หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 2

ความลับที่ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้ม

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายของยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ในห้องตรวจโรคเล็กๆ แห่งนี้ ช่างฉุนกึกจนแสบจมูก รินรดากำแผ่นกระดาษสีขาวในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ตัวอักษรหมึกพิมพ์สีดำบนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ผลการวินิจฉัยทางการแพทย์ แต่มันคือคำพิพากษาจากเบื้องบน—คำพิพากษาที่จะผูกพันชีวิตของเธอไว้กับอดีตที่เธอเพิ่งใช้รอยยิ้มฝืนทนตัดขาดไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน "ยินดีด้วยนะคะคุณรินรดา คุณตั้งครรภ์ได้หัปดาห์ที่ห้าแล้วค่ะ" เสียงของแพทย์หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยรอยยิ้มแสดงความยินดี แต่สำหรับรินรดารอยยิ้มนั้นกลับกรีดลึกSEEKเข้าไปในหัวใจ ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างโรงพยาบาลไม่ได้สดใสอย่างที่ควรจะเป็น เมฆฝนสีเทาทะมึนกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมกรุงเทพมหานคร ราวกับเจตนาจะเยาะเย้ยโชคชะตาอันตลก The Cosmic Joke ที่เล่นตลกกับชีวิตของเธอได้อย่างเจ็บแสบที่สุด ทำไม... ทำไมมันต้องเป็นตอนนี้? ในวันที่เธอเพิ่งก้าวเท้าออกจากสำนักงานเขต พร้อมกับกระดาษแผ่นบางที่เรียกว่า 'ใบหย่า' ในกระเป๋าเอกสาร วันที่เธอตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแล้วว่าจะสลัดทิ้งซึ่งความเป็นภรรยาที่ไร้ตัวตนของธันวา วันที่เธอเลือกจะเดินออกมาจากคุกทองคำที่ไร้ซึ่งความรักและความใส่ใจอย่างสิ้นเชิง รินรดายกมือขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตนเองอย่างเหม่อลอย ความรู้สึกภายในอกตีรวนจนแยกไม่ออกว่าเป็นความสุข ความกลัว หรือความโกรธแค้นต่อโชคชะตา เด็กคนนี้เกิดขึ้นมาจากค่ำคืนสุดท้าย... ค่ำคืนที่ธันวาจำยอมทำหน้าที่สามีด้วยความหมางเมินและเย็นชา ราวกับเธอนั้นเป็นเพียงหุ่นยนต์ระบายอารมณ์ไร้ความรู้สึก หลังจากนั้นเขาก็เซ็นใบหย่าให้เธออย่างไร้เยื่อใย โดยไม่รู้เลยว่า เสี้ยวหนึ่งของเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาก กำลังเติบโตขึ้นเงียบๆ ในร่างกายของผู้หญิงที่เขาเพิ่งเขี่ยทิ้ง "คุณรินรดาคะ ไหวไหมคะ สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย" พทย์หญิงเอ่ยทักด้วยความกังวล เมื่อเห็นร่างบางสั่นเทาเล็กน้อย "ริน... รินไหวค่ะคุณหมอ ขอบคุณนะคะ" รินรดาฝืนยิ้มตอบ เสียงของเธอกลั้นความสั่นเครือไว้อย่างสุดความสามารถ เธอเดินออกมาจากโรงพยาบาลด้วยจิตใจที่ว่างเปล่า ก้าวเท้าไปตามฟุตบาทอย่างไร้จุดหมาย หยาดฝนเม็ดแรกเริ่มโปรยปรายลงมา กระทบลงบนผิวแก้มนวลเนียนผสมปนเปไปกับหยาดน้ำตาที่รินรดาไม่อาจกลั้นไว้อีกต่อไป เธอยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังวิ่งหลบฝน ปล่อยให้ความเปียกปอนชำระล้างความอ่อนแอในใจ ถ้าธันคารู้เรื่องนี้... เขาจะทำอย่างไร? ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว แต่รินรดาก็รีบสบัดมันทิ้งทันทีด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นมาวับหนึ่ง ไม่มีทาง! เธอไม่มีวันให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นรู้เด็ดขาด ธันวาผู้เห็นงานสำคัญกว่าลูกและภรรยา ธันวาผู้ไม่เคยชายตานองมามองคุณค่าของเธอแม้แต่น้อย เขาไม่คู่ควรแม้แต่จะได้ยินคำว่า 'พ่อ' จากปากของเด็กคนนี้ ลูกคนนี้เป็นของเธอ... เป็นของรินรดาแต่เพียงผู้เดียว เธอจะเลี้ยงเขาให้เติบโตด้วยสองมือนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เธอก็จะไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากลูกไปจากอกเด็ดขาด ในขณะเดียวกัน ที่อาคารสำนักงานใหญ่ธันวาภัทร กรุ๊ป ใจกลางย่านธุรกิจ ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงระยับ สายตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่มองวิวเมืองเบื้องล่าง ความหงุดหงิดบางอย่างเกาะกุมจิตใจเขาตั้งแต่ช่วงสาย แต่นักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งปฏิเสธที่จะสำรวจความรู้สึกนั้น เขาบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่ความรำคาญใจที่กระบวนการหย่าร้างทำให้เขาเสียเวลาทำงานไปครึ่งวันเท่านั้น รินรดาเซ็นชื่อลงไปอย่างไร้เสียงร้องขอ... ไม่มีแม้แต่น้ำตา ไม่มีคำตัดพ้อต่อว่าใดๆ เธอก้าวเดินออกจากชีวิตเขาไปอย่างเงียบเชียบที่สุด ซึ่งมันควรจะเป็นสิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่หรือ? ผู้หญิงจืดชืด น่าเบื่อ และไร้สีสันคนนั้นออกไปจากชีวิตเขาแล้ว พื้นที่ส่วนตัวของเขากลับมาเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วนี่ แต่ทำไม... ทำไมภาพแผ่นหลังบางที่เดินถือซองเอกสารก้าวออกไปในวันนั้น ถึงยังคงวนเวียนติดอยู่ในหัวสมองของเขาอย่างไม่ยอมจางหาย ราวกับมีเงาบางอย่างคอยตามหลอกหลอน ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดึงธันวาออกจากภวังค์ความคิด "เข้ามา" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เลขาหนุ่มรีบก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับถือแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมและซองพัสดุกำมะหยี่สีดำสนิท วางลงบนโต๊ะทำงาน "ท่านประธานครับ นี่เป็นเอกสารสรุปยอดไตรมาสล่าสุด และ... มีพัสดุตีกลับถึงคุณรินรดาครับ น่าจะตกค้างอยู่ที่แผนกต้อนรับส่วนหน้า แต่จ่าหน้าซองส่งถึงที่นี่ รหัสไปรษณีย์ตรงกับคอนโดเดิมของคุณรินรดา ทางนิติบุคคลเพิ่งนำมาส่งให้ครับเพราะเห็นว่าเป็นชื่อนามสกุลเดิมของคุณธันวา" ธันวามองซองพัสดุกำมะหยี่นั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดระคนสงสัย เขาหยิบมันขึ้นมาพลิกดู ปรากฏว่าเป็นผลตรวจทางการแพทย์จากคลินิกเฉพาะทางแห่งหนึ่ง ซึ่งส่งตรงมายังที่อยู่ของเขาเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เพราะช่วงนั้นเขายุงอยู่กับการเดินทางไปต่างประเทศ เอกสารชิ้นนี้จึงถูกกองทิ้งไว้และเพิ่งจะถูกคัดแยกออกมา "อะไรกัน..." พึมพำกับตัวเองเบื้องต่ำ นิ้วแกร่งจัดการแกะผนึกซองพัสดุกำมะหยี่สีดำออกอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาคิดว่ามันคงเป็นผลตรวจสุขภาพประจำปีของรินรดาที่เธอมักจะลืมไว้เรื่อยเปื่อย แต่เมื่อดึงแผ่นกระดาษข้างในออกมา สายตาคมกริบที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชามาตลอด กลับต้องชะงักกึก ดูลึกลงไปในตัวอักษรพิมพ์และลายเซ็นแพทย์... หัวข้อเอกสารระบุชัดเจน: *ผลการตรวจยืนยันการตั้งครรภ์* ชื่อผู้ป่วย: *นางสาวรินรดา [นามสกุลเดิม]* อายุครรภ์: *5 สัปดาห์* วันที่ออกผลตรวจ: *วันนี้* ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางใจสำนักงานหรู ธันวานิ่งค้างเป็นรูปปั้น ลมหายใจของเขาติดขัดชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงที่ยากจะหาคำมาบรรยาย สมองที่เคยเฉียบคมและประมวลผลธุรกิจพันล้านได้อย่างรวดเร็ว กลับขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก รินรดาท้อง... รินรดากำลังตั้งท้องลูกของเขา! แล้วความจริงอันโหดร้ายก็พุ่งชนเข้ากลางหน้าอก เมื่อเขาย้อนนึกถึงวันที่เอกสารฉบับนี้ถูกส่งมา กับวันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขา... มันคือวันเดียวกัน! ผู้หญิงคนนั้นรู้ความจริงมาตลอด แต่เลือกที่จะเก็บมันไว้ ปิดปากเงียบสนิท และเดินถือทะเบียนหย่าเดินจากเขาไปอย่างเลือดเย็น! ธันวากำแผ่นกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความโกรธกริ้วและสับสนระคนกัน นี่คือแผนการของเธอใช่ไหม? เธอตั้งใจจะสะบัดตูดหนีเขาไปพร้อมกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลธันวาภัทรอย่างนั้นหรือ? ไม่มีวันเสียหรอก! "เลขา..." ธันวาเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน แววตาดุดลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาตึกระฟ้าแห่งนี้ให้เป็นจุล "เช็คให้ฉันเดี๋ยวนี้ว่าตอนนี้... ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! - กระจกเงาสะท้อนใจ -
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%