"ที่นี่ไม่มีทางออกหรอกนะ... พวกคุณไม่ได้เข้ามาในที่พัก แต่พวกคุณเดินเข้ามาใน 'รอยแยก' ต่างหาก"
เสียงหัวเราะแหบแห้งของผู้ดูแลรีสอร์ทยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ราวกับเศษกระจกที่บาดลึกเข้าไปในความเงียบงันของค่ำคืน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเยียบเย็นไม่ได้มาจากสายลมรอบกาย หากแต่มันแผ่ซ่านออกมาจากความอึดอัดที่บีบอัดอยู่กลางอก ทว่าในสถานการณ์ที่ชวนขนหัวลุกเช่นนี้ ไหล่ของเธอกลับถูกกระแทกเบาๆ จากด้านข้างด้วยความคุ้นเคย
"เลิกทำหน้าเหมือนผีเห็นผีสักที ยัยตัวแสบ หน้าตาเธอยามตกใจนี่มัน... น่าแกล้งชะมัด"
คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนตามเคย เขายัดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ ท่าทางสบายๆ ราวกับไม่ได้ยินคำพูดสยองขวัญเมื่อครู่แม้แต่น้อย แต่รินรดากลับสังเกตเห็น... สัญชาตญาณนักข่าวและสายตาเฉียบคมของบรรณาธิการสาวไม่เคยพลาด สันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน และดูลึกซึ้งกว่านั้นคือมือหนาที่กำหมัดแน่นอยู่ในกระเป๋าเสื้อจนข้อต่อขึ้นสีขาว
ชายชราเจ้าของเสียงหัวเราะเดินลับหายไปในความมืดของทางเดินไม้เบื้องหลัง เหลือเพียงแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันวับๆ แวมๆ ที่สาดกระทบใบหน้าครึ่งซีกของคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบตัววังเวงจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมคราม
"นายไม่กลัวหรือไง?" รินรดากระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามรักษาฟอร์มความใจแข็งของตัวเองเอาไว้ ทั้งที่ขาเริ่มสั่นระริก "หรือสมองนายมีแต่รอยหยักไว้กวนประสาทฉันอย่างเดียว?"
"กลัวสิ..." คีย์ตอบเสียงเบาหวิว ชนิดที่เกือบจะกลืนหายไปกับสายลม แต่จังหวะก้าวเท้าของเขาที่ขยับเข้ามาประชิดตัวเธอนั้นมั่นคงและเด็ดเดี่ยว "กลัวว่า... ยัยปากจัดแถวนี้จะร้องไห้งอแงขึ้นมาจริงๆ ต่างหาก ฉันปลอบคนไม่เก่งนะบอกไว้ก่อน"
รินรดาตวัดสายตาค้อนขวับทันที "ฉันไม่มีทางร้องไห้ให้คนอย่างนายเห็นหรอก คีย์! อีกอย่าง... ที่นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมสัญญาณโทรศัพท์ถึงตัดขาดพร้อมกันแบบนี้?"
"เพราะเราหนีมันไม่พ้นยังไงล่ะ"
จู่ๆ น้ำเสียงกวนๆ เมื่อครู่ก็มลายหายไป กลายเป็นความเงียบงันที่หนักอึ้ง คีย์ถอนหายใจยาวเหยียด ดวงตาคู่คมที่มักจะพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ยามต่อปากต่อคำกับเธอกลับทอประกายความไหววูบอย่างน่าประหลาด เขาเบือนหน้ามองออกไปเบื้องหน้า ทิวสนที่ไหวเอนตามแรงลมยามค่ำคืนทอดเงาดำทะมึนราวกับสัตว์ประหลาดที่รอขย้ำเหยื่อ
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่มที่ปกติจะมีแต่รอยยิ้มเยาะหยัน แต่วันนี้... เขากลับดูเปราะบาง ราวกับกำแพงหนาที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดกำลังจะพังทลายลงด้วยแรงกดดันบางอย่าง
"ที่นี่... คือที่ที่ฉันเคยเกลียดที่สุดในชีวิต"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาชะงัก หัวใจกระตุกวูบโดยไม่ทราบสาเหตุ
"นายหมายความว่า..."
"ตอนเด็กๆ ฉันเคยถูกพ่อแม่ทิ้งไว้ที่นี่" คีย์พูดขัดขึ้นมา น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความตลกคะนองหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ไม่ใช่การลืม... แต่เป็นการ 'จงใจ' วางทิ้งไว้บนโต๊ะอาหารของรีสอร์ทเก่าๆ แห่งนี้ เพราะพวกเขาบอกว่าฉันเป็นภาระ เป็นตัวถ่วงความฝันของพวกเขา... วันที่ฝนตกหนักแบบนี้ ไฟดับ และไม่มีใครหันมามอง"
รินรด้ารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ความซาบซ่านและทิฐิที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เธอมองเห็นรอยแผลเป็นในวัยเด็กที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความกวนประสาทของเขา ภาพผู้ชายที่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน กวนบาทาเธอทุกวัน ที่แท้... กลับแบกรับเศษซากความทรงจำที่แตกสลายไว้คนเดียวมาตลอด
"คีย์..." เธอกล่าวชื่อเขาแผ่วเบา ความรู้สึกโกรธ ขัดเคือง หรือแม้แต่ความถือดีทั้งมวลถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบีบแน่นในอก
"แปลกเนอะ..." คีย์หันกลับมาสบตาเธอ แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเธอชัดเจน มันเปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน "ทั้งที่ฉันพยายามหนีมันมาตลอดชีวิต วิ่งหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ผ่านเลนส์กล้อง ไปยังสถานที่แปลกใหม่เพื่อพิสูจน์ว่าฉันอยู่ได้ด้วยตัวเอง... แต่สุดท้าย ขาเจ้ากรรมก็พาฉันกลับมาที่จุดเริ่มต้น จุดที่เด็กผู้ชายคนนั้นเคยร้องไห้จนหมดแรง"
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ มือเรียวบางที่เคยยกขึ้นมาเพื่อชี้หน้าด่ากราดเขาในยามที่เขาพูดจาชวนโมโห ค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้ ปลายนิ้วแตะลงที่แขนเสื้อยีนส์ของเขาอย่างลังเล ก่อนจะตัดสินใจกำผ้าเนื้อหนานั้นไว้แน่น เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นที่เธอเองก็ไม่เคยคิดว่าจะหยิบยื่นให้ใคร
"นายไม่ได้ตัวคนเดียวสักหน่อย..." รินรดาเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นและมั่นคง "นายมี... เอิ่ม... มีฉันไง ถึงฉันจะปากจัดแล้วก็น่ารำคาญในสายตานายก็เถอะ แต่ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้นะ"
คีย์ชะงัก นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดว่าคนอย่าง 'รินรดา' ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อเรื่องความใจแข็งและปากเก่ง จะเอާމคำพูดปลอบโยนที่จริงใจที่สุดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดหมุน เสียงลมพายุภายนอกพร่าเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ผสานเป็นจังหวะเดียวกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง แววตาของคีย์เปลี่ยนไป มันร้อนแรงและลึกซึ้งขึ้น จนรินรด้ารู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม ทั้งที่รอบตัวอากาศหนาวเหน็บ
"ยัยตัวแสบ... เธอรู้ตัวไหมว่าเธอกำลังทำให้อะไรบางอย่างในตัวฉันมันพังทลายลงจริงๆ" คีย์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าสั่นพร่าเล็กน้อย ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลาดไหล่ของเธอ
"พังอะไรเล่า ฉันแค่..."
รินรดาพยายามจะเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความใจเต้นรำคาญใจนี้ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยจบประโยค คีย์ก็ขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับผนังไม้เย็นเฉียบ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมขึ้นมาประคองกรอบหน้าของเธอไว้ด้วยความทะนุถนอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนแผ่วเบา
ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เคมีร้อนแรงที่คุกกรุ่นอยู่ใต้พื้นผิวมาตลอดระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม รินรดาลืมหายใจ สมองขาวโพลนเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มของเธอไปนิดเดียว ความใกล้ชิดที่อันตรายและชวนให้หลอมละลาย
"ถ้างั้น... ช่วยรับผิดชอบความรู้สึกที่มันควบคุมไม่ได้นี่ที..." คีย์กระซิบชิดริมฝีปากของเธอ นัยน์ตาดำขลับฉายแววคลั่งรักอย่างเปิดเผยไร้ซึ่งข้อแก้ตัวใดๆ อีกต่อไป
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อทำลายกำแพงกั้นสุดท้าย
*แอ๊ด...*
เสียงประตูไม้บานเก่าแก่ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนักเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับสายลมกรรโชกแรงที่พัดพาความหนาวยะเยือกเข้าปกคลุม และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า...
เงาร่างของใครบางคนก้าวพ้นธรณีประตูออกมา พร้อมกับเสียงทักทายที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
"ไม่นึกเลยว่า... ลูกชายที่หนีออกจากบ้านไป จะพา 'เหยื่อ' คนใหม่กลับมาสังเวยที่นี่ด้วยตัวเองแบบนี้"
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นความมืดออกมาภายใต้แสงจันทร์สลัว เผยให้เห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากคีย์ราวกับพิมพ์เดียวกัน... ผู้ชายที่ควรจะตายไปจากความทรงจำของเขาเมื่อสิบกว่าปีก่อน!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ถักทอของทั้งคู่ แล้วมาลุ้นระทึกกับปมในอดีตที่กำลังจะถูกกระชากหน้ากากในตอนต่อไปด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 15
ความจริงใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!