กระดาษแผ่นเล็กๆ ในซองสีขาวสะอาดตา ปรากฏอยู่ตรงหน้าธันวาเสมือนใบมีดที่กรีดเฉือนลงบนเนื้อเยื่อหัวใจของเขาอย่างช้าๆ
ห้องทำงานส่วนตัวที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยมวลอากาศที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู ความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยให้เหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมของชายหนุ่มลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย มือหนาที่เคยเซ็นอนุมัติมูลค่าหลักร้อยล้านในพริบตา บัดนี้กลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ยามเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับขอบกระดาษแผ่นนั้น
"คุณธันวาคะ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการส่งผลตรวจชุดสุดท้ายมาถึงแล้วค่ะ"
เสียงเลขานุการสาวดังขึ้นจากปลายสาย แต่มันช่างแว่วราวดังมาจากดินแดนที่ห่างไกล สมองของธันวาอื้ออึง เขารับรู้เพียงแค่ว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นระรัวราวกับกลองศึกที่รอเวลาพิพากษาโทษทัณฑ์
เขาย้อนนึกถึงภาพเมื่อไม่กี่วันก่อน ภาพรินรดา อดีตภรรยาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ไร้ซึ่งร่องรอยของความรัก ความอาลัย หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยว หญิงสาวในวันนี้ไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาบนเตียงนอนหลังใหญ่หลังนั้นอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว และถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ทาง โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กชายวัยสี่ขวบที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขามาวิ่งวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด
ธันวากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แดงก่ำด้วยความระอุทางอารมณ์ เขาค่อยๆ กางแผ่นกระดาษออกช้าๆ ราวกับกลัวว่ามันจะสลายหายไปในอากาศ
*ผลการตรวจสารพันธุกรรม (DNA Test)*
ตัวอักษรสีดำสนิทบนกระดาษขาวสะอาดเรียงรายอยู่เบื้องสายตา บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า แต่มีเพียงบรรทัดเดียวที่ดึงดูดสายตาของเขาไว้ราวกับถูกสะกดจิต—เปอร์เซ็นต์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่าง "ธันวา สุริยไพศาล" และ "เด็กชายธีร R."
ลมหายใจของธันวาสะดุดกะทันหัน โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ ความจริงที่เขาปฏิเสธมาตลอด ปัดตกและทำลายทิ้งด้วยความเย่อหยิ่งของตัวเอง บัดนี้มันถูกยืนยันอย่างเป็นทางการด้วยวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีวันบิดเบือน ลูกชาย... เด็กน้อยผู้มีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับเขา เด็กชายที่เขาเคยตะคอกไล่และมองว่าเป็นเพียงภาระของอดีตภรรยา แท้จริงแล้วคือสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเองอย่างแท้จริง
ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์สึนามิที่ซัดเข้าฝั่งอย่างไร้ความปรานี ภาพวันเก่าๆ ที่เขากระชากเสียงใส่รินรดา ภาพที่เธออุ้มท้องโตโดยไม่มีเขาคอยดูแล ภาพที่เธอต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวในคฤหาสน์หลังโตที่หนาวเหน็บ ทุกๆ หยาดน้ำตาที่รินรดาเคยหลั่งรินไหลย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขา ทีละแผล ทีละนิด จนแทบไม่เหลือชิ้นดี
"ผมทำอะไรลงไป..." เสียงพึมพำหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากแห้งผากของธันวา น้ำลูกผู้ชายรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความพังพินาศของคนที่สูญเสียทุกสิ่งไปเพราะความโง่เขลาของตัวเอง
ทว่า ในขณะที่ความมืดมนของอดีตกำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็จسันขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต
ร่างระหงของรินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามและมั่นคง แววตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มบางเบา เธอกวาดสายตามองเอกสารผลตรวจ DNA ในมือของอดีตสามีที่สั่นเทา ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ทำให้ธันวารู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง
"ดูท่าทางคุณคงจะได้เห็น 'ความจริง' ที่ตามหาแล้วสินะคะ, คุณธันวา" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "และตอนนี้... ถึงเวลาที่คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดสำหรับความโง่เขลาที่คุณเคยมอบให้ฉันกับลูกแล้วล่ะค่ะ"
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ,
กระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 30
ความเงียบที่น่ากลัว
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!