่างเปล่า ภาพของ "น้องธีร์" วิ่งเข้ามาแทนที่ทุกสิ่ง ทุกครั้งที่เขาหลับตาลง เขานึกถึงสัมผัสอุ่นๆ ตอนที่เด็กน้อยเอื้อมมือเล็กๆ มาจับชายเสื้อสูทของเขาโดยไม่กลัวเกรง รอยยิ้มไร้เดียงสาที่ทำให้หัวใจที่แห้งผากของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งเกิดรอยร้าวลึก
*นี่ฉันกำลังเป็นอะไรไป...?*
ธันวาสשורษ์ถามตัวเองในใจอย่างสับสน เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับเด็กคนไหนมาก่อน แม้แต่ลูกของญาติสนิทเขาก็ยังมองว่าเป็นเพียงภาระน่ารำคาญ แต่กับเด็กชายที่ได้ชื่อว่าเป็น "ลูก" ของผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรี... ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้โหยหาความอบอุ่นจากเด็กคนนั้นอย่างน่าประหลาด ยิ่งคิดถึงรินรดาที่ยืนกรานเสียงแข็งและปกป้องลูกชายด้วยแววตาดุดดิ่งราวกับแม่เสือหวงลูก ความรู้สึกผิดบาปก็ยิ่งตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของร้านกาแฟกึ่งสนามเด็กเล่นในย่านธุรกิจ รินรดากำลังนั่งมองลูกชายตัวน้อยกำลังตั้งอกตั้งใจต่อเลโก้ด้วยความเพลิดเพลิน ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีหยดเหงื่อซึมตามไรผมเล็กน้อยทำให้เธอดูลูกด้วยความรักล้นปรี่ มือเรียวบางเอื้อมไปใช้ทิชชูซับเหงื่อให้ลูกชายอย่างอ่อนโยน
"คุณแม่ครับ วันนั้นคุณลุงใจดีคนนั้น ที่หน้าตาเหมือนผม... เขาจะมาหาพวกเราอีกไหมครับ?" เสียงใสเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับดวงตากลมโตที่เงยขึ้นมองมารดา
รินรดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความทรงจำในวันที่ธันวาปรากฏตัวขึ้นและเกือบจะล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของเธอกับลูกผุดขึ้นมาในสมอง ความหวาดระแวงผสมผสานกับความโกรธแค้นในอดีตพุ่งพล่านขึ้นมาทันที เธอย่อตัวลง นั่งเสมอระดับสายตากับลูกน้อย จับไหล่เล็กทั้งสองข้างด้วยความหนักแน่น
"น้องธีร์ครับ... ลูกมีแค่คุณแม่คนเดียวนะคะ คนอื่นๆ ไม่สำคัญห้ามไปสนใจเด็ดขาด ลูกสัญญาходилกับแม่ได้ไหม ว่าจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเราออกจากกัน" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความกลัว ความกลัวที่ว่าอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นจะเริ่มสังเกตเห็นความจริง และพยายามแย่งแก้วตาดวงใจไปจากอ้อมอกของเธอ
เด็กน้อยกะพริบตาปริบๆ แม้จะยังไม่เข้าใจความซับซ้อนของผู้ใหญ่ทั้งหมด แต่สัมผัสที่จริงจังและแววตาไหวระริกของมารดาทำให้เขาพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง "ครับ คุณแม่ น้องธีร์จะมีแค่คุณแม่คนเดียวครับ"
รินรดาดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น ซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าไว้ไม่ให้ลูกเห็น ความเด็ดเดี่ยวในใจของเธอกลับมาลุกโชนอีกครั้ง ต่อให้ธันวาจะเริ่มมีความรู้สึกอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง หรือต่อให้เขาจะสำนึกผิดด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม แต่มันก็สายเกินไป... สายเกินกว่าจะมาทวงสิทธิ์ความเป็นพ่อในวันที่แม่ลูกคู่นี้ต้องผ่านพ้นนรกมาด้วยกันลำพัง
ทว่า ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่ลานจอดรถด้านนอกของร้านกาแฟ รถยนต์ยุโรปคันหรูสีดำสนิทได้แล่นเข้ามาจอดสนิท ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของธันวาที่ก้าวลงมาด้วยความบังเอิญ เขาตั้งใจจะมาคุยธุระกับลูกค้าแถวนี้ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้เขาเดินผ่านกระจกใสของร้านกาแฟแห่งนี้โดยไม่รู้ตัว
ธันวายืนนิ่งอยู่หลังกระจกใส สายตาคมกริบมองลอดผ่านเข้าไปภายในร้าน และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ รินรดากำลังกอดลูกชายไว้แนบอก รอยยิ้มอ่อนโยนที่เธอมีให้เด็กน้อยช่างงดงามและบาดลึกหัวใจของเขาในเวลาเดียวกัน และในวินาทีนั้นเองที่เด็กชายหันมาสบตากับเขาผ่านกระจกใสพอดี...
ดวงตากลมโตคู่นั้น... และใบหน้าที่ถอดพิมพ์เดียวกับเขา ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ธันวาไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป ทันใดนั้น ประตูกระจกของร้านก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของใครบางคน พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าธันวาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน พลเอ่ยประโยคทำลายล้างความตั้งใจทั้งหมดลงในพริบตา
"บังเอิญจังเลยนะคะคุณธันวา... มาแอบดูเมียเก่ากับลูกลับๆ แบบนี้ หรือว่าคุณเพิ่งรู้ตัวล่ะคะว่ากำลังจะเสียทุกอย่างไปตลอดกาล?"
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ,
กระจกเงาสะท้อนใจ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 25
ใจที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!