"คุณบ้าไปแล้วหรือไง!"
เสียงหอบหายใจหนักหน่วงปะปนกับความขุ่นเคืองดังขึ้นทันทีที่รินรดาเป็นฝ่ายผละถอยออกมาก่อน ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าวจากสัมผัสอุกอาจเมื่อครู่ รสชาติจางๆ ของความหวานปนความดุดันยังติดอยู่ปลายลิ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอควรจะมาใส่ใจในวินาทีนี้
คีย์ยืนนิ่ง ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทบัดนี้กลับตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาสีนิลคมกริบมองสบตาเธอนิ่งงัน ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ หลุดออกมาจากปากของช่างภาพหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าปากแข็งเป็นที่หนึ่ง
"ฉันแค่..." คีย์พยายามจะเอ่ย แต่ก็กลืนคำพูดกลับลงคอไปเมื่อเห็นสายตาวาวโรจน์ที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อของหญิงสาวตรงหน้า เขาถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหงุดหงิดตัวเอง "ให้ตายสิ รินรดา คุณนี่มัน..."
"หยุดพูดเลยนะ!" เธอชี้หน้าคาดโทษ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกปนขัด
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านั้น โลกทั้งใบของเธอเกือบหยุดหมุนเมื่อจู่ๆ เขาก็พุ่งเข้ามาปิดปากเธอด้วยวิธีที่ไร้ยางอายที่สุด เพียงเพราะเธอเผลอพูดจาขัดหูเขาในห้องประชุมสตูดิโอ
บรรยากาศรอบตัวยังคงคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดอันตราย ทว่าก่อนที่สงครามประสาทระหว่างบรรณาธิการสาวเจ้าระเบียบกับช่างภาพหนุ่มมาดกวนจะได้ลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อกๆๆ!
"คุณรินคะ อยู่ข้างในหรือเปล่าเอ่ย?" เสียงหวานเจี๊ยบของ "น้ำหวาน" กองบรรณาธิการสาวรุ่นน้องดังแทรกเข้ามา พร้อมกับบานประตูที่เปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
รินรดาผถลอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ จัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางด้วยความรวดเร็วราวกระแสไฟฟ้า ส่วนคีย์ก็ปรับสีหน้ากลับมาเป็นเรียบเฉยอย่างไร้รอยต่อ ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้มีเหตุการณ์หัวใจวายเกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสองคน
น้ำหวานกวาดสายตามองคนทั้งคู่สลับกันไปมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เจ้าหล่อนหรี่ตามองท่าทีเก้ๆ กังๆ ที่พยายามกลบเกลื่อนของรุ่นพี่สาว ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ
"อุ๊ย... ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย หน้าแดงกันทั้งคู่เลย" น้ำหวานแซวทันทีโดยไม่รอให้ใครตั้งตัว
"เหลวไหลน่า น้ำหวาน" รินรดาเสียงเข้มขึ้นทันควัน พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น "มีธุระอะไร ถึงได้บุกเข้ามาห้องฉันแบบนี้"
"แหม ก็เรื่องงานนิทรรศการภาพถ่ายเดือนหน้าไงคะพี่ริน" น้ำหวานเดินนวยนาดเข้ามาใกล้ วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงาน แต่สายตายังคงแอบชำเลืองมองคีย์ที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่มุมห้องด้วยสายตาแพรวพราว "แล้วก็... มีเรื่องส่วนตัวด้วยนิดหน่อยค่ะ"
"เรื่องส่วนตัวอะไรของเธอ?" คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงติดจะรำคาญเล็กน้อยตามสไตล์
น้ำหวานหันไปส่งยิ้มหวานหยดให้ช่างภาพหนุ่ม "ก็เรื่องของพี่คีย์กับพี่รินนั่นแหละค่ะ ทุกคนข้างนอกเขาลุ้นกันจนตัวโก่งแล้วนะรู้ไหมคะว่าเป็นแฟนกันหรือยัง พี่คีย์ทั้งเท่ ทั้งสายเปย์ ส่วนพี่รินก็สวยแซ่บโปรไฟล์เลิศ เหมาะกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกเสียอีก"
สิ้นคำพูดของรุ่นน้อง รินรดาก็สำลักน้ำลายตัวเองทันที เธอไอโขลกๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอีกรอบด้วยความหงุดหงิด "น้ำหวาน! เลิกพูดจาไร้สาระแล้วกลับไปทำงานของเธอได้แล้ว ฉันกับนายคีย์เนี่ยนะจะเป็นแฟนกัน ฝันไปเถอะ!"
"พูดแบบนี้ได้ยังไงคะพี่ริน คนเขาดูออกว่าเคมีมันได้!" น้ำหวานยังคงไม่ลดละความพยายาม ทำหน้าที่พ่อสื่อแม่สื่อจำเป็นได้อย่างออกรสออกชาติ "เนี่ย ฉันกับทีมงานอุตส่าห์คุยกันแล้วนะคะว่า จะช่วยเป็นสะพานบุญให้พี่สองคนเปิดใจคบกันจริงๆ จังๆ เสียที ไม่ต้องมาฟอร์มจัดใส่กันอยู่อือกหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่าๆ"
คีย์ที่ยืนฟังเงียบๆ มานานนิ่งไปนิด ดวงตาสีนิลชำเลืองมองรินรดาที่กำลังยืนกอดอกหน้าบึ้งตึง ก่อนที่มุมปากหยักจะได้รูปจะกระตุกยิ้มขึ้นมาด้วยความรู้สึกสนุกสนานที่ได้แกล้งเธอกลายๆ
"อืม... ฟังดูน่าสนใจดีเหมือนกันนะ" คีย์แกล้งเปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงแววตาวับวับ "ถ้ามีคนช่วยเป็นสะพานให้ บางทีฉันอาจจะลองพิจารณาดู..."
"หยุดเพ้อเจ้อเลยนะ, คีย์!" รินรดาหันขวับไปตวัดสายตาพิฆาตใส่ชายหนุ่มทันที น้ำเสียงของเธอเฉียบคมและเต็มไปด้วยความปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง "ฉันไม่มีทางเอาผู้ชายกวนประสาทอย่างนายมาทำ9แฟนเด็ดขาด ต่อให้ผู้ชายทั้งโลกสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว ฉันก็ขอขึ้นคานทองดีกว่ามานั่งปวดหัวกับนาย!"
"โอโห แรงมากค่ะพี่ริน" น้ำหวานอุทานเบาๆ ทำท่าทางตกอกตกใจแต่แววตายังคงพราวระยับ "แต่โบราณเขาว่าเกลียดอะไรมักจะได้แบบนั้นนะคะพี่ ระวังเถอะค่ะ จะกลืนน้ำลายตัวเองไม่ทัน"
"ฉันไม่มีวันกลืนน้ำลายตัวเองแน่ๆ น้ำหวาน" รินรดายืนกรานเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยจ้องมองคีย์อย่างท้าทาย "แล้วก็นะ ฝากไปบอกทุกคนข้างนอกด้วยว่า เลิกเอาฉันไปจิ้นกับช่างภาพปากเสียคนนี้ซะที เราสองคนเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน... ไม่สิ เป็นแค่ศัตรูทางธุรกิจกันต่างหาก!"
คีย์หรี่ตามองหญิงสาวที่ยืนประกาศกร้าวด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ เขายืดตัวตรงแล้วก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว ความกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาใกล้ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ
"แน่ใจเหรอครับ ว่าเป็นแค่ศัตรู..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหางตา แผ่วเบาราวกับจงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "แล้วสัมภาษณ์เมื่อกี้ล่ะ... ศัตรูเขาจูบกันด้วยเหรอ?"
รินรดารู้สึกเหมือนเลือดทั้งหมดในร่างกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธออ้าปากจะเถียงแต่ก็ต้องชะงักเมื่อน้ำหวานส่งเสียงกระแอมกระไอขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"อะแฮ่ม! ฉันว่า... ฉันออกไปเคลียร์งานข้างนอกก่อนดีกว่านะคะ รู้สึกว่าอากาศในห้องนี้มันชักจะร้อนๆ ยังไงก็ไม่รู้" น้ำหวานอมยิ้มกรุ่มกริ่ม รีบหันหลังเดินถอยกรูดออกไปจากห้องอย่างรู้จังหวะ พร้อมกับดึงประตูห้องปิดลงเบาๆ เพื่อให้พื้นที่ความเป็นส่วนตัวกลับคืนสู่คนทั้งสอง
ปัง!
เสียงประตูห้องปิดสนิทลง ทิ้งให้รินรดาต้องเผชิญหน้ากับความเงียบและสายตาเจ้าเล่ห์ของคีย์ที่ยืนขวางทางหนีของเธอไว้อย่างมิดชิด
"นายถอยไปเลยนะคีย์!" เธอพยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับกำแพงหิน
"ทำไมล่ะครับ?" คีย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาสีนิลพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่แดงก่ำด้วยความโกรธปนเขิน "ในเมื่อลูกน้องคุณเขาอุตส่าห์หวังดีอยากเป็นพ่อสื่อให้เรา... เราลองเปิดใจพิสูจน์สักตั้งดีไหมล่ะ เผื่อผมอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิด"
"ฝันไปเถอะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "ฉันบอกแล้วไงว่าต่อให้เอาช้างมาฉุดก็..."
ครืดดด!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาดังขึ้นขัดจังหวะวิกฤตการณ์เฉพาะหน้าพอดี เป็นจังหวะเดียวกับที่หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้าปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด
คีย์เหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนที่คิ้วเข้มจะขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นชื่อของคนที่โทรเข้ามาในยามวิกาลนี้
รินรดาเองก็ชะงักไปเมื่อเห็นชื่อบนหน้าจอ รอยยิ้มหยันที่เตรียมจะใช้ตอกกลับชายหนุ่มเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาสับสนระคนตกใจ
เพราะสายที่โทรเข้ามา... คืออดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน!
"รับสิครับ..." คีย์ผละตัวถอยออกห่าง น้ำเสียงที่เคยติดตลกเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบเย็นชาขึ้นมาทันตาเห็น ดวงตาสีนิลคมกริบมองหน้าเธอนิ่ง "ดูซิว่า... คนที่ทิ้งคุณไปตอนนั้น โทรกลับมาทำไมในตอนนี้"
ไวโอเล็ตการ์เด้น
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 18
ตัวช่วยที่น่ารำคาญ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!