"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวใส่ฉันอีกสักวินาทีเดียว ฉันจะถีบคุณลงจากรถตรงกิโลเมตรที่ร้อยสี่นี่แหละค่ะคุณคีย์"
เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดระคนเฉียบขาดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศในห้องโดยสารรถยนต์อเนกประสงค์คันใหญ่ที่อึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่เบาะข้างคนขับ ใบหน้าหล่อเหลาของช่างภาพชื่อดังบึ้งตึงยิ่งกว่าท้องฟ้าหน้าฝน นิ้วเรียวยาวเคาะพนักพิงเบาะเป็นจังหวะกระแทกกระทั้น บ่งบอกว่าเขาไม่ได้เต็มใจกับการเดินทางครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย
"เชิญตามสบายเลยครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันหมายถึง เชิญตามสบายเลยค่ะท่านบรรณาธิการ" คีย์จงใจลากเสียงกวนประสาท พลางเหลือบตามองเธอด้วยหางตา รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นชวนให้คนมองอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาสักทีสองที "ถ้าฉันตกลงไปข้างทางจริงๆ คนที่จะเดือดร้อนไม่ใช่ฉันหรอกนะ... แต่เป็นโปรเจกต์มหากาพย์ที่คุณดั้นด้นแบกสังขารมาถ่ายทำกลางป่าเขาต่างหากล่ะ"
"ปากเก่งนักนะคะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ มือเรียวหักพวงมาลัยเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วที่ทำเอาคนนั่งข้างๆ ต้องชะביกตัวตามแรงเหวี่ยง "จำไว้ด้วยว่าเราไม่ได้มาฮันนีมูน เรามาทำงาน! เพราะฉะนั้น ช่วยกรุณาถอดโหมดเด็กมีปัญหาแล้วทำตัวให้สมกับเป็นมืออาชีพสักสามวันก็ยังดีค่ะ"
"มืออาชีพพอกับการวิ่งหนีเด็กฝึกงานเมื่อเช้าน่ะเหรอคะ?" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย้าแหย่แต่แฝงประกายความท้าทายในดวงตาคู่คมที่หันมามองตรงๆ "เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว... น่าเสียดายที่น้องเขาเข้ามาขัดจังหวะความ... เป็นมืออาชีพของเราเสียก่อน"
ใบหน้าที่เคยเรียบตึงของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนตอนที่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขามันใกล้จนลมหายใจรดกัน วับซ้อนเข้ามาในหัวราวกับถูกฉายซ้ำ รสชาติของความประหม่าและความตื่นเต้นที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถกำลังตีรวนขึ้นมาอีกครั้ง เธอเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาจดจ้องอยู่กับถนนเบื้องหน้าเพื่อซ่อนพิรุธ
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ตั้งใจมองทางข้างหน้าโน่นไปค่ะ!"
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยความขบขันอย่างเปิดเผย เขายอมหันหน้ากลับไปมองวิวทิวทัศน์นอกกระจก แต่บรรยากาศรอบตัวไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย มันกลับยิ่งคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าเงียบงันที่วิ่งพล่านอยู่ระหว่างคนทั้งคู่—ความใกล้ชิดที่จำต้องทน และความรู้สึกบางอย่างที่ต่างฝ่ายต่างพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาทและท่าทีเย่อหยิ่ง
รถตู้คันโตเคลื่อนตัวมาถึงรีสอร์ทกลางหุบเขาในช่วงบ่ายแก่ๆ สายฝนโปรยปรายลงมาบางเบาพอให้บรรยากาศดูเฉอะแฉะและน่าหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม ทันทีที่ก้าวลงจากรถ รินรดาต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจ้าหน้าที่ต้อนรับเดินเข้ามาแจ้งข่าวร้ายด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
"ขอโทษด้วยจริงๆ นะคะคุณรินรดา พอดีเกิดปัญหาระบบน้ำประปาของรีสอร์ทขัดข้องกะทันหันในโซนวิลล่าส่วนตัวค่ะ ตอนนี้ห้องพักสำหรับแขก VIP เหลือว่างแค่หลังเดียว... เป็นบ้านพักหลังใหญ่ที่มีเตียงนอนแค่เตียงเดียวค่ะ"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอยู่สามวินาทีเต็มก่อนจะปฏิเสธเสียงแข็งทันที "ไม่ได้ค่ะ! ช่วยหาห้องอื่นให้หน่อย ไม่ว่าจะเป็นห้องแม่บ้านหรือห้องเก็บของก็ได้ ฉันนอนแยกกับ... เอ่อ กับเขาค่ะ" เธอชี้ไปทางคีย์ที่ยืนกอดอกพิงรถด้วยสีหน้าลอยชาย
"ไม่มีจริงๆ ค่ะคุณรินรดา ช่วงนี้เป็นไฮซีซั่น นักท่องเที่ยวเต็มทุกห้อง ถ้าจะให้ย้ายไปรีสอร์ทอื่นก็ต้องขับรถออกไปอีกสองชั่วโมงนะคะ และทางนั้นก็เต็มหมดแล้วเหมือนกันค่ะ" เจ้าหน้าที่สาวอธิบายด้วยแววตาสำนึกผิด
รินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอหันขวับไปมองคีย์ที่เดินเข้ามาใกล้ สีหน้าของชายหนุ่มไม่ได้มีความกังวลใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่จุดประกายขึ้นในดวงตาทีเล่นทีจริง
"แหม โชคชะตานี่ช่างเป็นใจเสียจริงนะคะคุณบรรณาธิการ" คีย์ก้าวเข้ามาโน้มตัวกระซิบข้างใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "สงสัยคืนนี้เราคงต้องทบทวนเรื่อง 'ความเป็นมืออาชีพ' กันยาวๆ ซะแล้วล่ะมั้งคะ"
"หุบปากไปเลยนะคีย์!" รินรดาหันไปแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างลืมตัว แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและการปะทะคารมทำให้รินรดาเลือกที่จะยอมจำนนต่อสถานการณ์อย่างไม่เต็มใจนัก สองชั่วโมงต่อมา พวกเขาจัดการเคลียร์สัมภาระเข้าห้องพักหลังใหญ่ที่ถูกโอบล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ บรรยากาศภายในห้องตกแต่งด้วยไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกอึดอัดราวกับกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบความอดทนของเธอโดยเฉพาะ
เตียงนอนขนาดคิงไซส์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง มีเพียงหมอนสองใบและผ้าห่มผืนหนาวางพับไว้อย่างเป็นระเบียบ รินรดายืนกอดอกมองมันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหันไปตวัดสายตาใส่ร่างสูงที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มอย่างไร้ความเกรงใจ
"คุณนอนโซฟาค่ะคีย์ ห้ามข้ามเส้นเด็ดขาด" เธอชี้มือไปยังโซฟาตัวยาวที่ตั้งอยู่มุมห้อง น้ำเสียงเฉียบขาดราวกับกำลังออกคำสั่งลูกน้องในกองบรรณาธิการ
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวช้าๆ เข้ามาหารินรดา แรงกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทำให้เธอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"โซฟานั่นสั้นเกินไปสำหรับคนขายาวๆ แบบฉันหรอกค่ะคุณรินรดา" คีย์โน้มตัวลงมา ใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังไว้ กักขังเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความโกรธ (หรือความเขินอาย เธอก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน) "อีกอย่าง... เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้วนะคะ จะให้มานั่งแบ่งเขตแดนกันเหมือนเด็กประถม มันไม่ดูใจร้ายไปหน่อยเหรอ"
"ถอยไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะคุณคีย์! คุณชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้ว!" รินรดาเอามันทุบไหล่กว้างของเขาเบื้องหน้าอย่างแรง แต่ร่างสูงกลับไหวไหล่ราวกับไม่รู้สึกรู้สา แถมยังก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้ม
"ถ้าฉันบอกว่าไม่ถอยล่ะคะ... คุณจะทำไม?"
ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่กำลังเดือดดาลและร้อนรุ่มถึงขีดสุด จนรินรดากเตรียมจะอ้าปากด่ากราดด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบที่สุดในชีวิตบรรณาธิการ—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะขึ้น ตามด้วยเสียงตะโกนหน้าตาตื่นของทีมงานสาวคนเดิมที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ! กล้องหลักตัวโปรดของคุณคีย์ที่ตั้งไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์เกิดรอยร้าวที่เลนส์เพราะความชื้น... ตอนนี้ทีมงานทุกคนกำลังแตกตื่นกันใหญ่แล้วค่ะ!"
รินรดากับคีย์ชะงักกึก ดวงตาสองคู่ประสานกันในความตกใจ คีย์ผละตัวออกจากเธอทันที สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นความเคร่งขรึมจริงจังที่แผ่รังสีน่ากลัวออกมา
รินรดากัดฟันกรอด หันไปมองหน้าช่างภาพหนุ่มที่กำลังขบกรามแน่นด้วยความโมโห ก่อนที่เธอจะลากเสียงลอดไรฟันด้วยความเหลืออด
"ดูเหมือนทริปต่างจังหวัดครั้งนี้... จะไม่ได้มีแค่เราสองคนที่พังซะแล้วล่ะค่ะ!"
---
*ร่วมลุ้นและฟินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งคลั่งรักของทั้งคู่ได้ในตอนถัดไปนะคะ*
**(ขอบคุณคุณรีดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ไวโอเล็ตการ์เด้นเสมอนะคะ)**
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 13
ทริปต่างจังหวัดที่ไม่ราบรื่น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!