"ถ้าคุณยังยิ้มเรี่ยราดใส่ไอ้หมอนั่นอีกรอบ ฉันจะถือวิสาสะยึดกล้องคุณมาลบไฟล์ทิ้งให้หมดจริงๆ ด้วย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันพร้อมแรงกระชากเบาๆ ที่ข้อแขน ทำให้รินรดาต้องละสายตาจากจอสมาร์ทโฟน หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างนึกขัน ปนความประหลาดใจระคนหมั่นไส้ระลอกใหญ่ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสปรายมองชายหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างกาย ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ กำลังขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นเป็นสันนูน แววตาที่ปกติมักฉายแววกวนประสาทและเย่อหยิ่ง ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยประกายความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด
"คุณคีย์คะ สติค่ะ... นั่นมันรุ่นพี่ที่กองบรรณาธิการนะคะ ไม่ใช่โจรปล้นสะดม แล้วอีกอย่าง ฉันจะยิ้มให้ใคร มันก็สิทธิ์ของฉันไหมคะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะยอมก้มหัวให้ใคร ไดอะล็อกคมคายพ่นออกไปอย่างไม่สะทกสะท้านกับรังสีความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย
"สิทธิ์ของคุณเหรอ?" คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือของร้านกาแฟสไตล์มินิมอลแห่งนี้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอุ่นๆ ของกาแฟคั่วบดลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนน่าประหลาด "ตอนที่มันยื่นนามบัตรให้คุณ แล้วคุณดันรับไว้ด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อยจนตาหยี... คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนขับรถมาส่งคุณที่นี่ แถมยังต้องมานั่งรอคุณคุยงานจนรากงอกอยู่เนี่ย"
"ก็คุณไม่ได้ถูกบังคับให้มานี่คะ ฉันบอกแล้วว่ามากับรุ่นพี่..."
"รินรดา!" คีย์สวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนหญิงสาวชะงักไปนิด เขายื่นมือหนามาเท้ากับชั้นวางหนังสือ กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างกลายๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วใส รินรดาใจกระตุกวูบ จังหวะการเต้นของหัวใจรัวเร็วจนน่ากลัว นี่มันไม่ใช่แค่อารมณ์หงุดหงิดของเพื่อนร่วมงานหรือคู่กัดทั่วไปแล้ว... มันคืออาการของคนหึงจนแทบคลั่งต่างหาก
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งและทันคนแค่ไหน แต่เวลาที่คีย์เข้าโหมดจริงจังและรุกหนักแบบนี้ เธอกื้อมักจะหาคำมาเถียงไม่ค่อยทันทุกที ดวงตาคู่คมของเขาสื่อความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งจนเธอไม่กล้าสบตานานเกินสามวินาที
"หึงเหรอคะ?" รินรดาตัดสินใจสวนกลับด้วยประโยคคำถามที่เฉียบคม เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คู่นั้น มุมปากยกยิ้มเย้าแหย่ "พูดออกมาตรงๆ สิคะว่าหึง ฉันจะได้เลิกคุยกับคนอื่น... ถ้าคุณกล้าพอนะ"
คีย์ชะงักไปนิด ดวงตาคมไหววับชั่วพริบตา ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากลำโพงของร้าน ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังต่อสู้กับบางอย่างในใจ ความซึนเดระและความปากแข็งที่ติดตัวมานานนับปีทำให้เขาไม่อาจเอ่ยคำว่า 'หึง' ออกมาตรงๆ ได้ง่ายดายนัก แต่ทว่า... อาการกระฟัดกระเฟียด การตึงใส่ และการตามติดเธอแจตลอดสองวันที่ผ่านมา มันฟ้องชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"ใครหึง... คุณหลงตัวเองเกินไปแล้วรินรดา" คีย์เบือนหน้าหนีไปทางอื่น น้ำเสียงแข็งกระด้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ "ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณไปกับผู้ชายคนอื่นแล้วทำงานพลาด ฉันต้องมานั่งแก้ปัญหาให้อีกรอบต่างหาก ขี้เกียจรับผิดชอบ"
รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความปากแข็งระดับสתับเพชรของคนตรงหน้า เธอดันอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อให้มีระยะห่าง ก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสบายๆ "ปากแข็งเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะคุณคีย์ เอาล่ะค่ะ ในเมื่อคุยงานเสร็จแล้ว และคุณก็ 'ไม่ได้หึง' อย่างที่ปากว่า งั้นฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ หวังว่าจะไม่เดินตามไปเฝ้าถึงหน้าประตูห้องน้ำหรอกนะ"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเดินเลี่ยงออกไปทันที ปล่อยให้ช่างภาพหนุ่มยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ลำพัง คีย์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายลับไปทางโซนห้องน้ำของร้าน เขาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ อย่างหงุดหงิดตัวเอง ชายหนุ่มสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อรู้ตัวว่าเขาแพ้ทางผู้หญิงปากเก่งคนนี้ราบคาบ ยิ่งเห็นเธอยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น หัวใจมันก็พาลจะรุ่มร้อนจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่รำคาญ
*ให้ตายเถอะ... นี่เขาอาการหนักขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ*
คีย์ยืนกอดอกพิงผนังร้าน รอคอยเวลาที่รินรดาจะเดินกลับมา ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ ร้านเพื่อผ่อนคลายอารมณ์กรุ่นโกรธ ทว่าจังหวะนั้นเอง สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาทางประตูหน้าร้าน ชายหนุ่มในชุดสูทสากลเนี้ยบกริบ หน้าตาดีระดับนายแบบ ทว่ารอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้านั้นกลับทำให้คีย์รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก
และที่สำคัญที่สุด... ผู้ชายคนนั้นกำลังเดินตรงไปยังทิศทางที่รินรดาเพิ่งเดินไปเมื่อครู่!
คีย์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที สัญชาตญาณดิบสั่งการให้เขาก้าวเท้าตามไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิด รังสีความเย็นชาและไม่เป็นมิตรแผ่ออกมาจากร่างสูงจนลูกค้าโต๊ะข้างๆ ต้องรีบเบือนหน้าหนี
หน้าประตูห้องน้ำหญิง รินรดากำลังก้าวเท้าออกมา แต่ยังไม่ทันได้เดินพ้นมุมผนัง ร่างของเธอก็ต้องหยุดชะงักกึก เมื่อจู่ๆ ข้อแขนเรียวก็ถูกมือปริศนาคว้าหมับเข้าอย่างแรง พร้อมกับแรงดึงที่กระชากเธอให้เข้าไปหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในมุมอับสายตา ลมหายใจอุ่นร้อนที่คุ้นเคยพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที
รินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากเตรียมจะส่งเสียงร้องด่า แต่ฝ่ามือหนากลับเอื้อมมาปิดปากเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที ดวงตากลมโตตื่นตระหนกเงยขึ้นมอง และสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น... คือแววตาของคีย์ที่ฉายประกายความดุดันและจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาแนบชิดข้างใบหู จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำกระซิบลอดไรฟันด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุจุดเดือด จนรินรดาต้องสะท้านเฮือก
"ถ้าไม่อยากให้ฉันเดินไปซัดหน้าไอ้เวรที่กำลังเดินมาหาคุณตอนนี้... อยู่เงียบๆ แล้วซบลงที่อกฉันซะ รินรดา"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนและเคมีร้อนแรงในตอนนี้มากๆ ค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 10
อาการน่าสงสัย
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!