"ถ้าคุณคิดว่าตัวอักษรสีน้ำตาลไหม้บนพื้นหลังสีครีมตุ่นๆ นี่มันดู 'โมเดิร์นคลาสสิก' ตามที่คุณเพ้อเจ้อเมื่อวาน ฉันเกรงว่าใบปริญญาด้านการออกแบบจากอังกฤษของคุณคงต้องเอาไปคืนกระทรวงศึกษาธิการแล้วล่ะค่ะ คุณคีย์"
เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะทำงานกระจกใสในสตูดิโอดังขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่สงครามโลกครั้งที่สาม รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนกอดอก ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตาแฟชั่นจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มอย่างไม่ลดละ
คีย์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นเอกลักษณ์ปรากฏขึ้นช้าๆ เขาไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับวาจาเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับทิ้งตัวพิงพนักโซฟาอย่างสบายอารมณ์ ราวกับกำลังชมการแสดงตลกคาเฟ่มากกว่าจะมาร่วมประชุมงานอาร์ตเวิร์กชิ้นสำคัญของนิตยสารเล่มเรือธง
"สity ของความเรียบง่ายคือการลดทอนความรกตา รินรดา" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน "พวกคุณชอบยัดเยียดฟอนต์ลายมือหยิกหยอยกับสีสันฉูดฉาดเพราะกลัวคนอ่านจะหลับ แต่งานของผม... มันหายใจได้ มันมีพื้นที่ให้จินตนาการได้ทำงาน ไม่ใช่ขยะสายตาที่กองรวมกันบนหน้ากระดาษเอสี่"
"นี่คุณว่างานดิออร์เดย์ของฉันเป็นขยะเหรอ!" รินรดาแทบจะกรี๊ด เธอตบโต๊ะเบาๆ เพื่อระงับอารมณ์เดือดพล่านที่กำลังตีตื้นขึ้นมาถึงลำคอ ผู้ชายคนนี้มีความสามารถพิเศษในการทำให้เส้นเลือดในขมับของเธอเต้นตุบๆ ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีเสมอ "นั่นคือคอนเซปต์ที่ผ่านการทำโพลมาแล้วสามรอบว่ากลุ่มเป้าหมายวัยทำงานชอบ คุณต่างหากที่ดื้อด้าน เอาแต่ใจตัวเอง และไม่ยอมฟังเสียงสะท้อนจากตลาด!"
สตูดิโอถ่ายภาพกว้างขวางในย่านทองหล่อเวลานี้อบอวลไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความตึงเครียด ทีมงานคนอื่นๆ ต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างเงียบเชียบ ไม่มีใครกล้าสบตากับบรรณาธิการสาวจอมเนี๊ยบและช่างภาพหนุ่มมือรางวัลที่ขึ้นชื่อเรื่องความอินดี้ขั้นสุด ทั้งคู่เปิดศึกปะทะคารมกันแบบนี้มาตั้งแต่เก้าโมงเช้า และไม่มีทีท่าว่าฝ่ายใดจะยอมลดละให้กันเลยแม้แต่นิดเดียว
คีย์ถอนหายใจเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานที่รินรดายืนอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายบุคลิกแบดบอยของเขาลอยมาแตะจมูก ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องลดลงไปครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ
"ดื้อด้านเหรอ?" คีย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธ "ผมแค่ปกป้องงานศิลปะของผมจากมุมมองเชยๆ ของคุณต่างหาก ริน... คุณกลัวอะไรเหรอ กลัวว่าถ้างานมันออกมาดีแล้วคนจะลืมว่าคุณคือบรรณาธิการผู้ทรงอิทธิพล หรือกลัวว่าสัญชาตญาณของตัวเองมันจะผิดกันแน่"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอก้าวถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่าง แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะจนหนีไปไหนไม่ได้ ดวงตาคู่สวยจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาพราวระยับของเขา ปากเก่งๆ ของเธอเม้มเข้าหากันก่อนจะสวนกลับทันควัน
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะคะ! เรากำลังคุยกันเรื่องโทนสีและเลย์เอาต์ ไม่ใช่เรื่องจิตวิทยาเชิงซ้อนในหัวคุณ ถ้าคุณไม่อยากแก้ไฟล์นี้ก็ตามใจ... ฉันจะเซ็นอนุมัติใช้เลย์เอาต์เดิมของทีมกราฟิก และคุณก็แค่ไปแบกรับเสียงวิจารณ์จากบอร์ดบริหารเอาเองก็แล้วกัน!"
เธอเอื้อมมือไปคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะเพื่อจะกดส่งอีเมลยกเลิกไฟล์งานของเขา แต่เร็วกว่าความคิด... มือหนาของคีย์พุ่งมาคว้าข้อมือเรียวไว้มั่น แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมไว้แน่นพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ รินรดาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ ดวงตาใกล้กันเพียงคืบจนเธอเห็นแพขนตาดกหนาและเงสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาคู่นั้น
หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นรัวราวกับกลองเพล เคมีร้อนระอุที่ทั้งดึงดูดและผลักไสกำลังแผดเผาช่องว่างระหว่างพวกเขา
"ปล่อยนะคะ..." เสียงของเธอเบาราวกับกระซิบ ไม่ได้ดุดันอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก
"ผมไม่ปล่อยจนกว่าคุณจะยอมตกลงมาดูไฟล์ที่ผมแก้ใหม่ด้วยกัน" คีย์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว "ไม่ใช่ดูผ่านจอแท็บเล็ตบ้าๆ นี่ แต่มาดูที่มอนิเตอร์ใหญ่... กับผม... สองต่อสอง"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่เธอเกลียดชังตัวเองเหลือเกินที่มันเกิดขึ้น เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำท้าทายนั้นเพื่อรักษาฟอร์มของบรรณาธิการสาวผู้ไม่เคยสยบให้ใคร
ทว่า...
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ รินรดาสะดุ้งสุดตัว รีบดึงข้อมือตัวเองออกจากมือหนาแล้วหันไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ข้อความแจ้งเตือนอีเมลเร่งด่วนจากประธานกรรมการบริหารทำให้สีหน้าของเธอซีดเผือดลงในพริบตา
คีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของหญิงสาว เขายืดตัวตรง จัดปกเสื้อแจ็คเก็ตหนังของตัวเองให้เข้าที่ ขณะที่รินรดากดเปิดอ่านข้อความด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"มีปัญหาอะไรรึเปล่า?" คีย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนขึ้นเมื่อเห็นความเครียดฉายชัดบนใบหน้าสวย
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่บัดนี้เต็มไปด้วยความลังเลและความกังวลที่ปิดไม่มิด เธอมองหน้าเขา สลับกับหน้าจอแท็บเล็ตที่เพิ่งมีข้อความใหม่เด้งขึ้นมาสมทบ
"ไม่ใช่เรื่องงานอาร์ตเวิร์กของเราแล้วล่ะค่ะ..." รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ น้ำเสียงของเธอยังคงพยายามรักษาความนิ่งเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "แต่เป็นเรื่องที่คุณอาของฉัน... กำลังเดินทางมาที่สตูดิโอแห่งนี้ด้วยตัวเองค่ะ"
วิศวกรความรักและคู่ปรับตัวฉกาจกำลังจะเผชิญหน้ากันในพื้นที่ปิด... และความลับที่รินรดาพยายามซ่อนไว้มาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่ถึงห้านาทีข้างหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความกวนปนคลั่งรักของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 3
สงครามในสตูดิโอ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!