"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนกินยาขมปี๋ใส่ฉัน ฉันจะผลักคุณลงไปตากฝนข้างนอกนั่นจริงๆ ด้วย"
เสียงของรินรดาดังแข่งกับเสียงพายุที่กระหน่ำซัดสังกะสีหลังคาบ้านพักหลังเล็กจนแทบจะถล่มลงมา เธอสะบัดผมที่เปียกชื้นไปด้านหลัง มือเรียวพยายามปัดป่ายหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามแขนเสื้อด้วยความหงุดหงิด
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาตวัดมองหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า "ปากเก่งจังนะรินรดา รถพังเพราะความดื้อของใครไม่ทราบ หลงทางเข้ามาในเขตห้ามเข้าแบบนี้ ไม่โดนหมีกินก็บุญหัวเท่าไหร่แล้ว"
"ก็คนขับมันห่วย!" เธอสวนทันควัน ไม่สนใจสายตาคมปลาบที่เขาส่งมา "ถ้าคุณไม่พยายามจะลัดเลาะไอ้ทางดินลูกรังบ้านั่น ป่านนี้เราคงถึงที่พักตั้งนานแล้ว ไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในกระท่อมผุๆ ที่แทบไม่มีแม้แต่ไฟจะใช้แบบนี้หรอก"
"ห่วยงั้นเหรอ?" คีย์ก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว บีบพื้นที่แคบๆ ให้แคบลงไปอีกจนรินรดาต้องถอยหลังชนกับโต๊ะไม้เก่าๆ "ถ้าฉันห่วย คุณก็เป็นยัยตัวแสบที่ตัดสินใจนั่งรถคันเดียวกับคนห่วยนั่นแหละ... หรือจะบอกว่าลึกๆ แล้วคุณก็แค่อยากใช้เวลาอยู่กับฉันสองต่อสอง?"
รินรดาชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะปรับให้เรียบเฉย เธอเชิดหน้าขึ้น สู้สายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวไฟของชายหนุ่ม "หลงตัวเองให้มันน้อยๆ หน่อยคุณคีย์ งานจ้างถ่ายภาพของนิตยสารต่างหากที่ทำให้ฉันต้องมาทรมานกับคุณที่นี่ อย่าสำคัญตัวผิดไปนักเลยค่ะ"
บรรยากาศในห้องเงียบลงกะทันหัน เหลือเพียงเสียงฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอายความชื้นจากป่าผสานกับกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของผู้ชายตรงหน้า ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจของรินรดาผิดเพี้ยนไปอย่างควบคุมไม่ได้ คีย์ไม่ได้ขยับหนี เขากลับโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว จนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดผิวแก้ม
"ปากร้ายแบบนี้..." คีย์พึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนไปจากความกวนประสาทเป็นความนุ่มลึกที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง "รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันอยากทำอะไรที่มันรุนแรงกว่าการเถียงกลับ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคอ ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน "จะทำอะไร... อย่ามาลามปามนะ"
"รินรดา" เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างแผ่วเบา รั้งให้เธอสบตาเขาตรงๆ "ยอมรับเถอะว่าท่ามกลางพายุแบบนี้ มันไม่มีอะไรที่น่าสนใจไปกว่าเราสองคนแล้ว"
เธอเกลียดท่าทางที่เหมือนจะรู้ทันเธอไปเสียทุกเรื่องของเขา แต่ในขณะเดียวกัน เธอกลับไม่สามารถบังคับตัวเองให้ถอยหนีได้ แรงดึงดูดระหว่างคนสองคนที่มักจะฟาดฟันกันด้วยวาจา กลับกำลังแปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าที่แล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อความเงียบเข้าครอบงำ
รินรดาเอื้อมมือขึ้นหมายจะผลักอกเขาออกไป แต่กลับกลายเป็นการกำเสื้อเชิ้ตที่เปียกชื้นของเขาเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "คุณมันบ้า... บ้าที่สุด"
"ยอมรับซะทีสิว่าคุณก็คิดเหมือนกัน" คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก เธอรับรู้ได้ถึงความสั่นไหวในน้ำเสียงของเขาที่ไม่ต่างจากเธอ เขาก็แค่ผู้ชายปากแข็งที่พยายามปกปิดความรู้สึกด้วยท่าทีหยิ่งผยอง
มือของคีย์เลื่อนขึ้นมาโอบรอบเอวบางรั้งให้เธอเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาส่งผ่านเสื้อผ้าที่ชุ่มชื้น สติสัมปชัญญะของรินรดาเริ่มพร่าเลือน ความโกรธเคืองเรื่องรถเสียและสถานการณ์เลวร้ายในตอนแรกถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านจนไม่อาจต้านทาน
ในจังหวะที่ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนลมหายใจผสานเป็นหนึ่งเดียว คีย์โน้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ รินรดาหลับตาลงรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของทั้งสองจะสัมผัสกัน...
*ปัง!*
เสียงประตูกระท่อมถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับสายฝนที่สาดเข้ามาข้างใน ร่างของชายชราในชุดกันฝนสีเหลืองซีดปรากฏขึ้นพร้อมกับแสงไฟจากตะเกียงที่ส่องวูบวาบไปมา
"โชคดีจังที่เห็นไฟในกระท่อมร้างหลังนี้!" เสียงแหบพร่าของชายชราตะโกนแข่งกับพายุ "พวกคุณเป็นใคร? ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้! คนที่นี่เขาไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า!"
คีย์ผละออกจากรินรดาทันที สัญชาตญาณระแวดระวังภัยพุ่งสูงขึ้น เขากระชากแขนรินรดาให้มาหลบอยู่ด้านหลังพร้อมกับคว้าประแจเหล็กที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ร่างตรงประตูที่ไม่ยอมขยับเข้ามาหรือถอยออกไป
"เราแค่รถเสียครับ" คีย์ตะโกนตอบ น้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจัง "แต่ถ้าคุณคิดจะทำอะไรไม่ดี ผมแนะนำให้คิดใหม่"
รินรดาใจเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความเขินอายเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะความรู้สึกไม่ชอบมาพากลที่แผ่ออกมาจากชายชราคนนั้น เขาไม่มีเงา... และสิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ รอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนเห็นฟันสีดำสนิทในความมืดสลัว
"รถเสียเหรอ?" ชายชราหัวเราะร่วน เสียงนั้นเย็นเยียบจนรินรดารู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง "ที่นี่ไม่มีทางออกหรอกนะ... พวกคุณไม่ได้เข้ามาในที่พัก แต่พวกคุณเดินเข้ามาใน 'รอยแยก' ต่างหาก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างคาดไม่ถึงนะคะ
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 14
ฝนตกกับรถเสีย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!