เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 8

ความลับหลังกล้อง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถ้าคุณยังชักสีหน้าใส่ฉันอีกสักรอบ ฉันจะสาบานว่าจะถอดชื่อคุณออกจากเครดิตคอลัมน์หน้าฟีเจอร์ฉบับนี้จริงๆ ด้วย... คีย์” น้ำเสียงเฉียบคมของรินรดาตวัดขึ้นแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตอเนกประสงค์คันหรูที่กำลังติดไฟแดงอยู่กลางกรุงเทพมหานครช่วงหัวค่ำ แสงไฟนีออนจากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่สาดส่องเข้ามาภายในห้องโดยสาร สะท้อนให้เห็นใบหน้าเรียวตึงของบรรณาธิการสาวที่กำลังนั่งกอดอกแน่น ชุดสูทเบลเซอร์สีเทาเข้ารูปยิ่งขับเน้นความน่าเกรงขาม แต่นั่นดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลกับช่างภาพหนุ่มผู้สร้างความหงุดหงิดให้เธอมาตลอดทั้งวัน คนถูกขู่ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิด คีย์เพียงแค่เหลือบตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกันแดด (ที่ใส่ทั้งๆ ที่ฟ้ามืดแล้ว) มาทางเธอ มุมปากหยักลึกยกยิ้มกวนประสาทตามแบบฉบับที่เธอนึกหมั่นไส้มาตั้งแต่สามปีก่อนจนถึงตอนนี้ “โห... บ.ก.รินคนสวย โหดจังวะครับ ขู่แบบนี้ผมกลัวจนมือสั่นกดชัตเตอร์ไม่ไหวแล้วมั้งเนี่ย” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักหนา เขาตวัดพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ซอยเปลี่ยวข้างตึกร้างแห่งหนึ่งอย่างกะทันหันโดยไม่บอกกล่าว “อีกอย่าง... ที่ผมชักสีหน้าใส่คุณ ก็เพราะคุณเอาแต่บ่นเรื่องยอดวิวตั้งแต่ออกจากสตูดิโอจนถึงตอนนี้ หูผมจะชาอยู่แล้วครับคุณนาย” “นี่ฉันเป็นเจ้านายคุณนะคีย์! แล้วอีกอย่าง นี่คุณพาฉันมาหลบมุมอะไรตรงนี้ ถนนเส้นหลักตั้งกว้าง ทำไมไม่วิ่ง?” รินรดาหันขวับ ดวงตากลมโตฉายแววระแวงระคนไม่พอใจ ขณะที่รถจอดสนิทอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาจนมืดทึบ ไร้ซึ่งแสงไฟจากถนนใหญ่ส่องถึง “ยางรั่ว... มั้งครับ” “ห๊ะ? ว่าไงนะ!” “ล้อเล่นน่า” คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าในแบบที่ทำเอารินรดาเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เครื่องยนต์มันร้อนจัด ขอจอดพักหูจากเสียงบ่นของคุณสักห้านาทีไม่ได้หรือไง หายใจเข้าลึกๆ สิครับ บ.ก. หน้าตึงหมดแล้ว เดี๋ยวตีนกาขึ้นไม่รู้ด้วยนะ” รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่ความกวนโอ๊ยที่ไม่เคยลดระดับลงเลยสักนิดของเขา แต่จังหวะนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างบริเวณเงาดำข้างกำแพงตึกร้าง ท่าทีของคีย์เปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายจากใบหน้าหล่อเหลาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความขี้เล่น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบและจริงจังจนน่าตกใจ เขาปลดเข็มขัดนิรลายออกเงียบๆ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถโดยไม่เอ่ยปากบอกเธอล่วงหน้าแม้แต่คำเดียว “นี่คุณ จะไปไหนน่ะ!” รินรดาอุทานเสียงหลง รีบเปิดประตูลงจากฝั่งตรงข้ามแล้วเดินอ้อมตามไปติดๆ ด้วยความหงุดหงิดปนสงสัย “คิดจะทิ้งฉันไว้กลางทางหรือไงยะ!” “ชูss... เบาๆ หน่อยสิครับ” คีย์หันมาทำเสียงดุใส่ พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นจรดริมฝีปากตัวเอง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม กลิ่นอับชื้นของดินหลังฝนตกและกลิ่นขยะปะปนกันในอากาศ รินรดาย่นจมูกด้วยความรังเกียจ เธอขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว มือเรียวกำชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณเมื่อความมืดเริ่มแผ่ขยายความน่ากลัว แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องสายตาของเธอกลับทำให้คำต่อว่าทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ ใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟที่กระพริบติดๆ ดับๆ ห่างออกไปไม่ไกล คีย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับอันตรายอย่างที่เธอกลัว ชายหนุ่มร่างสูงผู้ขึ้นชื่อว่าปากร้ายที่สุดในกองบรรณาธิการ กำลังย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้น เสื้อเชิ้ตสีเข้มราคาแพงเปื้อนฝุ่นและคราบน้ำขังโดยเจ้าตัวไม่คิดจะใส่ใจเลยสักนิด เบื้องหน้าของเขาคือลูกสุนัขพันธุ์ทางสีดำสนิทตัวผอมโซ ขาหลังข้างหนึ่งดูเหมือนจะบาดเจ็บจนเดินกะเผลก มันส่งเสียงครางหงิงๆ ด้วยความหวาดกลัว สั่นเทาไปทั้งตัวเมื่อเห็นคนแปลกหน้าขยับเข้ามาใกล้ รินรดากลั้นหายใจ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพของช่างภาพหนุ่มมาดกวน ผู้ชายที่มักจะแต่งตัวเนี้ยบ ถือกล้องราคาหลักแสน และพูดจาขวานผ่าซากใส่ทุกคนอย่างไร้ความปรานี กำลังเอื้อมมือหนาออกไปช้าๆ อย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย “ว่าไงไอ้ตัวเล็ก... หิวล่ะสิเรา” เสียงทุ้มของคีย์ในยามนี้ไม่มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มันนุ่มนวล ทุ้มต่ำ และอบอุ่นเสียจนรินรดาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขายื่นมือไปหยิบถุงขนมปังแผ่นที่เพิ่งซื้อจากร้านสะดวกซื้อเมื่อครู่ ฉีกมันออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้ววางลงบนพื้นทีละชิ้นอย่างใจเย็น สายตาคมคายคู่นั้นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขาในวินาทีนี้ ทำให้หัวใจที่เคยด้านชาและระแวดระวังภัยของรินรดากระตุกวูบอย่างแรง “ผมรู้ว่าคุณเกลียดความสกปรก และเกลียดสัตว์พวกนี้ที่ชอบทำเสื้อผ้าแพงๆ เลอะ” คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามองเธอ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่นิดๆ เหมือนดึงตัวเองกลับมาสู่โหมดปกติ แต่ใบด้านข้างที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวกลับยังคงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “แต่บางที... โลกใบนี้มันก็ไม่ได้ใจร้ายกับทุกอย่างหรอกนะครับ บ.ก.” รินรดายืนนิ่งค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพที่เห็น เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอมองว่าหยิ่งผยองมาตลอด คีย์กำลังใช้มืออีกข้างลูบหัวลูกสุนัขตัวนั้นเบาๆ เจ้าตูบผอมโซเริ่มคลายความหวาดกลัว มันซุกหัวเข้ากับฝ่ามืออุ่นของเขาอย่างออดอ้อน นี่น่ะหรือ... ผู้ชายที่เธอเคยค่อนขอดว่าไร้หัวใจ? นี่น่ะหรือ... คีย์ ช่างภาพหนุ่มปากหมาที่ทำเอาเธอนอนปวดหัวทุกคืนก่อนนอน? ความรู้สึกบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความแข็งกระด้างที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองถูกกะเทาะออกทีละน้อยภายใต้บรรยากาศที่เงียบงันและอบอุ่นอย่างประหลาด รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในอกลงไปอย่างไร้สาเหตุ เธอกลอกตามองเพดานตึกร้างชั่วครู่เพื่อตั้งสติ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ “ฉันไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นเสียหน่อย...” เสียงของเธอแผ่วเบาลงกว่าปกติ จนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม “ฉันแค่... ไม่ชอบความไม่แน่นอน” คีย์ชะงักไปเล็กน้อย เขากลบเกลื่อนความประหลาดใจด้วยการค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอที่ยืนขวางทางอยู่ ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองสบตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงจนน่าอึดอัด แต่ครั้งนี้... เธอไม่ได้ถอยหลังหนี “ความรักก็เหมือนหมาจรจัดนั่นแหละครับ บ.ก.” คีย์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบาราวกับจงใจปั่นป่วนหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นโครมคราม “ถ้าคุณไม่ยอมเปิดใจให้อาหารมันก่อน... คุณก็ไม่มีวันรู้หรอกว่า มันจะซื่อสัตย์กับคุณไปจนวันตายหรือเปล่า” รินรดาสบตากับเขา นัยน์ตาคมกريบของช่างภาพหนุ่มสะท้อนภาพใบหน้าของเธอชัดเจน มันเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะตีความ ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ มือหนาของเขาเอื้อมมาปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อเบลเซอร์ของเธออย่างถือวิสาสะ จังหวะที่ปลายนิ้วอุ่นเฉียดผ่านผิวแก้มเนียน รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกเมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างริมฝีปากเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น “แล้วถ้าฉันกลัวโดนกัดล่ะ... คุณจะรับผิดชอบยังไง?” รินรดาเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก พยายามรักษามาดหยิ่งผยองไว้เป็นเกราะกำบังสุดท้าย แม้ว่าเสียงสั่นๆ จะทรยศเธอสิ้นเชิง คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคลั่งรักในเวลาเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นพราวระยับก่อนที่เขาจะขยับริมฝีปากกระซิบคำพูดที่ทำเอาเธอแทบหยุดหายใจ “ถ้าโดนกัด... ผมให้คุณกัดคืนได้ทั้งตัวเลยครับ” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มใสของเธอไปนิดเดียว “แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น... ช่วยหันไปมองข้างหลังคุณก่อนดีกว่านะ บ.ก.” รินรดาขมวดคิ้วด้วยความงุนงงกับคำเตือนกะทันหัน เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาทางพวกเขาจากปากซอยมืดสนิท “เฮ้ย! พวกเธอน่ะ ทำอะไรกันตรงนั้น! ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตึกร้างดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏร่างของชายฉกรรจ์สองคนในชุดยูนิฟอร์มที่วิ่งตรงดิ่งเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนและเคมีร้อนแรงในตอนนี้นะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%