"แฟลชไดรฟ์ตัวนั้น... มันไม่ได้อยู่ที่ฉันค่ะ!"
เสียงอุทานของรินรดาแทบจะกรีดทะลุผนังห้องสตูดิโอขนาดกะทัดรัด ใบหน้าหวานที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มแบบมืออาชีพ บัดนี้กลับซีดเผือด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือเรียวบางที่เพิ่งรื้อค้นกระเป๋าเอกสารใบโปรดจนข้าวของกระจัดกระจายเต็มโต๊ะทำงาน สั่นระริกเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่
มันไม่ใช่แค่แฟลชไดรฟ์ธรรมดาค่ะ แต่มันคือไฟล์ต้นฉบับคอลัมน์พิเศษฉลองครบรอบสิบปีของนิตยสาร ที่เธอต้องส่งให้โรงพิมพ์ภายในห้าโมงเย็นวันนี้! และความซวยซ้ำซ้อนคือ มันไม่มีสำรองในคลาวด์ เนื่องจากเมื่อคืนเธอรีบปั่นต้นฉบับจนดึกดื่นแล้วบันทึกลงในไดรฟ์ตัวนี้โดยตรงก่อนจะเผลอหลับคาโต๊ะ
"แน่ใจเหรอคะ บ.ก.คนเก่ง?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นมาจากมุมห้อง ร่างสูงโปร่งของคีย์ก้าวออกมาจากเงาสลัวของฉากถ่ายรูป เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ มือหนาทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้วยท่าทางสบายๆ ชวนหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบขนตานั่นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด
รินรดาหันขวับไปมองหน้าเขาด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ หากสายตาเธอมีพลังงานความร้อนสูงพ่านปานนี้ ป่านนี้ร่างของช่างภาพหนุ่มคงมอดไหม้กลายเป็นจุลไปแล้ว
"คุณคีย์! คุณเห็นมันใช่ไหมคะ? เมื่อวานเราทำงานร่วมกันที่ร้านกาแฟแถวนี้ คุณเป็นคนหยิบกระเป๋าอุปกรณ์ลงจากรถฉันเอง อย่าบอกนะคะว่าคุณหยิบติดมือไป!"
หญิงสาวพุ่งตัวเข้าไปประชิดร่างสูงโดยไม่ทันระวังตัว ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้แทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาเนื่องจากส่วนต่างของส่วนสูง เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์เดือดดาลที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด
คีย์ก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่กำลังสติแตกด้วยแววตาระคนเอ็นดูและขบขัน เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ไม่ได้ปฏิเสธทันทีอย่างที่เคยทำ แต่กลับแกล้งทำเป็นกวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างระหงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างจงใจยั่วโมโห
"ใจเย็นก่อนสิครับ... เอ้ย... ใจเย็นก่อนนะคะ บ.ก.ริน" คีย์แก้คำพูดอย่างกะทันหันเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นมาอีกรอบ "คุณเล่นพุ่งเข้ามาซะใกล้ขนาดนี้ คนอื่นมาเห็นเข้าอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าคุณกำลังจะปล้ำผมนะ"
"ใครจะไปปล้ำคุณ! สติฉันจะหลุดอยู่แล้วนะยะ... เอ๊ย... อยู่แล้วนะคะ!" รินรดาเกือบหลุดคำหยาบออกไปจริงๆ หากไม่ติดว่าเธอยังมีสติสัมปชัญญะเหลืออยู่บ้าง "แฟลชไดรฟ์ตัวนั้นสำคัญมาก ถ้าฉันไม่ได้มันคืนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ ฉันโดนบรรณาธิการบริหารเฉหัวแน่ๆ เพราะฉะนั้น เลิกเล่นลิ้นแล้วส่งมันมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
เธอยื่นมือออกไปตรงหน้าเขา แบมือแบะส่งสายตาดุดันเป็นเชิงบังคับ
คีย์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่รินรดาเกลียดนักเกลียดหนาเพราะมันช่างดูเจ้าเล่ห์และกวนประสาทเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือข้างหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะคว,านหาบางอย่างในกระเป๋าเสื้อเชิ้ตด้านซ้าย
รินรดาลุ้นจนแทบไม่หายใจ หัวใจของเธอเต้นรัวระส่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ความกลัวที่จะสูญเสียงานที่รักผสมปนเปไปกับความอับอายที่ต้องมาเสียฟอร์มต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้ มันทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เธอเกลียดความอ่อนแอของตัวเองที่สุด... ทำไมต้องมาพังไม่เป็นท่าต่อหน้าเขาด้วยนะ!
นิ้วเรียวยาวของคีย์หยิบวัตถุชิ้นเล็กสีเงินวาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เขาชูมันขึ้นสูงเหนือระดับสายตาของหญิงสาว
แฟลชไดรฟ์ตัวต้นเหตุ!
"อันนี้หรือเปล่าครับ... เอ๊ย... คะ?" คีย์แกล้งทำเป็นเอียงคอสงสัย ทั้งที่ในใจกำลังนึกสนุกที่ได้เห็นแมวพยศตัวนี้จนมุม
"ใช่! นั่นแหละ! ส่งมานะ!" รินรดาเขย่งปลายเท้าสุดตัวพยายามจะแย่งมันกลับคืนมา แต่คีย์กลับไวกว่า เขาชักมือหนีขึ้นสูงไปอีก ทำให้ร่างบางที่พุ่งเข้ามาคว้าคว้างได้แต่ลม ปลายจมูกโด่งรั้นของเธอเกือบจะชนเข้ากับปลายคางได้รูปของเขาอยู่รอมร่อ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ และกลิ่นอายความอบอุ่นเฉพาะตัวของคีย์โชยเข้าแตะจมูก รินรดาชะงักไปชั่ววินาที ความใกล้ชิดกะทันหันนี้ทำให้จังหวะการหายใจของเธอสะดุดลงอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าสวยร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความเขินอายที่อยู่ใกล้เขาเกินไปกันแน่
"อยากได้เหรอคะ?" คีย์โน้มใบหน้าลงมาต่ำกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าลงเล็กน้อย จนคนฟังรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง "อยากได้ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนสิครับ... เอ๊ย... คะ"
รินรดาผละถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างระยะห่าง เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาแม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรของคุณ? อย่ามาทำตัวเป็นพวกมิจฉาชีพแถวนี้เลยนะคะ คีย์! ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมไร้สาระกับคุณหรอกนะ ส่งงานคืนฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉัน... ฉันจะแจ้งความข้อหากักขังทรัพย์สิน!"
"โห... ถึงกับแจ้งความเลยเหรอ ใจร้ายจัง" คีย์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายังคงควงแฟลชไดรฟ์ในมือเล่นไปมาอย่างไม่สะทกสะท้าน "ผมไม่ได้กักขังมันสักหน่อย แค่เก็บรักษาไว้ให้ในฐานะ 'เพื่อนร่วมงานที่ดี' ต่างหากเล่า ใครใช้ให้คุณสะเพร่าลืมมันไว้ที่เบาะหลังรถผมเมื่อวานล่ะครับ บ.ก.รินรดา"
"ฉันไม่ได้สะเพร่า! ฉันแค่... แค่เหนื่อยจนเบลอต่างหากเล่า!" เถียงเสียงแข็งทั้งที่รู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดเต็มประตู
"อ๋อ เหนื่อยเหรอคะ?" คีย์ทวนคำด้วยน้ำเสียงล้อเลียน เขาก้าวเข้าไปใกล้เธออีกครั้งอย่างไม่ลดละ คราวนี้รินรดาถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ไม่มีทางให้หนีอีกต่อไปแล้ว "ถ้าเหนื่อยนักทำไมไม่หาใครสักคนมาช่วยแบ่งเบาภาระล่ะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งหัวฟูร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่คนเดียวแบบนี้"
"ฉันไม่ได้ร้องไห้!" รินรดาเถียงเสียงดังกลบเกลื่อนความจริงที่ว่าขอบตาเธอกำลังร้อนผ่าวจริงๆ "แล้วฉันก็ไม่ต้องพึ่งใครด้วย ชีวิตฉัน ฉันจัดการเองได้!"
คีย์หยุดยืนห่างจากเธอแค่คืบเดียว ดวงตาคมกราบจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่เริ่มสั่นไหว รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง
บรรยากาศในห้องสตูดิโอที่เคยอึมครึมด้วยความตึงเครียด บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยกระแสความร้อนบางอย่างที่อบอวลอยู่รอบตัว เคมีที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกันกำลังทำงานอย่างเงียบเชียบ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคีย์เอื้อมมือมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้สมองของเธอน็อกดาวน์ไปชั่วขณะ
"ปากเก่งจังนะคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ใกล้ริมฝีปากของเธอ "แต่ตัวจริงเนี่ย... น่าแกล้งให้เขדיดซะจริงๆ"
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากด่ากลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับร่างของผู้ช่วยสาวฝึกงานที่ผลักประตูพรวดเข้ามาโดยไม่ทันได้รอให้คนข้างในอนุญาต
"พี่รินคะ! แย่แล้วค่ะ! บ.ก.ใหญ่เดินตรวจงานอยู่ที่ชั้นล่าง กำลังจะขึ้นมาตรวจต้นฉบับพิเศษห้องนี้แล้วค่ะ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับกลับไปมองประตูสลับกับหน้าของคีย์ในเสี้ยววินาที ความตื่นตระหนกกลับมาเกาะกุมหัวใจเธอยิ่งกว่าเดิม
และในจังหวะที่เธอกำลังจะหันกลับมาแย่งแฟลชไดรฟ์จากมือของชายหนุ่มนั่นเอง คีย์กลับคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น รั้งร่างบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ
"อยากได้คืนไหมคะ? เย็นนี้... ไปกินข้าวกับผมก่อน แล้วผมค่อยคืนให้... ไม่อย่างนั้น เตรียมตัวโดนเฉหัวได้เลยครับ บ.ก.ริน"
**ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความกวนและเคมีร้อนแรงในตอนนี้ด้วยนะคะ ไวโอเล็ตการ์เด้นซาบซึ้งใจมากๆ ค่ะ!**
เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 6
ใครกันแน่ที่ใจร้อน
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!