แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่มันเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งช่องว่างให้ปฏิเสธ รินรดาถูกลากผ่ากลางความเงียบงันของสตูดิโอที่มีสายตานับสิบคู่จับจ้องเป็นตาเดียว กรณ์ที่ยืนถือแก้วกาแฟค้างเติ่งอยู่ตรงนั้นกลายเป็นภาพเบลอในสายตาเธอไปเสียสนิท ขณะที่ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนเธอต้องสะบัดข้อมือออกแรงๆ ทันทีที่พ้นประตูห้องแต่งตัวฝั่งทิศเหนือ
"นี่คุณ! เสียสติไปแล้วหรือไง ถึงได้ลากฉันออกมาต่อหน้าคนทั้งกองแบบนั้น!" รินรดาตวัดเสียงใส่ทันที พร้อมกับยกมือขึ้นลูบข้อมือตัวเองป้อยๆ ทั้งที่ไม่ได้เจ็บอะไรนักหนา แต่ความหมั่นไส้ในท่าทีนิ่งสนิทของอีกฝ่ายมันค้ำคออยู่
คีย์หยุดเดิน ปล่อยมือจากเธอแล้วหันกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงโปรดปรานการสวมเสื้อฮู้ดสีเข้มตัวโคร่งที่ทำให้เขาดูเหมือนพวกศิลปินเซอร์ๆ มากกว่าช่างภาพแฟชั่นระดับแนวหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตายาวไหววูบชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนเธอนอยากจะคว้าแฟ้มงานฟาดหน้าเขาสักที
"ถ้าไม่ลากออกมาตอนนั้น เธอก็คงยืนให้ไอ้ท่าทางแววตาหมามองเจ้าของของกรณ์มันแทะโลมด้วยสายตาหื่นกระหายไปจนจบเซสชันน่ะสิครับ... อ๊ะ ขอโทษที ฉันหมายถึง จนกว่าเธอจะปฏิเสธมันแบบเป็นทางการ... ซึ่งก็ไม่รู้ว่าชาติไหน เพราะเธอมัวแต่รักษามารยาทบ้าบออะไรนั่น"
"มันเรียกว่าความเป็นมืออาชีพค่ะคุณคีย์! ไม่ใช่การรักษามารยาทแบบที่คุณชอบทำตามอำเภอใจ" รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนอีกฝ่ายต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว "แล้วอีกอย่าง ฉันจะคุยกับใคร จะยืนเคลียร์งานกับใคร มันก็เป็นสิทธิของฉัน ไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่คุณจะต้องมาลากตัวออกมาประจานให้คนอื่นเขานินทาเล่น!"
"ประจาน?" คีย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาต่ำทุ้งและชวนให้ขนลุกซู่ "ฉันพาเธอออกมาจากบรรยากาศน่าคลื่นไส้ต่างหาก เธอเรียกว่าประจานเหรอ ริน... หรือจริงๆ แล้วเธอดันชอบให้ผู้ชายมาตามตื๊อจนออกนอกหน้าแบบนั้น"
คำพูดที่เจือความประชดประชันนั้นทำเอารินรดากัดฟันกรอด ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงพวงแก้ม เธอยกนิ้วชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด
"ปากคอระรานไม่เปลี่ยนเลยนะคะ! เป็นช่างภาพหรือเป็นนักเลงกันแน่เนี่ย หัดให้เกียรติคนอื่นซะบ้างเถอะค่ะคุณคีย์!"
"ฉันให้เกียรติคนที่สมควรได้รับค่ะ" คีย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง ดวงตาคมกริบจดจ้องมองใบหน้าที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธของเธอนิ่งนาน "และฉันก็ไม่ได้ว่างพอจะมาเดินลากใครเล่น ถ้าตาเธอไม่บอดจนเกินไป ก็น่าจะเห็นนะว่าคนในกองเขากำลังซุบซิบนินทากันสนุกปากแค่ไหนที่ไอ้กรณ์มันทำท่าเหมือนจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวตั้งแต่เมื่อเช้า"
รินรดาชะงัก คำพูดของเขาทำเอาพายุอารมณ์ในอกสงบลงกะทันหัน เธอหรี่ตามองเขาอย่างพิจารณา "นี่คุณ... หึง... เอ๊ย หมายถึง... คุณกลัวฉันเสียชื่อเสียงในกองหรอกเหรอคะ?"
คีย์แค่น ึดหึมในลำคอ เขาเบือนหน้าหนีไปทางระเบียงกระจกด้านข้างที่มีแสงแดดยามบ่ายส่องกระทบโครงหน้าคมสัน เสื้อฮู้ดตัวใหญ่ไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออก
"หลงตัวเองไปหน่อยไหม บ.ก.ริน" เขายักไหล่ ทำทีเป็นไม่ใส่ใจ "ฉันแค่ไม่อยากให้งานของนิตยสารเล่มนี้พังเพราะเรื่องชู้สาวไร้สาระของเธอกับโปรดิวเซอร์หน้าห้องน้ำ แค่นั้นเอง... รีบเดินต่อได้แล้ว ห้องล้างฟิล์มชั้นล่างเปิดอยู่ ฉันมีงานต้องเคลียร์ ส่วนเธออยากจะมาดูว่าเบื้องหลังภาพถ่ายที่เธอนักหนานักมันทำยังไง ก็เชิญ"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปทางลิฟต์พนักงานทันที ทิ้งให้รินรดายืนกะพริบตาปริบๆ กับท่าทีเปลี่ยนเรื่องคุยแบบดื้อๆ นั้น ก่อนที่มุมปากอิ่มจะกระตุกยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน *ปากแข็งชะมัด...*
บรรยากาศภายในห้องล้างฟิล์มส่วนตัวของคีย์ที่ชั้นใต้ดินให้ความรู้สึกแตกต่างจากสตูดิโอแสงสีเสียงด้านบนอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เงียบสงบ มีเพียงกลิ่นจางๆ ของน้ำยาเคมี แสงไฟสีแดงสลัวที่ชวนให้รู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง และเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ จากลำโพงบลูทูธตัวเล็กบนโต๊ะทำงาน
รินรดายืนกอดอกมองชายหนุ่มที่ถอดเสื้อฮู้ดออก เหลือเพียงเสื้อยืดสีดำสนิทแนบเนื้อ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อช่วงไหล่และแขนที่ขยับเขยื้อนอย่างคล่องแคล่วขณะที่เขากำลังคีบแผ่นฟิล์มขึ้นมาตากอย่างระมัดระวัง แว่นตากลมบางที่เขาหยิบมาสวมเฉพาะเวลาทำงานแบบนี้ทำให้เขาดูเหมือนนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์มากกว่าช่างภาพแฟชั่นชื่อดัง
"มองขนาดนี้ ไม่คิดจะควักกล้องขึ้นมาถ่ายรูปฉันไปทำเรูปร้องเรียน บ.ก. ใหญ่หน่อยเหรอ" คีย์เอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง มือเรียวยาวจัดการหนีบแผ่นฟิล์มแผ่นสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะหันมาหยิบแก้วกาแฟดำบนโต๊ะจิบ
"ฉันไม่ได้ว่างงานขนาดนั้นค่ะ" รินรดาตอบเสียงเรียบ เดินสำรวจรอบห้อง "แต่ไม่นึกเลยว่าคนอย่างคุณจะยังใช้ฟิล์มถ่ายภาพแฟชั่นเชิงพาณิชย์ยุคนี้ ยุคนี้ใครๆ เขาก็ใช้ดิจิทัลกันหมดแล้ว สะดวกและแก้ปัญหาง่ายกว่าตั้งเยอะ"
คีย์วางแก้วลง เสียงกระทบกับโต๊ะดังเบาๆ เขายันสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มมองตรงมาที่เธอด้วยประกายที่อ่านยาก
"ดิจิทัลมันรวดเร็วจริง แต่มันไม่มีชีวิต" เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แตกต่างจากยามที่ปะทะคารมกันลิบลับ "ฟิล์มมันมีความลับ... มันบันทึกช่วงเวลาที่แท้จริง แสง เงา และความรู้สึกของคนตรงหน้าในวินาทีนั้นไว้โดยไม่มีปุ่มลบ ทุกเฟรมมีความหมาย เพราะเราแก้ไขมันไม่ได้... เหมือนความรู้สึกบางอย่างนั่นแหละ ริน"
ประโยคสุดท้ายเขาลดเสียงลงต่ำจนแทบจะกลืนไปกับเสียงเพลงแจ๊ส รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความจริงจังจนเธอบรรยายไม่ถูก
"คุณ... หมายถึงอะไรคะ" เธอถามเสียงแผ่วโดยไม่รู้ตัว
คีย์ไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนรินรดาก้าวถอยหลังไปชนกับชั้นวางกล้องด้านหลังโดยไม่รู้ตัว พื้นที่ว่างระหว่างกันหดแคบลงจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและฟิล์มถ่ายรูปจากตัวเขา
"หมายถึง... งานอดิเรกของฉันไง" คีย์โน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ แววตากวนประสาทกลับมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจ "เธออยากรู้ไม่ใช่เหรอว่านอกจากถ่ายรูปแล้ว ฉันชอบทำอะไรอีก... ลองเดาดูไหมล่ะ บ.ก. ริน"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่วางอยู่ข้างตัวกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่น เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวในอก แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดเข้ามาพร้อมกับเสียงใสแจ๋วของสตาฟฟ์สาวหน้าตาตื่น
"พี่คีย์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! นางแบบกิตติมศักดิ์ที่นัดไว้บ่ายนี้ เกิดอาการแพ้ยาหน้าบวมเป่ง มาเข้าฉากไม่ได้แล้วค่ะ! ทีมงานกำลังวุ่นวายกันใหญ่เลย!"
คีย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผละตัวออกจากรินรดาอย่างเสียดาย ดวงตาคมตวัดมองสตาฟฟ์สาวด้วยความหงุดหงิดระคนเครียด
รินรดาที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ รีบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะจากระยะประชิดเมื่อครู่ก็ตาม เธอก้าวออกมาจากมุมอับแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดตามสไตล์บิสซิเนสวูแมน
"นางแบบมาไม่ได้... งั้นก็เปลี่ยนแผนสิคะ" รินรดาหันไปสบตากับช่างภาพหนุ่มที่หันมามองเธอพอดี "ในเมื่อเราไม่มีเวลาหาคนใหม่... ฉันนี่แหละจะเป็นคนใส่ชุดคอลเลกชันใหม่ถ่ายแบบแทนเอง!"
คีย์เบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากผุดขึ้นมาทันทีอย่างนึกสนุก เขากวาดสายตามองสำรวจร่างระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
"น่าสนใจ..." คีย์กระซิบเสียงพร่าเมื่อก้าวเข้าไปกระซิบข้างใบหูเธอเบาๆ จนขนลุกซู่ "หวังว่าบ.ก. คนเก่ง จะโพสต์ท่าเก่งเหมือนอย่างที่ปากเก่งก็แล้วกันนะครับ..."
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นไปกับความซึนของพี่คีย์เขานะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 20
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!