"ตัวเลขกำไรไตรมาสนี้โตขึ้นสามร้อยเปอร์เซ็นต์... และทั้งหมดเกิดจากการตัดสินใจปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุนของฉัน ไม่ใช่เพราะวิสัยทัศน์ที่คุณเคยปรามาសไว้เมื่อสามปีก่อนค่ะ คุณธันวา"
เสียงหวานกังสดาลทว่าเยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบกริบของห้องประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เอกสารรายงานงบการเงินถูกเลื่อนไปตรงหน้าชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่บัดนี้กลับซีดเผือด ธันวาเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยาที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเป็นเพียง 'ดอกไม้ประดับห้องรับแขก' ผู้หญิงที่ยอมก้มหน้าอดทนต่อคำดูถูกและหยาดน้ำตาในบ้านหลังใหญ่ ทว่าในยามนี้ รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มกลับยืนตระหง่านอย่างสง่างาม แววตาคู่คมกริบไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงประกายความเหนือกว่าที่เฉือดเฉือนหัวใจคนมองจนชาหนึบ
ธันวาจำต้องกลืนก้อนความจุกแน่นลงคอ ภาพของภรรยาผู้เงียบขรึมและอ่อนแอในอดีตถูกลบเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงผู้บริหารหญิงมือฉกาจที่กำลังกุมชะตากรรมทางธุรกิจที่เขาต้องพึ่งพา ปลายนิ้วเรียวของเธอเคาะลงบนโต๊ะกระจกเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของความเย่อหยิ่งที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต
"ผม... ยอมรับว่าผมประเมินคุณต่ำไป ริน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ลึกลงไปในอกข้างซ้ายมีความเจ็บปวดแปลบปาล์มแล่นพล่าน เขามองเห็นศักยภาพที่เคยถูกกรงขังแห่งการแต่งงานไร้รักกดทับไว้ ศักยภาพที่ในอดีตเขาไม่เคยแม้แต่จะชายตามอง เพราะมัวแต่หลงใหลในเปลือกนอกของความสำเร็จจอมปลอม
"คำว่า 'ยอมรับ' จากปากคุณ มันช้าเกินไปหลายปีแล้วค่ะคุณธันวา" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้ไปถึงดวงตา กลับยิ่งตอกย้ำความห่างเหินที่ไม่มีวันเชื่อมต่อได้อีก "กรุณาเซ็นสัญญาอนุมัติโครงการนี้ด้วยค่ะ ฉันมีงานอื่นที่สำคัญกว่าต้องไปสะสาง... งานที่เกี่ยวกับครอบครัวของฉันเอง"
คำว่าครอบครัวกระแทกใจธันวาอย่างจัง เขารู้ดีว่าครอบครัวที่เธอหมายถึงไม่มีพื้นที่ให้เขาอีกต่อไปแล้ว ร่างสูงผุดลุกขึ้นโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นเธอกำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุม "ริน... เดี๋ยวสิ เรื่องลูกของเรา..."
รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม เธอกลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวนี้ทำให้ธันวาได้กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย—กลิ่นที่เคยอบ
อวลอยู่ในห้องนอนของเขาก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลาย
"ลูกของฉัน... ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณค่ะ ธันวา จำใส่ใจเอาไว้ให้ดีว่าใบหย่าในวันนั้น ตัดขาดทุกอย่างระหว่างเราไปหมดแล้ว แม้กระทั่งสิทธิ์ในการเอ่ยชื่อเด็กคนนั้นออกจากปากคุณ"
พูดจบเธอก็เดินจากไป ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีรวนขึ้นมาจนหายใจไม่ออก เขาไม่เพียงแต่สูญเสียภรรยาผู้เก่งกาจที่เขากล้าทิ้งขว้าง แต่เขากำลังจะสูญเสียทุกสิ่งที่มีค่าไปตลอดกาล หากแต่ความจริงที่โหดร้ายที่สุดยังไม่เปิดเผย...
ในขณะที่ธันวากำลังจะก้าวออกจากห้องประชุม สายตาคมก็เหลือบไปเห็นแท็บเล็ตราคาแพงที่รินรดาลืมวางทิ้งไว้บนโซฟาหนัง หน้าจอแสดงผลค้างไว้ที่แกลเลอรีรูปภาพ และภาพถ่ายล่าสุดที่ปรากฏหลาอยู่บนหน้าจอนั้น... คือภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบกำลังยิ้มกว้าง ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบมาจากใบหน้าของเขาเองราวกับส่องกระจก พร้อมกับข้อความใต้ภาพจากโรงเรียนอนุบาลชื่อดังที่เขียนไว้ว่า *"น้องธีร์ชนะเลิศการแข่งขันวาดภาพระดับจังหวัด"*
ธันวาก้าวเข้าไปคว้าแท็บเล็ตขึ้นมามือไม้สั่นเทา ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันน่าตกใจที่ถูกปิดตายมาตลอดสี่ปี เด็กผู้ชายคนนั้น... ลูกของรินรดา... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง!
ด้วยความปรารถนาดีจากใจ,
กระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน•ตอนที่ 32
อดีตภรรยาผู้เก่งกาจ
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าหลาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!