กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัว ยามนี้ช่างเสียดแทงลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของธันวา เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานราคาแพงระยับกลายเป็นเพียงกระดาษไร้ค่า เมื่อเทียบกับภาพเงาสะท้อนของตัวเขาเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง
กระจกบานนั้นไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ใบหน้าอันหล่อเหลาที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้า หากแต่มันกำลังฉายภาพอดีตอันโหดร้าย—ภาพของรินรดา หญิงสาวผู้เคยยอมมอบทั้งชีวิตและจิตวิญญาณให้เขา แต่เขากลับเหยียบย่ำมันอย่างไร้ความปรานี
"คุณมันก็แค่ผู้หญิงน่ารำคาญคนหนึ่ง..."
คำพูดใจร้ายพวกนั้นเคยหลุดออกจากริมฝีปากของเขาอย่างง่ายดายราวกับเป็นการทิ้งขยะชิ้นหนึ่ง ในยามที่รินรดายืนน้ำตาคลอเบ้าถือสำรับอาหารเข้ามาในห้องทำงานด้วยความหวังดี แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมามีเพียงความเย็นชา สายตาดูแคลน และการไล่ตะเพิดราวกับเธอเป็นคนแปลกหน้า
ธันวาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด ฝ่ามือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความเงียบงันในห้องทำงานเวลานี้ช่างน่ากลัว มันไม่ใช่ความสงบสุข แต่มันคือเสียงสะท้อนก้องกังวานของความผิดพลาดที่ไม่มีวันแก้ไขได้
ในอดีต เขามองว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงพันธะทางธุรกิจ เป็นหน้าที่ที่ต้องมีทายาทสืบสกุล และรินรดาเป็นเพียงแม่พันธุ์ที่เหมาะสมตามคำบัญชาของมารดา เขาไม่เคยแม้แต่จะชายตามองความรู้สึกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตากลมโตคู่นั้น ไม่เคยใส่ใจว่าเธอจะกินอิ่มนอนหลับหรือไม่ และที่เลวร้ายที่สุด... ในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ และเอ่ยปากขอความเห็นใจจากเขา เขากลับปัดป้องด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนว่าเธอกำลังเรียกร้องความสนใจ
'ถ้าคุณอยากได้เงินนัก ก็เอาไปสิ! แต่อย่าเอาเรื่องท้องมาอ้างเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผม น่าสมเพช!'
ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นย้อนกลับมาทุบตีซ้ำๆ ราวกับค้อนเหล็กหลอม ธันวาลืมตาขึ้นอีกครั้ง หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอเบ้าตาคมกริบที่เคยหยิ่งผยอง บัดนี้มันแดงก่ำด้วยพิษภัยแห่งความสำนึกผิด เขานึกถึงรอยยิ้มสุดท้ายของรินรดาในวันที่เธอก้าวเดินออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้—รอยยิ้มที่ปราศจากความอาลัยอาวรณ์ รอยยิ้มที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นเธอ
"ผมมันโง่... โง่เง่าที่สุด..." เสียงทุ้มต่ำพึมพำลอดไรฟันอย่างสั่นเครือ ความเย่อหยิ่งที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเขารู้ซึ้งแล้วว่า เงินทองนับพันล้าน อำนาจที่ล้นมือ หรือเกียรติยศจอมปลอมเหล่านี้ ไม่มีความหมายเลยสักนิด เมื่อแลกมากับการสูญเสียผู้หญิงที่รักเขาด้วยใจจริง และลูกน้อยที่เขาไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูเบาๆ ขัดจังหวะห้วงภวังค์อันมืดมน ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามวิสัยนักธุรกิจ แต่แววตาที่สะท้อนในกระจกยังคงร่องรอยความร้าวรานไว้อย่างชัดเจน
"เข้ามา" เขาเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
เลขาหนุ่มก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะที่เพิ่งได้รับรายงานด่วน
"ท่านประธานครับ... เรื่องที่เราให้คนตามสืบเรื่องของคุณรินรดา... ตอนนี้ทางทีมสืบสวนเจอเบาะแสสำคัญแล้วครับ"
หัวใจของธันวาเต้นกระหน่ำรัวรากระฆังแตก ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันiที ความหวังอันริบหรี่ถูกจุดประกายขึ้นมาในอก แต่มันก็แลกมาด้วยความหวาดกลัวระคนระทึก
"อยู่ที่ไหน? เธออยู่ที่ไหนตอนนี้!" เสียงของธันวาตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด ลืมมาดขรึมและเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นซองเอกสารนั้นให้ พร้อมกับกล่าวถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของธันวาหยุดหมุน
"คุณรินรดาไม่ได้อยู่คนเดียวครับ... และเด็กผู้ชายวัยสี่ขวบที่อยู่ข้างกายเธอนั้น..." เลขาเว้นจังหวะหายใจ "หน้าตาถอดแบบมาจากคุณธันวา ราวกับพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดครับ"
ธันวารับซองเอกสารมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา รูปถ่ายใบแรกที่ร่วงหล่นลงบนโต๊ะทำงาน เผยให้เห็นเด็กชายตัวน้อยแก้มป่องดวงตากลมโตกำลังยิ้มร่าเริงอยู่ข้างกายรินรดา รอยยิ้มและโครงหน้าคู่นั้น... มันคือกระจกเงาที่สะท้อนวัยเด็กของตัวเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน!
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ,
กระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 26
เงาอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!