เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 5

เครื่องดื่มกระชับมิตร...ที่ไม่มีอยู่จริง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้มุมกล้องแบบนี้กับโปรเจกต์ครบรอบสิบปีของนิตยสารเรา ดิฉันเกรงว่าเราคงไม่ต้องคุยกันต่อในฐานะคนทำงานแล้วล่ะค่ะคุณคีย์" เสียงกระแทกแก้วกาแฟเซรามิกสีขาวลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวยาวไม่ได้ดังจนทำให้ลูกค้ารายอื่นในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลหันมามองด้วยความตกใจเสียทีเดียว แต่แรงสั่นสะเทือนของมันก็มากพอที่จะทำให้ลาเต้อาร์ตรูปใบไม้บนผิวหน้ากาแฟกระฉोคออกมาเล็กน้อย รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองช่างภาพหนุ่มรุ่นพี่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างไว้ตัว สมกับตำแหน่งบรรณาธิการบริหารสาวมือฉมังที่ใครต่อใครต่างขยาด คนถูกพาดพิงไหวไหล่ช้าๆ เขายกแก้วกาแฟของตัวเองขึ้นจิบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความกวนประสาทปรากฏขึ้นราวกับตั้งใจจะกวนโมโหเธอกลับโดยเฉพาะ แว่นตากันแดดแบรนด์ดังถูกดันขึ้นไปเหน็บไว้บนกลุ่มผมสีเข้มหยักศกนิดๆ "ใจเย็นน่าคุณบรรณาธิการ ดื่มคาปูชิโน่เย็นสักอึกก่อนดีไหม หน้าตึงเป็นตูดเป็ดแบบนั้นเดี๋ยวตีนกาถามหาไม่รู้ด้วยนะ" คีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่กวนโอ๊ยเสียจนน่าหยิกให้เนื้อเขียว "ดิฉันอายุยังน้อยและดูแลผิวพรรณดีค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องตีนกาของดิฉันหรอกค่ะคุณคีย์... ห่วงฝีมือถ่ายภาพของคุณเองที่จะไม่มีทางได้ลงเล่มของเราดีกว่า" รินรดาย้อนกลับทันควัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววท้าทาย เธอเกลียดนักพวกผู้ชายที่ชอบลดทอนความสามารถของผู้หญิงด้วยคำพูดทีเล่นทีจริงแบบนี้ บรรยากาศบนโต๊ะทำงานชั่วคราวนอกกองบรรณาธิการคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะช็อตใส่กันได้ทุกเมื่อ นี่คือความพยายามครั้งที่สามในรอบสัปดาห์ในการเคลียร์คิวคุยงานนอกรอบ เพื่อหาจุดบรรจบระหว่างคอนเซปต์ 'ความเรียบง่ายที่ทรงพลัง' ของฝั่งกองบรรณาธิการ กับวิสัยทัศน์ 'ความดิบและเรียล' ของฝั่งช่างภาพอิสระตัวพ่อ แต่นอกจากจะตกลงกันไม่ได้แล้ว ดูเหมือนพวกเขาทั้งคู่จะพร้อมหยุมหัวกันได้ทุกนาทีที่ลมหายใจปะทะกัน "คุณรินรดาครับ..." คีย์ลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนประสาท เขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทับบนโต๊ะ สายตาคมปลาบกวาดมองสำรวจตั้งแต่ใบหน้าบึ้งตึง ลามลงมาที่คอระหง จนถึงปลายปากกาในมือเรียวที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวๆ "โลกนี้น่ะ มันไม่ได้หมุนตามตัวหนังสือระเบียบจัดของคุณหรอกนะ ภาพถ่ายที่ดีมันต้องเล่าเรื่องด้วยความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขสถิติหรืออินโฟกราฟิกน่าเบื่อที่คุณสั่งให้ผมแก้มาห้ารอบแล้ว" "มันไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อค่ะ แต่มันคือมาตรฐาน!" รินรดาเถียงกลับทันที ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ถ้าคุณอยากถ่ายรูปคนหน้าตาเศร้าสร้อยกลางสายฝนแล้วอ้างว่าเป็นศิลปะ ก็เชิญไปเปิดนิทรรศการส่วนตัวเถอะค่ะ แต่อย่าลืมว่าเล่มที่เราทำอยู่มันคือนิตยสารไลฟ์สไตล์เจาะกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ พวกเขาต้องการความสดใส แรงบันดาลใจ ไม่ใช่ความดาร์กจนเหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้าแบบที่คุณเสนอมา!" คำพูดเชือดเฉือนพ่นออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีส้มอิฐอย่างไม่มีใครยอมใคร รินรดากอดอกแน่น แผ่นหลังบางแนบชิดกับพนักเก้าอี้เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างเธอกับเขา ระยะห่างที่เธอมักจะรู้สึกว่ามัน 'ไม่ปลอดภัย' ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาใกล้เกินรัศมีหนึ่งเมตร คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ชั่วขณะหนึ่ง ประกายความเอ็นดูบางเบาพาดผ่านนัยน์ตาคู่นั้นอย่างรวดเร็วเสียจนรินรดาเกือบจับสังเกตไม่ทัน แต่แล้วมันก็ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ตามสไตล์เดิมของเขา "ปากเก่งเป็นบ้าเลยนะคุณเนี่ย..." คีย์พึมพำเบาๆ แต่ดังพอให้คนฟังสะดุ้ง "เวลาคุณโมโหแล้วหูแดงเนี่ย รู้ตัวไหมว่ามันน่าแกล้งเป็นบ้า" "นี่คุณ!" รินรดาปรี๊ดแตก เผลอทุบโต๊ะเบาๆ จนแก้วกาแฟสั่น "ดิฉันไม่ได้มาให้คุณวิจารณ์ร่างกายหรืออาการทางจิตนะคะ เรากำลังคุยเรื่องงาน!" "งานก็คุยอยู่เนี่ยไงครับ" ช่างภาพหนุ่มลอยหน้าลอยตาตอบ เขายกกาแฟขึ้นจิบอีกรอบก่อนจะวางลงช้าๆ "แต่ถ้าคุณอยากให้ผมยอมเปลี่ยนคอนเซปต์ตามที่คุณต้องการนัก... เรามาเดิมพันกันไหมล่ะ" รินรดาหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักเจรจาและบรรณาธิการสาวผู้ไม่เคยกลัวใครร้องเตือนภัยขึ้นในหัว สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว "เดิมพันอะไรของคุณ อย่ามาเล่นมزุบมِบนะคีย์ ดิฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมไร้สาระ" "ไม่ได้เล่นไร้สาระน่า..." คีย์ยิ้มกริ่ม ดวงตาพราวระยับราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในมือ "เย็นนี้... เราไปถ่ายรูปเซ็ตทดลองที่สตูดิโอของผม ถ้าภาพของผมสื่อสารอารมณ์ไม่ได้อย่างที่ผมคุยไว้ คุณต้องเป็นคนเลี้ยงมื้อค่ำผมสามมื้อรวด เอาแบบร้านแพงที่สุดในย่านนี้เลย" "แล้วถ้าภาพของคุณมันห่วยแตกจนใช้ไม่ได้จริง ๆ ล่ะคะ?" รินรดาย้อนถามทันควัน มุมปากหยักยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "ดิฉันจะได้อะไรจากการเดิมพันครั้งนี้?" "ถ้าผมแพ้..." คีย์เว้นจังหวะนิดหนึ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอนั่งอยู่จนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นกาแฟและมินต์ปะทะเข้ากับพวงแก้มใสจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง "ผมจะยอมทำตามทุกอย่างที่คุณสั่ง... นานหนึ่งเดือนเต็ม แบบไม่มีข้อแม้เลย" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าดวงตาคมกริบของเขากำลังมองจ้องเธอด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเรียกว่าการเดิมพันเรื่องงานธรรมดา ความใกล้ชิดที่กะทันหันทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางแต่เร้าใจลอยวนอยู่รอบตัวเธอ จนสติสัมปชัญญะที่เคยตั้งกำแพงไว้สูงลิ่วเริ่มสั่นคลอน ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทของเธอชะมัด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงเสียงแข็งกร้าวของตัวเองกลับมาเพื่อไม่ให้เสียฟอร์มต่อหน้าเขา "ก็ได้! ดิฉันรับคำท้า... ถอยออกไปไกลๆ เลยนะคุณคีย์!" คีย์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวกลับขึ้นไปยืนตรงเต็มความสูง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอื้อnเอ่ยประโยคกวนประสาทอะไรออกมาอีก เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน รินรดารີบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความโล่งอก เธอกดรับสายโดยไม่ทันได้ดูชื่อผู้ติดต่อ ปลายสายส่งเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ ทำให้รอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปในทันที *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนและเคมีร้อนแรงในตอนนี้ด้วยนะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%