หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 1

ใบหย่าในซองจดหมาย

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
เสียงฉีกซองเอกสารสีน้ำตาลในความเงียบสงบของห้องนั่งเล่นช่วงดึก มันฟังดูคมกริบและบาดลึกราวกับเสียงกรีดเนื้อชำแหละ รินรดาไม่ได้สะดุ้ง เธอเพียงแต่มองกระดาษแผ่นเรียบที่ผ่านการลงนามเรียบร้อยแล้วด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจมาตลอดห้าปี บัดนี้มันด้านชาเสียจนกลายเป็นความแข็งกร้าวที่ยากจะสั่นคลอน บนโต๊ะกระจกใส บิลค่าใช้จ่ายและเอกสารบริษัทถูกกองทิ้งไว้อย่างไม่ใส่ใจ เช่นเดียวกับความรู้สึกของเธอตลอดระยะเวลาที่ใช้สถานะ "ภรรยาในนาม" ร่วมกับผู้ชายที่ชื่อธันวา เขาไม่เคยชายตาแล ไม่เคยแม้แต่จะจำได้ด้วยซ้ำว่าเธอกินอะไรแพ้ หรือเคยผ่านค่ำคืนที่โดดเดี่ยวด้วยความหวาดกลัวมาอย่างไร สิ่งเดียวที่ธันวาให้ความสำคัญคือตัวเลขในบัญชี ความสำเร็จบนหน้าหนังสือพิมพ์ธุรกิจ และความสมบูรณ์แบบที่เขาปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อบังตาคนนอก "คุณแน่ใจแล้วเหรอว่าเซ็นแล้วทุกอย่างจะจบ?" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่หลังโซฟา ดังแทรกความเงียบขึ้นมา ธันวาปรายตามองเอกสารในมือเธอด้วยความหงุดหงิดระคนดูถูก เขายังคงอยู่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพง กลิ่นอายของความสำเร็จและความเย่อหยิ่งลอยคละคลุ้งจนน่าอึดอัด รินรดาค่อย ๆ วางกระดาษแผ่นนั้นลง เธอไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าสามีทางนิตินัยที่กำลังยืนค้ำหัวด้วยความถือดี รอยยิ้มบางเบาที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอมันช่างเยียบเย็นและห่างเหินเกินกว่าที่ธันวาจะเคยคุ้นเคย "จบสิคะ... สำหรับฉัน มันจบลงตั้งแต่วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระที่ถ่วงความเจริญของคุณแล้วค่ะ" น้ำเสียงของเธอเรียաբนิ่ง แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้แววตาคู่คมของธันวาไหววูบไปชั่วขณะ ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เขาคิดว่านี่คงเป็นเพียงแค่เกมเรียกร้องความสนใจอีกรูปแบบหนึ่งของภรรยาที่วัน ๆ เอาแต่เกาะเขากิน รินรดาไม่มีทางไปไหนรอด เธอไม่มีเงิน ไม่มีครอบครัวที่คอยหนุนหลัง และที่สำคัญที่สุด... เธอรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นไม่ใช่หรือ? "อย่ามาเล่นลิเกตอนนี้เลยรินรดา ถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็บอกกันตรง ๆ ไม่ต้องมาทำเป็นประชดประชันด้วยการเซ็นใบหย่าอย่างไร้สาระแบบนี้ เสียเวลาทำงานของผมหมด" ธันวาพูดด้วยความรำคาญ ปัดมือผ่านอากาศราวกับกำลังไล่แมลงน่ารำคาญ รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอมองหน้าผู้ชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งเยื่อใย ความรัก ความอดทน และหยาดน้ำตาตลอดห้าปีที่ผ่านมา ถูกแผดเผาจนมอดไหม้ไม่เหลือซาก เธอไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่ยอมก้มหน้าอดทนให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอีกต่อไปแล้ว "เงินของคุณ... ฉันไม่ต้องการแม้แต่บาทเดียวค่ะ สิ่งเดียวที่ฉันเอาไป คือสิทธิ์ขาดในการเลี้ยงดูลูก และคุณจำใส่สมองเอาไว้ให้ดีนะคะธันวา ว่าต่อให้คุณกราบกรานขอร้องในวันที่สายไป คุณก็ไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกของเราอีกเด็ดขาด" ธันวาขมวดคิ้วแน่น ความหงุดหงิดเริ่มเปลี่ยนเป็นความฉุนเฉียวเมื่อได้ยินคำพูดที่ดูถูกอำนาจเงินของเขา "ลูก? เด็กคนนั้นก็แค่ภาระอีกคนที่คุณอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อผูกมัดผม อยากจะไปไหนก็ไสหัวไปให้พ้นซะ อย่าลืมเก็บข้าวของออกไปให้หมดก่อนที่ผมจะกลับมาพรุ่งนี้เช้า และจำไว้... อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก" รินรดาไม่ตอบโต้อะไรอีก เธอยกกระเป๋าเดินทางใบเล็กขึ้นสะพายไหล่ หันหลังให้กับคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เธอเปรียบเสมือนกรงขังมาตลอดหลายปี โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งที่ยืนกอดอกมองตามด้วยความมั่นใจในกำมือของตนเอง รถแท็กซี่คันเก่าแล่นมาจอดรับเธอกลางดึก รินรดาก้าวขึ้นรถและสั่งให้คนขับมุ่งหน้าไปยังสนามบินทันที เธอมีตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปต่างจังหวัดรออยู่แล้ว ที่นั่น... ไกลจากเงาอิทธิพลของธันวา เธอจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับแก้วตาดวงใจ ลูกชายวัยสี่ขวบที่หน้าตาถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน หลายเดือนผ่านไป ณ เมืองชายทะเลอันเงียบสงบ ร้านเบเกอรี่เล็ก ๆ แต่แสนอบอุ่นภายใต้ชื่อ "รินรัก" กำลังไปได้ด้วยดี รินรดามีความสุขกับรอยยิ้มของลูกชายตัวน้อยที่วิ่งเล่นอยู่หลังร้าน เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายวัยกำลังซนคือพลังวิเศษที่ทำให้เธอหลงลืมความเจ็บปวดในอดีตไปจนหมดสิ้น "คุณแม่ครับ น้องธีร์อยากกินเค้กช็อกโกแลตชิ้นนั้นจังเลยครับ" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้น พร้อมกับนิ้วป้อม ๆ ที่ชี้ไปยังตู้กระจก รินรดาย่อตัวลงใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดรอยแป้งที่เปื้อนแก้มเนียนใสด้วยความรักล้นปรี่ "ได้สิคะคนเก่ง เดี๋ยวคุณแม่ตัดให้ชิ้นใหญ่ที่สุดเลยนะคะ" รินรดายิ้มกว้าง ลูกชายของเธอหน้าตาถอดแบบมาจากธันวาอย่างไม่ตั้งใจ ทั้งดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากที่แม้แต่ยามนิ่งเงียบก็ยังมีความดื้อรั้นอยู่ในที แต่โชคดีที่รอยยิ้มและความอ่อนโยนของแกเป็นของเธอ... เป็นสิ่งที่ธันวาไม่มีวันแย่งไปได้ ในขณะเดียวกัน ที่สนามบินนานาชาติของจังหวัด ธันวากำลังก้าวลงจากรถยนต์ส่วนตัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด การเจรจาธุรกิจขยายสาขาครั้งใหญ่ทำให้เขาต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเอง มือหนากระชับเสื้อสูทพลางรับโทรศัพท์จากเลขาธิการเรื่องกำหนดการประชุม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวด้วยความเบื่อหน่าย จนกระทั่งสะดุดเข้ากับภาพของเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกลจากทางออกร้านกาแฟข้าง ๆ ธันวาชะงักฝีเท้า หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงอย่างไร้สาเหตุ เมื่อเด็กชายคนนั้นหันมาสบตาเข้ากับเขาพอดี... ใบหน้าจิ้มลิ้ม ดวงตาคู่โต และรอยยิ้มรั้น ๆ แบบนั้น มันคือตัวเขาในวัยเด็กราวกับถอดพิมพ์เดียวกันออกมาไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับบทแรกนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%