"ถ้าคุณยังมองความรักเป็นแค่โปรเจกต์งานชิ้นหนึ่งที่ต้องทำตาม KPI คืนนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องค่ะ คุณคีย์"
เสียงใสแต่ติดจะหงุดหงิดนิดๆ ของรินรดา ดังแทรกเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในห้องอาหารหรูบนชั้นดาดฟ้า บรรยากาศรอบตัวระยิบระยับไปด้วยแสงไฟของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน หลังงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของนิตยสารฉบับล่าสุดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ทีมงานต่างแยกย้ายกันไปฉลองต่อในโซนอื่น แต่เธอกลับต้องมานั่งติดแหง็กอยู่กับช่างภาพหนุ่มมาดกวน ที่ไม่เพียงแต่กวนประสาทในเรื่องงาน แต่ยังลามปามมาถึงเรื่องทัศนคติส่วนตัวของเธอด้วย
คีย์ไหล่งุ้มเล็กน้อยขณะยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นมองลอดผ่านแสงสลัว รอยยิ้มมุมปากที่จุดขึ้นนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะคว้ากระดาษทิชชูมาปั้นเป็นก้อนแล้วปาใส่หน้าเขาเสียให้เข็ด
"ผมก็ไม่ได้บอกว่ามันคือ KPI สักหน่อยนี่ครับ คุณบรรณาธิการ... แต่ความรักในแบบที่คุณพยายามเซฟตัวเองจนเกินเหตุต่างหาก ที่มันดูเหมือนโปรเจกต์ไร้ชีวิตชีวามากกว่า" คีย์ย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา "กลัวเจ็บเหรอครับ? หรือกลัวว่าถ้าเปิดใจแล้วคอนโทรลอะไรไม่ได้เหมือนคอลััมน์ในเล่ม คุณจะรับมือไม่ไหว"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอกระแทกแก้วน้ำเปล่าลงบนโต๊ะหินอ่อนเสียงดังเบาๆ พอให้รู้ว่าเธอเริ่มหมดความอดทนแล้ว
"มันไม่ใช่เรื่องความกลัวค่ะ แต่มันคือความฉลาดในการใช้ชีวิต มนุษย์เราไม่ได้เกิดมาเพื่อวิ่งชนกำแพงซ้ำๆ แค่เพราะคำว่า 'รัก' หรอกนะคะ ความสัมพันธ์ที่ดีมันต้องมีขอบเขต มีการวางแผน และมีความมั่นคง ไม่ใช่ใช้แต่อารมณ์ชั่ววูบแบบที่คุณชอบทำ"
"ความรักฉบับราชการเหรอครับเนี่ย ฟังแล้วน่าอึดอัดชะมัด" คีย์วางแก้วไวน์ลงบ้าง โน้มตัวเข้าหาโต๊ะเล็กน้อยจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงอย่างน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายยามค่ำคืนลอยเข้าแตะจมูก "ความรักที่ต้องมีแผนกั้น มีเงื่อนไขเยอะแยะขนาดนั้น มันต่างอะไรกับสัญญาจ้างงานล่ะครับรินรดา? ถ้าคุณต้องคอยคำนวณความเสี่ยงทุกครั้งที่จะรู้สึกดีกับใคร ผมว่าคุณไม่ได้กำลังมีความรักหรอก... คุณแค่กำลังบริหารความเสี่ยงในชีวิตคู่ต่างหาก"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รินรดาชะงักไปชั่ววินาที เธอนิ่งอึ้งไปไม่ใช่เพราะเถียงไม่ชนะ แต่เพราะลึกๆ แล้ว เธอกลัวว่าสิ่งที่เขาพูดมันอาจจะ... ถูกต้อง
ใช่ เธอมีปamaเรื่องครอบครัวที่แตกแยกเพราะความประมาทในอารมณ์รัก พ่อกับแม่ของเธอเคยรักกันอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะจบลงด้วยการทำลายล้างกันอย่างไร้เยื่อใย นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่ทำให้เธอดำเนินชีวิตด้วย 'สมอง' มากกว่า 'หัวใจ' มาตลอด และคีย์... ผู้ชายที่ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณและความรู้สึก ไม่มีทางเข้าใจบาดแผลนี้หรอก
"คุณก็พูดได้สิคะ เพราะคุณไม่เคยต้องรับผิดชอบอะไรเลยนี่ นึกจะไปไหนก็ไป นึกจะรู้สึกยังไงก็ปล่อยให้มันไหลไปตามอารมณ์ ชีวิตคุณมันง่ายไงคะคุณคีย์!" รินรดาตอกกลับเสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุดอ่อน แม้เธอจะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดก็ตาม
คีย์ชะงักไปเมื่อเห็นประกายความไหววูบในดวงตาคู่สวยที่มักจะแข็งกร้าวเสมอ รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าหล่อเหลาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลดลงฉับพลัน เหลือเพียงเสียงดนตรีแจ๊สด้านล่างที่ลอยแว่วมาไกลๆ
ช่างภาพหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมเข้มมองเธอด้วยสายตาที่ลึกซึ้งขึ้นจนอ่านไม่ออก ความกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงผู้ชายวัยยี่สิบเก้าปีที่กำลังพยายามทลายกำแพงบางอย่าง
"ใครบอกว่าผมไม่เคยแคร์... และใครบอกว่าผมไม่เคยกลัวล่ะครับ" เสียงของเขาเบาลง ทว่ากลับทรงพลังจนรินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง
"คุณหมายความว่า..."
"ผมอาจจะดูเป็นคนไม่เอาถ่านในสายตาคุณ ปากร้าย ชอบกวนโมโหคุณไปวันๆ" คีย์เว้นจังหวะ ดวงตาสอบทอดมองลึกลงไปในนัยน์ตาของเธอ ราวกับต้องการสื่อสารความนัยบางอย่างที่เก็บซ่อนมานาน "แต่รู้ไหม... สิ่งเดียวที่ผมกลัวที่สุด ตั้งแต่รู้จักกับบรรณาธิการปากจัดคนนี้..."
รินรดาเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก สมองสั่งให้เธอถอยห่าง แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยสายตาคู่นั้น
"...คือการที่ผมต้องยืนมองคุณใช้เหตุผลสารพัดมาผลักไสผมออกไป จากชีวิตของคุณ ทั้งที่จริงๆ แล้ว..."
"คริก! อยู่นี่เองเหรอทุกคน!"
เสียงแหลมสูงของทีมงานสาวฝ่ายศิลป์ที่จู่ๆ ก็โพล่งเปิดประตูระเบียงกระจกเข้ามา พร้อมกับแก้วค็อกเทลในมือ ทำเอาบรรยากาศสีชมพูแกมดราม่าพังทลายลงในพริบตา รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบดีดตัวถอยหลังออกจากโต๊ะจนเก้าอี้เกือบคว่ำ ส่วนคีย์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
รินรดารีบยกมือขึ้นทัดผมแก้เก้อ หัวใจยังคงเต้นโครมครามด้วยความตกใจและ... ความรู้สึกค้างคาที่คีย์ยังพูดไม่จบ ทว่าก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติหันกลับไปเคลียร์กับคนตัวสูง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวพ้นประตูเข้ามาสมทบกลุ่มทีมงานด้านหลัง
ผู้ชายในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่เธอกลัวที่สุดกำลังเดินตรงมาทางนี้
"ริน... พี่บอกแล้วไงว่าตามหาซะทั่วงาน ที่แท้ก็แอบมาสวีทอยู่กับช่างภาพนี่เอง"
เสียงทุ้มของ 'กรณ์' อดีตคนรักเก่าที่เพิ่งวนกลับเข้ามาในชีวิตเพื่อขอคืนดี ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน และในวินาทีนั้น รินรดาก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนและเคมีร้อนแรงในตอนนี้มากๆ ค่ะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 9
มื้อค่ำที่กลายเป็นสนามรบ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!