"ถ้าคุณยังเอามือท้าวคางทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกที ฉันจะเอาแฟลชไดร์ฟนี่ตีหัวคุณจริงๆ ด้วยนะคะ คีย์"
เสียงใสที่ติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นทันทีที่รินรดาก้าวพ้นขอบประตูห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดใหม่ลอยอวลเตะจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวเธอกลับไม่ได้ผ่อนคลายตามกลิ่นคาเฟอีนเลยแม้แต่น้อย เปลือกตาคู่สวยหรี่ลงมองผู้ชายตัวโตที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงเกาะกลางเคาน์เตอร์ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทในยามปกติ กำลังส่งสายตาพราวระยับมาที่เธออย่างจงใจ
คีย์ไม่เพียงแต่ไม่ยอมลดมือที่เท้าคางลง เขากลับยกยิ้มมุมปากให้กว้างขึ้นไปอีก ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเธอตั้งแต่เส้นผมยาวสลวยที่มัดรวบไว้ลวกๆ ไปจนถึงเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈ตัวโคร่งที่เธอยืมเขาใส่ ซึ่งความยาวของมันตกลงมาคลุมต้นขาขาวเนียนพอดิบพอดี
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ บรรณาธิการคนเก่ง... ตื่นมาก็ปากจัดเป็นชุดเลยนะคะ สงสัยเมื่อคืนจะใช้พลังงานไปเยอะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่จงใจลากเสียงยาวในคำว่า 'ใช้พลังงาน' จนรินรดารู้สึกเหมือนมีไอร้อนพุ่งขึ้นมากองอยู่ที่พวงแก้มทันที
"คีย์!" บรรณาธิการสาวแหวลั่น ดวงตาคู่โตวาวโรจน์ด้วยความขัดเขิน เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน—เหตุการณ์ที่เธอเมามายจนเกือบจะเผลอใจปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งไปในอ้อมกอดของช่างภาพปากร้ายคนนี้ ดีที่สติสัมปชัญญะอันน้อยนิดยังช่วยดึงเธอกลับมาได้ทัน ไม่อย่างนั้นเช้าวันนี้เธอคงไม่มีหน้ามา đứng เถียงเขาอยู่ตรงนี้แน่ๆ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งและเยือกเย็นที่สุด สมองอันปราดเปรียวประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาคืนผู้ชายตรงหน้าให้สาสมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น
"ทำไมคะ? หน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง ถึงได้จ้องขนาดนั้น หรือว่า... เพิ่งรู้ว่าตัวเองตาต่ำที่เผลอมาจีบคนสวยๆ อย่างฉันเข้า" เธอยกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดี ริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยความมั่นใจเกินร้อย
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างน่าฟัง เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาก้าวต่อก้าว จนกระทั่งร่างสูงใหญ่บังแสงแดดที่สาดส่องผ่านหน้าต่างจนมิด รินรดาผถอยหลังอัตโนมัติจนสะโพกมนไปชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว แต่ทว่าวงแขนแกร่งทั้งสองข้างกลับทาบทับลงบนขอบเคาน์เตอร์ กักขังเธอไว้ในอ้อมกอดกลายๆ โดยที่ร่างกายไม่ได้แนบชิดเกินงาม แต่กลับสร้างแรงกดดันทางอารมณ์จนหัวใจเธอดวงน้อยเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
"ตาต่ำเหรอคะ..." คีย์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟเป่ารดอยู่บริเวณพวงแก้ม "ถ้าผมตาต่ำจริง... ป่านนี้ผมคงปล่อยให้คุณกลับห้องตัวเองไปตั้งแต่ตีสองแล้วล่ะค่ะ ไม่มายืนทำกาแฟรอให้คนปากเก่งแถวนี้มาบ่นแต่เช้าหรอก"
รินรดาชะงักไปนิด ดวงตากลมโตไหววับชั่วขณะเมื่อได้ยินประโยคที่แฝงความใส่ใจไว้อย่างแนบเนียน แม้ปากเขาจะกวนประสาท แต่การกระทำทุกอย่างตั้งแต่ตื่นนอนกลับบอกเล่าเรื่องราวตรงกันข้าม... เขามักจะดูแลเธอในยามที่เธออ่อนแอที่สุดเสมอ โดยที่ไม่เคยเอ่ยปากทวงบุญคุณหรือคาดคั้นคำหวานใดๆ
แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะยอมจำนนให้เขาลูบคมฝ่ายเดียว?
"อ๋อเหรอคะ นึกว่ากลัวฉันตื่นมาแล้วอาละวาดพังห้องสตูดิโอรกๆ ของคุณซะอีก" เธอยิ้มหวานหยด ยื่นมือเรียวไปแตะแผงอกกว้างเบาๆ แล้วออกแรงผลักออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว "ถอยไปได้แล้วค่ะ ฉันจะไปชงกาแฟบ้าง ขืนยืนใกล้คุณนานกว่านี้ สมองฉันคงติดเชื้อความกวนประสาทจนไอคิวลดลงสิบระดับพอดี"
คีย์ยอมผถอยหลังออกไปตามแรงผลักแต่โดยดี ดวงตาคมยังคงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่กำลังเชิดขึ้นอย่างถือดี เขายกถ้วยกาแฟของตัวเองขึ้นจิบเบาๆ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มพึงพอใจ
"เชิญตามสบายเลยค่ะ บก.ริน... แต่อย่าลืมนะว่ากาแฟถ้วยนั้น ฉันเป็นคนต้มน้ำให้ ถ้าไม่อร่อยระวังจะไม่มีสิทธิ์บ่นงานฉันทั้งอาทิตย์นี้นะคะ"
"คุณนี่มัน...!" รินรดาแยกเขี้ยวใส่เขาอย่างหมั่นไส้ แต่ก็ยอมเดินเลี่ยงไปชงกาแฟของตัวเองโดยไม่ต่อความยาวสาวความยืดอีก บรรยากาศยามเช้าในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกประหลาด มันไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความคุ้นชินที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบทีละน้อย เหมือนพื้นที่ปลอดภัยที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เสียงช้อนกระทบแก้วกาแฟดังขึ้นเบาๆ เคล้ากับเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ จากลำโพงบลูทูธ รินรดายืนจิบกาแฟร้อนๆ พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง ทอดสายตาไปยังตึกรามบ้านช่องที่เริ่มมีผู้คนพลุกพล่าน ความคิดในหัวเริ่มกลับเข้าสู่โหมดการทำงานและโปรเจกต์นิตยสารเล่มใหม่ที่กำลังจะมาถึง แต่ลึกๆ ในใจ กลับมีความอบอุ่นแปลกปลอมเข้ามาแทนที่ความโดดเดี่ยวที่เธอคุ้นชินมาตลอดหลายปี
หมอนี่... กลายมาเป็นเซฟโซนของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?
ความคิดนั้นทำให้รินรดาต้องสั่นหัวเบาๆ เพื่อไล่ความฟุ้งซ่านออกไป เธอกำลังจะหันกลับไปเอ่ยปากแซะช่างภาพหนุ่มเรื่องงานถ่ายภาพเซ็ตถัดไป แต่ทว่า...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องสตูดิโอดังขึ้นแทรกบรรยากาศยามเช้าอย่างไร้การนัดหมาย รินรดากับคีย์หันไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะปกติในเวลานี้จะไม่มีใครกล้ามาเยือนถึงถิ่นเขาก่อนเวลาทำงาน เว้นเสียแต่ว่า...
รินรดาก้าวเดินตามหลังช่างภาพหนุ่มที่เดินไปเปิดประตูด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ มือบางกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาไว้โดยไม่รู้ตัวเมื่อบานประตูถูกผลักเปิดออกกว้าง
ทว่า... ภาพบุคคลที่ยืนยันตัวตนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วงไปทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด
ชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ ใบหน้าเคร่งขรึมและคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังยืนจ้องมองเธอผ่านกรอบแว่นสายตา... เขาคือบิดาผู้จัดระเบียบชีวิตเธอมาตลอดชีวิต และที่แย่ไปกว่านั้นคือ สายตาคู่นั้นกำลังกวาดมองสภาพของเธอในชุดเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวโคร่ง ยืนเคียงคู่กับคีย์ในห้องพักส่วนตัวยามเช้าตรู่!
"รินรดา... ลูกมาทำอะไรที่นี่?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรและเคมีอันเร่าร้อนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - ไวโอเล็ตการ์เด้น
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 16
เกือบจะดีแล้วเชียว
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!