"รินรดา... ลูกมาทำอะไรที่นี่?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของท่านประธานใหญ่แห่งสำนักพิมพ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับป่าช้า ลบภาพบรรยากาศการทำงานอันเร่งรีบของกองบรรณาธิการไปเสียสนิท รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อหันไปพบว่าบิดาของตนเองกำลังยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยสายตาจับผิด ดวงตาคู่คมที่ถอดแบบกันมาฉายแววไม่พอใจอย่างเด่นชัด ขณะที่ข้างกายของเขามีกองบรรณาธิการรุ่นพี่จอมเผือกกำลังทำหน้าเลิกลั่กทำตัวไม่ถูก
ซวยแล้ว... นี่คือความคิดเดียวที่วิ่งวนอยู่ในหัวสมองอันรวดเร็วของหญิงสาว
ในขณะที่เธอกำลังอ้าปากพะงาบๆ หาข้ออแก้ตัวไม่เจอว่าเหตุใดเธอถึงมายืนคลอเคลียอยู่ใกล้ชิดกับช่างภาพหนุ่มมาดกวนอย่างคีย์ในมุมอับสายตาหลังเสาต้นใหญ่ มือหนาของใครบางคนก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่เด็ดขาดพอที่จะดึงให้เธอกลับไปหลบอยู่ด้านหลังแผ่นอกกว้างของเขาได้อย่างแนบเนียน
"ท่านประธานครับ พอดีผมกำลังปรึกษางานกับบก.รินเรื่องคอนเซปต์เล่มใหม่อยู่ครับ พอดีแสงตรงมุมนี้มันสวยดี เลยกะว่าจะลองเทสต์ช็อตสักหน่อย... จริงไหมครับบก.ริน?"
คีย์ตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น รอยยิ้มมุมปากที่มักจะกวนประสาทถูกปรับให้กลายเป็นรอยยิ้มแบบมืออาชีพได้อย่างแนบเนียน จนรินรดาแทบจะยกมือขึ้นกุมขมับให้กับความหน้ามึนระดับสิบของเขาคนนี้
บิดาของรินรดากวาดสายตามองคนทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า ประเมินความสัมพันธ์ที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนร่วมงาน' อย่างพินิจพิเคราะห์ รังสีความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนพนักงานคนอื่นๆ แกล้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานกันอย่างขะมักเขม้น ไม่มีใครกล้าหายใจแรงด้วยซ้ำในนาทีนี้
"ทำงานเหรอคีย์? ถึงขนาดต้องยืนชิดกันจนแทบจะสิงร่างกันแบบนี้... ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่กองบรรณาธิการเราต้องมาประชุมงานกันในมุมมืดแบบนี้ล่ะ" น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยถามพลMปรายตามองมือหนาที่ยังคงถือวิสาสะกุมข้อมือลูกสาวเขาอยู่
รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เธอกำลังจะสะบัดมือออกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่คีย์กลับกระชับมือแน่นขึ้นไปอีกนิด เป็นการส่งสัญญาณเตือนเป็นนัยว่า 'อย่าเพิ่งขยับ' จังหวะหัวใจของเธอดังโครมคราม ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวพ่อหรือเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของคนข้างๆ กันแน่
"ก็เพราะงานมันเครียดน่ะครับ ท่านประธานก็รู้ว่าบก.รินเขารisงจัดแค่ไหน ถ้าไม่หาที่ผ่อนคลายสมองบ้าง เดี๋ยวหนังสือเราได้ออกเล่มช้าพอดี... จริงไหมครับคุณริน?" คีย์ยังคงลอยหน้าลอยตาตอบ พร้อมกับเอียงคอมองเธอด้วยแววตาพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้มิดชิด
"ค่ะ! ใช่ค่ะ! ดิฉันกำลัง... เอ่อ ปรึกษาเรื่องมุมกล้องกับคุณคีย์อยู่พอดีค่ะ ท่านประธานมีอะไรหรือเปล่าคะถึงได้ลงมาตรวจกองด้วยตัวเอง" รินรดารวบรวมสติทั้งหมดที่มีแล้วเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผมแล้วก็ตาม
บิดาเธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนผิวหนังถูกกรีดด้วยมีด ก่อนที่ท่านจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วสะบัดหน้าหนี
"ถ้าเคลียร์งานเสร็จแล้วก็รีบกลับขึ้นไปจัดการต้นฉบับซะ รินรดา ช่วงนี้ข่าวลือเรื่องเธอกับคนนอกมันหนาหูเกินไปแล้ว ทำตัวให้มันสมกับตำแหน่งบรรณาธิการหน่อย อย่าให้ใครเขาเอาไปนินทาได้ว่าใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ"
พูดจบ ท่านก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาหายใจได้สะดวกขึ้นอีกครั้ง
รินรดาฟุบหน้าลงกับฝ่ามือด้วยความเหนื่อยอ่อน ทันทีที่แผ่นหลังของบิดาลับสายตาไป เธอก็หันขวับมาถลึงตาใส่ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดทันที
"นายบ้าหรือเปล่าคีย์! เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าพ่อฉันรู้ว่าเรา... ว่าเราแอบคบกัน นายได้โดนสั่งปลดแล้วส่งไปถ่ายรูปหมาแมวที่ไหนก็ไม่รู้แน่!" เธอแหวใส่เสียงเบาแต่เฉียบขาด ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอาย
คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าบึ้งตึงของเธอด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกก้าวอย่างถือวิสาสะ จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับเสาต้นเดิม ปิดตายทางหนีทีไล่ทั้งหมด
"กลัวพ่อรู้... หรือกลัวคนอื่นรู้ว่าเราคบกันจริงๆ ล่ะครับ หืม?" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้รขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ถอยไปเลยนะคีย์! คนกำลังเครียดอยู่ นายยังจะมีอารมณ์มาเล่นอีกเหรอ ไม่ได้ยินที่พ่อฉันพูดเมื่อกี้หรือไง ว่าช่วงนี้มีข่าวลือหนาหูเรื่องเรา... นายไปทำอะไรมา ถึงได้มีคนเอาไปพูดลับหลังแบบนั้นห่ะ!" รินรดาเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่องอย่างไม่เกรงกลัว
"อ๋อ... เรื่องนั้นเหรอ" คีย์ยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกรู้สา "ก็แค่มีคนตาดีเห็นผมเดินออกจากห้องทำงานคุณตอนตีสองเมื่อสัปดาห์ก่อน แถมยังเห็นผมถือเสื้อสูทให้คุณอีก... จะไม่ให้เขาเม้าท์กันสนุกปากได้ยังไงล่ะ จริงไหม?"
"ไอ้...!" รินรดากัดฟันกรวด ฝ่ามือเรียวเตรียมจะฟาดลงบนแขนแกร่งสักทีสองทีฐานหมั่นไส้ แต่คีย์กลับไวกว่าคว้าข้อมือเธอทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนเกินความจำเป็น ลมหายใจอุ่นร้อนผสานกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาเริ่มกระเจิดกระเจิง หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"ปล่อยนะคีย์..." น้ำเสียงที่เคยดุด่าเริ่มอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนเป็นมองลึกซึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน
"ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะยอมรับความจริงบางอย่างกับผมก่อน" คีย์ก้มหน้าลงมาจนหน้าผากแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบแผ่วเบaแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบสงบของมุมตึก
"ยอมรับ... อะไรของนาย?"
"ยอมรับว่า... ที่เธอหงุดหงิดโมโหผมนักหนาเนี่ย ไม่ใช่เพราะกลัวพ่อด่าหรอก..." คีย์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาคนฟังหายใจสะดุด "...แต่เป็นเพราะเธอกำลังเขิน ที่คนอื่นเขารู้ว่าเรามีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนร่วมงานต่างหากล่ะ"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ ปากอ้าพะงาบๆ จะปฏิเสธแต่คำพูดกลับติดอยู่ที่ลำคอ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง
ยังไม่ทันที่เธอจะได้สรรหาคำพูดไหนมาแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยของทีมงานกลุ่มใหญ่ก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากมุมทางเดินฝั่งตรงข้าม
"นี่แก... ได้ข่าวว่าบก.รินกับช่างภาพมือหนึ่งคนนั้น..." เสียงกระซิบกระซาบของพนักงานสาวสองคนดังเล็ดลอดเข้ามาใกล้ทุกที
คีย์ไวกว่าแสง ชายหนุ่มรวบเอวบางของรินรดาเข้ามาแนบชิดติดแผ่นอก แล้วใช้จังหวะที่ทุกคนกำลังเดินเลี้ยวโค้งมา ดึงเธอเข้าไปหลบหลังประตูห้องเก็บอุปกรณ์ที่ไม่ได้ล็อคอย่างแนบเนียน พร้อมกับใช้มือหนาปิดปากเธอไว้ไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกไปแม้แต่แอะเดียว!
ความมืดสนิทภายในห้องเก็บของขนาดเล็กทำให้สัมผัสจากกายอุ่นร้อนของคนตัวโตเด่นชัดขึ้นเป็นทวีคูณ รินรดาแนบแผ่นหลังติดกับชั้นวางของโดยมีร่างหนาของคีย์ทาบทับกักขังเธอไว้ในอ้อมแขน ลมหายใจของทั้งคู่รดรินอยู่ชิดใกล้จนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน
เสียงฝีเท้าและบทสนทนาดังอยู่ภายนอกประตูที่แง้มไว้เพียงนิดเดียว... ใกล้เสียจนเธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
ในความมืดสลัวนั้น รินรดารู้สึกได้ถึงปลายนิ้วอุ่นที่ค่อยๆ เลื่อนจากการปิดปากลงมาสัมผัสเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธออย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมในความมืดมองตรงมาที่เธอด้วยประกายตาวาววับที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
และก่อนที่เธอจะทันได้ส่งเสียงประท้วงใดๆ ออกมา ริมฝีปากอุ่นจัดก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากเธออย่างรวดเร็วและหนักแน่น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 17
ข่าวลือที่ออฟฟิศ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!