เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 25

ความใกล้ชิดที่อันตราย

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“เตรียมตัวไว้ให้ดีนะรินรดา... เพราะหลังจากนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณหนีไปไหนได้อีกแล้ว” ประโยคประกาศิตนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม ทว่าในความเป็นจริง เวลานี้ทั้งเธอและเขากลับตกอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันยิ่งกว่า— *ปัง!* เสียงกลอนประตูห้องเก็บอุปกรณ์นิรภัยของสตูดิโอหักสะบั้นลงพร้อมกับแรงกระแทกจากด้านนอก น้ำที่รั่วซึมจากท่อเมนหลักด้านบนเริ่มเอ่อล้นทะลักเข้าตามรอยแตกของบานประตู ระบบไฟฉุกเฉินกะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลง ปล่อยให้ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ตกอยู่ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงสีแดงจากสัญญาณเตือนภัยกะพริบวาบเป็นระยะ รินรดาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เธอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์สตูดิโอเหล็กกล้าที่ตั้งตระหง่านขวางทางหนีไว้จนมิด “บ้าเอ๊ย!” เสียงสบถต่ำๆ ดังขึ้นจากชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนประชิดอยู่ตรงหน้า คีย์ไม่ได้สนใจความเปียกชื้นที่เริ่มเคลือบไล่ขึ้นมาถึงข้อเท้า เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วชนิดที่รินรดาไม่ทันได้ตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ขอบชั้นเหล็กเหนือศีรษะของเธอ กักขังร่างบอบบางไว้ในวงแขนอย่างแน่นหนา ความมืดและพื้นที่จำกัดทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับซอกคอของเธออย่างจัง จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ “คุณ... ถอยไปนะคีย์ น้ำจะท่วมถึงข้อเท้าอยู่แล้ว ยังจะมาเล่นบ้าอะไรอีก” เสียงของเธอดุลอดไรฟัน พยายามซ่อนความสั่นพร่าที่เกิดจากแรงกดดันรอบด้าน ไม่ใช่ความกลัวน้ำ แต่เป็นความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปต่างหากที่กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย “มองหน้าผมสิรินรดา” คีย์ก้มลงกระซิบชิดริมหูกระแหนะกระแหน น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด “คุณคิดว่าผมกำลังเล่นอยู่เหรอ? ตอนนี้ประตูตายสนิท ระบบล็อกอัตโนมัติเพราะแรงดันน้ำด้านนอก และโทรศัพท์มือถือของคุณ... อยู่ในกระเป๋าเป้ที่ลอยไปนู่นแล้ว” รินรดาเหลือบสายตาไปมองกระเป๋าผ้าแคนวาสของตนที่ตอนนี้กำลังลอยคว้งอยู่บนผิวน้ำที่เอ่อสูงขึ้นเรื่อยๆ เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ หันกลับมาจ้องตาเขาในความมืดที่มีเพียงแสงสีแดงสาดส่องโครงหน้าคมคาย “แล้วมันเพราะใครล่ะคะ ถ้าคุณไม่ดึงฉันเข้ามาในนี้ตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในห้องเก็บของห่วยๆ นี่!” “เพราะผมอยากปกป้องคุณจากการโดนคานเหล็กหล่นทับต่างหาก คุณนี่มัน... ปากดีไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ” คีย์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอย่างน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สายตาคมกริบที่มองมาเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับที่เธอยากจะตีความ “ปากเก่งนักนะ... ไหนลองเถียงผมอีกทีสิ” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลงทุกที เสียงหยดน้ำกระทบพื้นสลับกับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนไม่รู้ว่ามาจากอกของใคร รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องกำลังจะหมดลง ไม่ใช่เพราะน้ำที่ท่วมสูงขึ้น แต่เป็นเพราะอณูความร้อนจากตัวของชายหนุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง มือเล็กยกขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้เป็นการประท้วง ทว่ามันกลับให้ผลลัพธ์ตรงกันข้าม กล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตชุ่มน้ำทำให้เธอยิ่งรับรู้ถึงพละกำลังและความเป็นชายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม สัมผัสจากฝ่ามือของเธอทำให้คีย์ชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมเข้มวาวโรจน์ขึ้นในความมืด “อย่าดื้อรินรดา” คีย์เปลี่ยนจากการกักขังเป็นการรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เธอยืนแช่อยู่ในน้ำที่เย็นเฉียบ “น้ำมันเย็น เดี๋ยวก็ไม่สบาย” “ปล่อยนะ! ฉันยืนเองได้... อ๊ะ!” จังหวะที่เธอพยายามดิ้นรน พื้นกระเบื้องที่ลื่นเพราะคราบน้ำมันทำให้เท้าของรินรดาลื่นไถล ร่างทั้งร่างเสียหลักทรุดฮวบลงไป ทว่าคีย์รั้งเอวเธอไว้ทัน ท่อนแขนแข็งแกร่งดึงรั้งเธอเข้ามาชิดแนบอก จนแผ่นหลังของเธอแนบติดกับแผงอกเขา และวินาทีนั้นเอง... แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปพิงกับชั้นวางอุปกรณ์ ร่างสูงทาบทับลงมาครึ่งตัวโดยมีอ้อมแขนของเขาค้ำยันน้ำหนักไว้เกือบทั้งหมด แต่มือข้างหนึ่งยังคงโอบกระชับเอวคอดของเธอไว้แน่น ใบหน้าของคีย์อยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอจนสั่นสะท้าน ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังอื้ออึง รินรดานิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนของคนที่เธอพยายามตีตัวออกห่างมาตลอด เธอมองเห็นประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทนั้นอย่างชัดเจนในระยะประชิดนี้ คีย์ก้มมองริมฝีปากอิบอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น นัยน์ตาสีเข้มวับไหวราวกับเปลวเพลิงที่ถูกลมพัด “บอกแล้วไง... ว่าผมจะไม่ยอมปล่อยให้คุณหนีไปไหนอีก” “คีย์...” เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา ดวงตากลมโตสั่นไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งโกรธ ทั้งหวั่นไหว และพ่ายแพ้ต่อความใกล้ชิดอันตรายนี้ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นหอมสะอาดผสมกับความชื้นของฝนด้านนอกยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้ตื่นขึ้น ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแตะสัมผัสกับกลีบปากของเธอ รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระเด็นหลุดออกมานอกอก เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยด้วยความสับสนระหว่างจะผลักไสหรือปล่อยให้ทุกอย่างเลยเถิดไปตามแรงโน้มถ่วงของอารมณ์ ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะทาบทับกันอย่างแนบสนิทนั้นเอง— *แอ๊ด... โครม!* เสียงบานประตูเหล็กที่ถูกงัดจนหลุดออกจากรางดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแสงไฟสว่างจ้าจากไฟฉายแรงสูงที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องเก็บอุปกรณ์ พร้อมๆ กับเสียงตะโกนโกลาหลของทีมงานที่วิ่งกรูเข้ามา “พี่คีย์! บก.ริน! อยู่ข้างในนี้ไหมครับ! ทางเราเปิดประตูได้แล้ว!” คีย์ชะงักกึก เขาหลับตาลงอย่างหัวเสีย สบถคำหยาบออกมาเบาๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ช่วงเวลาสำคัญถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ ทว่าเขาก็ยังคงกอดรินรดาไว้ไม่ยอมขยับตัวหนีไปไหน รินรดารีบยกมือขึ้นดันอกเขาออกสุดแรง พร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำลามเลียไปจนถึงใบหูด้วยความอายและตื่นตระหนก เธอกำลังจะผลักเขาออกให้พ้นทางเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มทีมงานที่ก้าวเข้ามาใหม่— ร่างสูงโปรดปรานของ ‘กรณ์’ อดีตคู่หมั้นหนุ่มที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น นัยน์ตาคู่คมกริบมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนในสภาพที่คลุกคลีแนบชิดกันบนพื้นน้ำเปียกปอน “ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสำคัญของพวกคุณสินะครับ...” กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องดิ่งวูบลงทันที ———————————— ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแสบและหวานของคีย์กับรินรดานะคะ ❤️
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%