“ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสำคัญของพวกคุณสินะครับ...”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายท้าทายของกรณ์ดังแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียด รินรดาถึงกับสะดุ้งสุดตัว รีบผละกายออกจากระยะประชิดของคีย์ทันทีราวกับโดนไฟลวก หญิงสาวจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นเล็กน้อยให้เข้าที่อย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความรัญจวนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ขณะที่ช่างภาพหนุ่มมาดกวนอย่างคีย์กลับทำเพียงแค่เสยผมลวกๆ สายตาคมกริบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด
“รู้ตัวก็ดีนี่ครับ” คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันตามสไตล์คนปากร้ายที่ใครฟังก็รู้ว่ากำลังหึงจนตัวสั่น “ห้องทำงานเขามีป้ายบอกสถานะติดอยู่ด้านนอก หรือว่าคุณกรณ์อ่านหนังสือไม่ออกถึงได้พรวดพราดเข้ามาโดยไม่เคาะประตู”
“พอได้แล้วค่ะคีย์!” รินรดาปรามเสียงเขียว แม้ในใจเธอเองก็กำลังนึกเคืองการมาแบบไร้มารยาทของกรณ์ไม่แพ้กัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา “คุณกรณ์มีธุระอะไรด่วนกับกองบรรณาธิการหรือเปล่าคะ ถึงได้บุกมาถึงชั้นนี้ได้”
กรณ์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษซึ่งรินรดาเกลียดนักหนา เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด สายตาคมกวาดมองระหว่างเธอกับคีย์สลับไปมาอย่างจับผิด “ผมแค่นำตัวอย่างภาพถ่ายเซ็ตสุดท้ายมาให้กองบก. ตรวจสอบก่อนส่งโรงพิมพ์ค่ะ เผื่อว่า... จะมีใครบางคนไม่มีสมาธิทำงานเพราะมัวแต่ทำอย่างอื่นอยู่”
คำพูดกำกวมนั้นทำให้รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น แก้วนวลขึ้นสีแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้ดีว่ากรณ์จงใจสื่อถึงอะไร และนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดที่ตัวเองดันแสดงอาการ “อ่อนไหว” ต่อหน้าผู้ชายอีกคนจนเกินงาม บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้กลับมาอึดอัดอีกครั้งราวกับออกซิเจนถูกสูบออกไปจนหมด
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวขายาวๆ เข้ามาบังร่างบางของบรรณาธิการสาวไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับต้องการประกาศอาณาเขตกลายๆ ชายหนุ่มจ้องหน้ากรณ์ตรงๆ แววตาคู่นั้นเยียบเย็นจนน่ากลัว “งานส่วนของผม ผมรับผิดชอบได้สมบูรณ์แบบเสมอ ไม่ต้องเดือดร้อนให้ใครมาติวเข้มเรื่องสมาธิหรอกครับ วางงานไว้ตรงนั้นแล้วก็เชิญ... กลับไปได้แล้วมั้ง”
“ใจร้อนจังเลยนะคะ ช่างภาพคีย์” กรณ์ยังคงยิ้มเย็น วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะโดยไม่ละสายตาจากคีย์ “แต่ก็นั่นแหละ... คนเรามักจะลนลานเวลามีคนมาเห็น ‘ความลับ’ ที่พยายามปกปิดนี่เนอะ ผมขอตัวก่อนดีกว่า ไม่อยากอยู่ขัดความสุขของใครนานๆ”
สิ้นคำพูด กรณ์ก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องพร้อมกับเสียงปิดประตูกระทบวงกบเบาๆ ทิ้งให้ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมอีกครั้ง รินรดายืนนิ่ง ขาเรียวแทบจะทรงตัวไม่อยู่เมื่อความตึงเครียดคลี่คลายลง เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่ยังคงเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
*ตุก... ตัก... ตุก... ตัก...*
มันเต้นแรงเสียจนเธอกลัวว่าคนข้างกายจะได้ยิน รินรดายกมือขึ้นสัมผัสทรวงอกข้างซ้ายของตัวเองอย่างเผลอไผล ทำไมกันนะ... ทำไมแค่การยืนใกล้ผู้ชายคนนี้ ทำไมแค่การสบตากับคีย์เมื่อครู่ ถึงทำให้ระบบประสาทและการเต้นของหัวใจเธอรวนเรได้ถึงขนาดนี้ ผู้ชายปากจัด กวนประสาท และชอบกวนใจเธออยู่เรื่อยคนนี้ มีอิทธิพลกับความรู้สึกเธอนักหรือไง
“มองอะไรคะ” รินรดาแหวใส่คนที่ยืนจ้องเธอนิ่งๆ ด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวที่สุด เพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตา
คีย์ไม่ได้ตอบทันที ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ชนิดที่รินรดาไม่ทันได้ตั้งตัว แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง ขณะที่คีย์ใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างยันขอบชั้นหนังสือไว้ เป็นการกักขังเธอให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรินอยู่ใกล้ๆ ทำให้สติที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในพริบตา
“นั่นสินะ...” คีย์พึมพำเบาๆ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนน่ากลัว นัยน์ตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโตของเธอราวกับจะค้นหาคำตอบ “ผมก็อยากรู้เหมือนกัน...”
“คุณ... คุณพูดอะไร ถอยไปนะคีย์ นี่มันที่ทำงาน” รินรดาพยายามดันอกแกร่งไว้ แต่ร่างหนากลับมั่นคงราวกับกำแพงหิน แถมเขายังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนแทบไม่มีช่องว่าง
“บอกผมหน่อยสิรินรดา...” คีย์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ แววตาซุกซนเมื่อครู่หายไป ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังและลุ่มลึกอย่างที่เธอน้อยครั้งนักจะได้เห็น “ทำไมเวลาที่ผมอยู่ใกล้คุณ หัวใจมันถึงได้เต้นแรงจนควบคุมไม่ได้แบบนี้... คุณเป็นแม่มดหรือไง ถึงได้ทำให้ผมเสียอาการได้ขนาดนี้เนี่ย”
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของคนปากแข็ง ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างรุนแรง คำถามเดียวกันนั้น... คือสิ่งที่เธอกำลังถามตัวเองอยู่ซ้ำๆ ตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อครู่เช่นกัน เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงไม่ผลักไสเขาออกไป ทำไมเธอถึงโหยหาอِกอุ่นนี้ และทำไมการอยู่ใกล้คีย์ถึงทำให้หัวใจบ้าคลั่งดวงนี้แทบจะกระโดดออกมานอกอก
“ฉัน... ฉันจะไปรู้เหรอ คุณอาจจะเป็นโรคหัวใจก็ได้นะคีย์ ปล่อยฉันได้แล้ว!” รินรดาแก้เขินด้วยการเบือนหน้าหนี ซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู แต่เรียวปากกลับยังคงดื้อรั้นไม่ยอมลดละ
“ปากเก่งจังนะ” คีย์หัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู มือหนายื่นออกไปไล้ปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ปลายนิ้วทำเอารินรดาขนลุกซู่ไปทั้งตัว “แต่หน้าแดงซะขนาดนี้ จะให้เชื่อเหรอว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเหมือนกัน”
“ใครหน้าแดง ไม่มีซะหน่อย ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะ...”
“จะทำอะไรครับ จะจูบผมเหรอ...” คีย์ยิ้มกริ่ม แววตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ “เอาสิ ผมยินดีให้คุณทำ...”
“คีย์! คุณนี่มัน...”
รินรดายังไม่ทันได้ต่อว่าเขาให้จบประโยค จังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกผางโดยฝีมือของเลขาหน้าห้องที่หน้าตาตื่นตระหนก
“พี่รินคะ! แย่แล้วค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องควบคุมการผลิต ภาพเซ็ตหลักทั้งหมดในระบบเกิดไฟล์เสียหายกะทันหัน ทีมงานกำลังโกลาหลกันใหญ่แล้วค่ะ!”
รินรดาร่างแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ สติที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศหวานอมเปรี้ยวเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศทันที หญิงสาวผละออกจากอ้อมแขนของคีย์ในเสี้ยววินาทีนั้น หันไปมองหน้าเลขาด้วยความตื่นตระหนก
“ว่ายังไงนะ! ไฟล์เสียหายทั้งหมดได้ยังไง!”
คีย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ หุบยิ้มทันที นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศที่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยปริศนา เขามองตามรินรดาที่วิ่งออกไปจากห้องอย่างเร่งรีบ ก่อนที่สายตาจะหันกลับมามองที่หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของเธอ ซึ่งสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่เพิ่งปรากฏขึ้น...
*ข้อความปริศนาบนหน้าจอระบุเพียงสั้นๆ ว่า: “เกมเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น บ.ก. คนเก่ง...”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดาทางยากคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ
---
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 26
ทำไมต้องมองกันแบบนั้น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!