เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 12

ขอโทษด้วยวิธีที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
หน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่สว่างวาบขึ้นในความมืดของห้องทำงาน คล้ายระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ รินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพถ่ายบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาพนั้นไม่ใช่ภาพเบลอจากการกดชัตเตอร์พลาด หรือภาพมุมอับที่ฟ้องความไม่เอาไหน แต่มันคือหลักฐานชิ้นโบแดงที่บันทึก ‘ความผิดพลาด’ ครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตการทำงานของคีย์—และอาจหมายถึงอนาคตทั้งคู่นด้วย บรรยากาศรอบตัวอึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงานยิ่งตอกย้ำความตึงเครียด "คุณจะนิ่งเงียบแบบนี้ไม่ได้นะคีย์" รินรดาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าซ่อนร่องรอยของความร้อนรนไว้ลึกๆ "ในเมื่อหลักฐานมันคาตาอยู่แบบนี้ เราควรมานั่งคุยกันว่าจะแก้ปัญหายังไง ไม่ใช่มานั่งทำหน้าตายเป็นรูปปั้นหินแบบนี้ค่ะ" คีย์ที่ยืนพิงขอบหน้าต่างหันกลับมามองช้าๆ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาทที่เธอคุ้นตา รอยยิ้มที่มักจะทำให้เธอคันไม้คันมืออยากหยิกให้เนื้อเขียวหายไปไหนเสีย เหลือเพียงแววตาเรียบนิ่งที่อ่านไม่ออก แต่มันกลับคมกริบเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนถูกเชือดนิ่มๆ "แก้ปัญหาเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยจนน่าหมั่นไส้ "แล้วใครบอกคุณว่ามันคือปัญหาล่ะรินรดา มันก็แค่ภาพถ่ายภาพหนึ่ง... ที่บังเอิญมีคนตาไวอย่างคุณมาเจอแค่นั้นเอง" "บังเอิญงั้นเหรอ!" รินรดาแค่น1เสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างลืมตัว "ภาพถ่ายเซ็ตนี้กำลังจะถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารฉบับหน้า และถ้าคนอื่นเห็นรูปนี้เข้า สตูดิโอของคุณกับนิตยสารของฉันจะพากันพินาศแค่ไหน คุณใช้สมองส่วนไหนคิดถึงเอามาปะปนกันฮะ!" คีย์ไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย เขากลับยืนนิ่ง ปล่อยให้รินรดาเข้ามาอยู่ในรัศมียืนประชิด กลิ่นกายสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของเธอ ทำให้สติที่ควรจะมั่นคงเริ่มสั่นคลอน "ห่วงสตูดิโอผม... หรือว่าห่วงอนาคตตัวเองกันแน่ครับ บรรณาธิการคนเก่ง" เขาโน้มใบหน้าลงมาหาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของเธอ ราวกับต้องการค้นหาพิรุธบางอย่าง "หรือจริงๆ แล้ว... คุณแค่กลัวว่าตัวเองจะควบคุมสถานการณ์นี้ไม่ได้ต่างหาก" "ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!" รินรดาเถียงกลับทันควัน เสียงสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยด้วยความจำจี้ "เลิกกวนประสาทฉันสักทีได้ไหมคีย์ สถานการณ์มันคอขาดบาดตายอยู่แล้วนะ คุณทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตไปได้" "เด็กเหรอ?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาฟังดูระคายหูเป็นบ้า ชายหนุ่มขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ แต่แผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบ "ถ้าผมเป็นเด็ก... แล้วคนที่วิ่งวุ่นวายหัวเสียเพราะรูปถ่ายรูปเดียวเมื่อกี้ มันเรียกว่าอะไรล่ะครับ คุณหนูเจ้าระเบียบ" ความถือดีและทิฐิที่ถูกสะสมมานานนับสัปดาห์ระเบิดออกในวินาทีนั้น รินรดาปัดมือเขาที่ยันขอบหน้าต่างออกอย่างแรง แรงอารมณ์ทำให้ลมหายใจของเธอกระชั้นชิด หน้าอกกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์โกรธ "ถ้าคุณยังทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบนี้ ก็เชิญแก้ปัญหาคนเดียวไปเลยค่ะ! ฉันอุตส่าห์ใจดีพยายามหาทางลงให้สวยๆ ทั้งสองฝ่าย แต่ในเมื่อคุณมันคนไม่มีความรับผิดชอบ... ฉันก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอนาคตของคุณเหมือนกัน!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความโมโหทำให้แววตาระรื่นของคีย์ไหววับไปชั่วขณะ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับติดลบ รอยยิ้มเยาะหยันถูกยกขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด "อ๋อ ที่แท้ก็กลัวเสียหน้าสินะ กลัวว่าถ้าโปรเจกต์นี้พังแล้วโปรไฟล์คุณจะด่างพร้อยว่างั้นเถอะ" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือนไม่แพ้กัน ความดื้อรั้นและทิฐิของทั้งคู่ต่างไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กันเลยแม้แต่น้อย "ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีกับผมหรอกรินรดา เพราะคนอย่างคุณ... ไม่เคยแคร์ใครนอกจากตัวเองอยู่แล้ว!" เพล้ง! ประโยคนั้นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่ง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกของรินรดา ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความโกรธและน้อยใจที่ตีรวนขึ้นมาพร้อมกัน เธอชี้หน้าเขา มือสั่นเทาด้วยความโมโหสุดขีด "ใช่! ฉันมันเห็นแก่ตัว ฉันมันคนใจร้าย แล้วคุณล่ะ... ดีนักรึไง! ช่างภาพปากเสียที่เก่งแต่สร้างปัญหาให้คนอื่นตามเช็ดตามล้าง!" "ถ้ารู้สึกว่าผมมันสร้างปัญหามากนัก ทำไมไม่ไล่ผมออกไปซะล่ะ หรือว่า..." คีย์ก้าวเข้าไปประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา ทว่าทรงพลังและบีบคั้นหัวใจจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "คุณไม่กล้าพอที่จะตัดผมออกไปจากชีวิตกันแน่" ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินไปทำให้กลิ่นอายความเป็นผู้ชายของเขาโอบล้อมเธอไว้หมดสิ้น รินรดานิ่งงิ่งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความเคลิบเคลิ้ม... แต่เป็นเพราะความโกรธและแรงดึงดูดประหลาดที่คอยแต่จะดึงเธอกลืนกินเข้าไปในวังวนของเขา เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หมายจะเอวาจาเชือดเฉือนใส่ให้เจ็บแสบอีกสักครั้ง ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะได้ขยับเอื้อnเอ่ยถ้อยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังสนั่นขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาท "พี่ยัยริน! แย่แล้วค่ะ! รูปเซ็ตนั้น... ถูกอัปโหลดเข้าระบบส่วนกลางของสำนักพิมพ์ไปแล้วค่ะ!" เสียงร้องลั่นของเด็กฝึกงานหน้าตาตื่นที่ยืนหอบแฮกอยู่ตรงกรอบประตู ทำให้รินรดากับคีย์ผละออกจากกันราวกับโดนไฟดูด ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของคีย์ที่ก้มลงมองหน้าเธอกลับมีความหมายลึกล้ำบางอย่างซ่อนอยู่—มันไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่มันคือประกายความท้าทายที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างให้เป็นจุล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระอุของตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%