หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 31

สายใยที่เชื่อมโยง

ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
กลิ่นอายจางๆ ของชาคาโมมายล์ลอยวนอยู่ในอากาศ เย็นเยיתของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ลดความอึดอัดลงได้เลย รินรดานั่งตัวตรงหลังแนบกับพนักโซฟา สายตาของเธอมองตรงไปยังหน้าจอแท็บเล็ตในมือโดยไม่ยอมเงยขึ้นสบตาคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง "คุณจะมองผมแบบนั้นไปถึงไหนกัน ริน" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาในวันเก่า บัดนี้เจือไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของการพยายามประคับประคองความสัมพันธ์ที่พังทลาย ธันวาวางแก้วแบล็กคอฟฟี่ลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ นั้นไม่ได้ทำให้รินรดาขยับเขยื้อน เธอเพียงแค่ปรายหางตามองเขานิดๆ ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประชดประชัน แต่มันกลับบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอ "ฉันไม่ได้มองอะไรคุณทั้งนั้นค่ะ ธันวา... ฉันแค่กำลังตรวจดูเอกสารสัญญาระหว่างบริษัทของเรา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีช่องโหว่ที่จะทำให้ลูกชายของฉันต้องมาเกี่ยวข้องกับความโลภของคุณอีก" คำว่า 'ลูกชายของฉัน' ถูกเน้นเสียงอย่างจงใจ สรรพนามที่ตัดขาดความเป็นพ่อลูกอย่างเลือดเย็นนั้นทำให้นัยน์ตาคมกริบของธันวาไหววูบ เขารู้ดีว่ามันคือบทลงโทษที่สาสมที่สุดสำหรับความโง่เขลาในอดีต วันเวลาที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอให้ออกไปจากชีวิต วันที่เธอกำลังตั้งครรภ์และร้องขอความเห็นใจ แต่เขากลับเลือกที่จะหันหลังให้และเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้ กรรมตามสนองเขาอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่มีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับเขาปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับกำแพงความเกลียดชังที่อดีตภรรยาตั้งไว้สูงเสียดฟ้า แต่ทว่า... เหตุการณ์ในบ่ายวันนี้กลับมีบางสิ่งบางอย่างที่สั่นคลอนกำแพงนั้นทีละน้อย "คุณพ่อขา... คุณลุงใจดีคนนี้ ให้หนูอันนี้ค่ะ" เสียงใสแจ๋วของน้องธีร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมนักเรียนอนุบาลวิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้องรับรอง ในมือเล็กๆ นั้นถือหุ่นยนต์ของเล่นตัวโปรดที่ธันวาเคยซื้อให้เป็นของง้อเมื่อสัปดาห์ก่อน เด็กน้อยเอียงคอสงสัย ดวงตากลมโตใสซื่อมองหน้าเศรษฐีหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลด้วยความไร้เดียงสา โดยไม่รู้เลยว่าผู้ชายคนนี้คือสายเลือดเดียวกันกับตน ธันวาชะงักไป เขารีบปรับสีหน้าจากความเจ็บปวดให้กลายเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน—รอยยิ้มที่รินรดาไม่เคยได้เห็นตลอดสามปีที่ใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา ชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชาย ยื่นมือออกไปรับหุ่นยนต์ตัวนั้นอย่างทะนุถนอม "ขอบใจนะ... น้องธีร์" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ผิดวิสัยนักธุรกิจผู้เด็ดขาด "ทำไมถึงเอามาให้ลุงล่ะครับ หุ่นยนต์ตัวโปรดไม่ใช่เหรอ" "ก็... คุณแม่บอกว่า ใครใจดีด้วย เราก็ต้องใจดีตอบค่ะ" น้องธีร์ตอบเจื้อยแจ้ว พลางชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ธันวามากขึ้นโดยสัญชาตญาณ "แล้วก็... หน้าตาคุณลุงเวลาไม่ยิ้ม มันดูดุเหมือนยักษ์ในนิทานที่คุณครูเล่าเลยนะคะ แต่พอคุณลุงยิ้ม... หน้าตาเหมือนคุณแม่ตอนใจดีเลย" คำพูดไร้เดียงสาสะدไปถึงขั้วหัวใจของคนเป็นพ่อ ธันวารู้สึกจุกที่ลำคอ นัยน์ตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ภาพของเด็กน้อยที่เอื้อมมือเล็กๆ มาแตะที่หลังมือของเขาเบาๆ เพื่อปลอบโยน (อย่างที่เด็กน้อยมักทำเวลาเห็นใครหน้าตาเคร่งเครียด) มันคือสัมผัสที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมาในชีวิต รินรดานั่งมองภาพนั้นเงียบๆ หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเกิดรอยร้าวเล็กๆ ขึ้น ความโกรธแค้นที่เคยเป็นเกราะ יםคุ้ม יםกันเธอเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นแววตาสำนึกผิดที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของธันวา เขากำลังพยายาม... พยายามอย่างยิ่งที่จะเรียนรู้การเป็นพ่อ แม้ว่าเธอจะพยายามกีดกันเพียงใดก็ตาม "ธีร์ค่ะ... มาหาคุณแม่มาลูก อย่าไปรบกวนคุณธันวาเขาเลยค่ะ" รินรดารีบดึงสติ เอ่ยเรียกเสียงเรียบเพื่อตัดบทความอบอุ่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นเกินขอบเขต "ไม่เป็นไรเลยครับ ริน... ผมเต็มใจ" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมทอดมองอดีตภรรยาด้วยความหมายลึกซึ้ง "ผมดีใจนะที่ได้เห็นเขายิ้มแบบนี้... และผมก็ขอบคุณที่คุณไม่ได้สอนให้เขารังเกียจผม" รินรดาสบตากับเขา นิ่งงันไปชั่วขณะ เธอพบว่าในแววตานั้นไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความเวทนาต่อตัวเองและความจริงใจที่เพิ่งถูกค้นพบ ธันวากำลังเปลี่ยนไป... และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับหัวใจที่เคยแหลกสลายของเธอ เพราะเธอกลัวเหลือเกินว่า ความอ่อนโยนที่เขากำลังแสดงออกมาในตอนนี้ จะเป็นเพียงกลลวงเพื่อแย่งลูกชายไปจากอกเธอ "อย่าเข้าใจผิดค่ะ ธันวา" รินรดาลุกขึ้นยืนบ้าง รวบเอกสารทั้งหมดเก็บใส่กระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกเติบโตมาด้วยความเคียดแค้นเหมือนที่คุณเคยทำกับฉัน... เด็กเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยอมยกโทษให้คุณในสิ่งที่ผ่านมา" ธันวาไม่ได้โต้เถียง เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อไว้มันหนักหนาเกินกว่าจะลบล้างได้ด้วยรอยยิ้มเพียงไม่กี่ครั้ง ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับช้าๆ ยอมจำนนต่อความเป็นจริงที่ตนเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง "ผมเข้าใจครับ... และผมจะรอ จนกว่าคุณจะพร้อมให้โอกาสผมพิสูจน์ตัวเอง" บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบงันอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดแบบเดิม มันเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางอารมณ์ที่ซับซ้อน รินรดากุมมือลูกชายแน่นเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้องนี้ ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นทำลายสมาธิ ธันวาก้มลงมองหน้าจอ เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรไม่กี่คำ สีหน้าของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด ร่างสูงชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจในยามวิกาล ข้อความนั้นถูกส่งมาจากเลข W ของเขา พร้อมกับรูปถ่ายเอกสารใบลับฉบับหนึ่ง และข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ *"คุณธันวาครับ... ผลตรวจ DNA รอบสองที่ท่านแอบให้ผมไปตรวจลับๆ ระหว่างคุณกับน้องธีร์... ออกมาแล้วนะครับ และผลปรากฏว่า..."* ด้วยความปรารถนาดีจากใจ, กระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%