เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท•ตอนที่ 23

ภัยเงียบจากคู่แข่ง

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
หน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงานสั่นไหวตามแรงกระแทกจากฝ่ามือที่ทุบลงไปเบาๆ แต่เต็มไปด้วยโทสะระอุ รินรดาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อไฟล์โปรเจกต์งานภาพถ่ายเซ็ตใหญ่ที่เธอเพิ่งอัปโหลดขึ้นคลาวด์ร่วมกับทีมเมื่อคืน ถูกลบเกลี้ยงจนเหลือเพียงโฟลเดอร์เปล่า พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานจากระบบเซิร์ฟเวอร์กลางว่า *“ไฟล์ถูกปฏิเสธสิทธิ์การเข้าถึงเนื่องจากละเมิดลิขสิทธิ์”* บ้าที่สุด! งานที่เธอและทีมงานหลังขดหลังแข็งกันมานานนับเดือน ถูกมือที่มองไม่เห็นเตะตัดขาในโค้งสุดท้ายก่อนส่งมอบให้ลูกค้าวีไอพีเพียงแค่สิบสองชั่วโมงเท่านั้น “ใจเย็นก่อนรินรดา หายใจเข้า” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม คีย์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ทำงานของเธอ ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แวบเดียวก็จับจุดความผิดปกติได้ทันที “ไม่ใช่แค่ไฟล์โดนลบ IP Address ที่ใช้เข้าระบบเมื่อตีสอง ถูกล็อกอินมาจากข้างนอก... ฝีมือไอ้กรณ์กับพรรคพวกแน่ๆ” รินรดาหันขวับ สบตากับคนตัวสูงที่โน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีทำให้เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็น แม้ว่าในใจตอนนี้มันกำลังกรีดร้องด้วยความเคียดแค้นก็ตามที “นายรู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่ข้อผิดพลาดของระบบ?” เธอย้อนถาม เสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด “เพราะฉันเป็นคนออกแบบระบบความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์นี้เอง ถ้าระบบรวน ฉันต้องรู้เป็นคนแรก” คีย์ตอบหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตจนแทบไหม้เป็นจุณ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความนิ่งสงบและประกายความท้าทายบางอย่างที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ “และที่สำคัญ... คนที่จะกล้าแฮกเข้ามาลบไฟล์ของนิตยสารเราในเวลานี้ มีแค่พวกขี้แพ้ที่กลัวโดนพวกเราแย่งโปรเจกต์ใหญ่เท่านั้นแหละ” รินรดาแค่น1เสียงในลำคอ เธอรู้ดีว่าใครคือคู่แข่งคนสำคัญ บริษัทคู่แข่งรายนั้นจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้พวกเขามานานแล้ว แต่การเล่นสกปรกถึงขนาดขโมยและทำลายข้อมูลดิบแบบนี้มันเกินกว่าคำว่าแข่งขันทางธุรกิจไปไกลโข “แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะคีย์ ไฟล์สำรองในฮาร์ดดิสก์พกพาอยู่ที่สตูดิโอเก่า ซึ่งตอนนี้โดนล็อกตึกเพราะรีโนเวทกะทันหัน ส่วนไฟล์ในไอแพดของฉันก็ดันซิงค์กับคลาวด์ที่โดนไวรัสล้างบางไปเรียบร้อยแล้ว” รินรดาเอามือกุมขมับ ความเครียดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนรู้สึกปวดหนึบที่ขมับ “พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงต้องพรีเซนต์งานให้บอร์ดบริหารดู ถ้าเราไม่มีงานไปเสนอ ฉัน... ฉันคงไม่รอดแน่ๆ” ความกดดันมหาศาลทำให้เสียงของเธอกลั้นความสั่นเครือไว้แทบไม่อยู่ ต่อให้เธอจะเป็นบรรณาธิการสาวปากเก่งและเด็ดเดี่ยวแค่ไหน แต่กับความพยายามแรมเดือนที่พังทลายลงในพริบตา มันก็มากเกินกว่าจะรับไหว คีย์มองท่าทางที่พยายามแข็งกร้าวแต่แฝงไปด้วยความเปราะบางของคนตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มที่ปกติมักจะฉายแววกวนประสาท แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้เสมอ เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวที่กำลังกำเข้าหากันแน่นบนตักของเธอ “มองหน้าฉันสิริน” คีย์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่นจนเธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตา “ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่า... มีฉันอยู่ทั้งคน งานนี้ไม่มีวันพังหรอก” “แต่นายจะทำยังไง งานมันหายไปหมดแล้วนะคีย์!” รินรดาโพล่งออกมาอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดทำให้เธอได้กลิ่นอายความอบอุ่นจากตัวเขาจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ “นายจะเสกไฟล์ขึ้นมาใหม่ได้รึไง” “เปล่า... ฉันเสกไม่ได้หรอก” คีย์ยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับ “แต่ฉันมี ‘แบ็คอัพ’ ที่ไวกว่าคลาวด์ ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์นี้ ฉันแอบแบ็คอัพไฟล์ภาพทุกช็อตเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ลับส่วนตัวที่ไม่มีใครเข้าถึง... เพราะฉันไม่เคยไว้ใจระบบห่วยๆ ของบริษัทตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโล่งอก เธอมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “นาย... นายทำแบบนั้นทำไม?” “ก็เพราะฉันรู้ว่าวันหนึ่งต้องมีหมาลอบกัดมาขโมยกระดูกของฉันไง” คีย์ตอบหน้าตาย ก่อนจะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งประกบข้างเธอจนไหล่แนบชิดกัน “ว่าแต่... สถานการณ์คับขันแบบนี้ ฉันช่วยเธอไว้ขนาดนี้แล้ว บรรณาธิการคนเก่งมีอะไรจะตอบแทนฉันหน่อยไหมล่ะ หืม?” แม้สถานการณ์จะตึงเครียด แต่เจ้าตัวแสบก็ยังไม่วายหยอดคำหวานกวนประสาทใส่เธอได้ รินรดาค้อนขวับใส่เขาด้วยความหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากที่เม้มแน่นเมื่อครู่กลับคลายออกเป็นรอยยิ้มจางๆ โดยไม่รู้ตัว ความโล่งใจแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความเครียดเมื่อครู่ “เพ้อเจ้ออะไรเล่า รีบกู้ไฟล์มาซะทีสิยะ!” เธอแหวใส่พลางใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเขาเบาๆ เป็นการแก้เขิน “โอ๊ย เจ็บนะริน มือหนักเป็นบ้า” คีย์แกล้งร้องโอ๊ยทำหน้าเจ็บปวดเกินจริง แต่รอยยิ้มพึงพอใจกลับระบายอยู่เต็มใบหน้าหล่อเหลานั้น นิ้วเรียวยาวของช่างภาพหนุ่มเริ่มรัวลงบนแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แสงไฟจากหน้าจอสะท้อนกับใบหน้าจริงจังของเขา จนรินรดาเผลอมองตามการเคลื่อนไหวของเรียวปากและสันจมูกโด่งเป็นสันนั้นอย่างลืมตัว เคมีที่ดึงดูดระหว่างพวกเขากลับมาคุกรุ่นอีกครั้งในห้องทำงานที่เงียบสงบ ท่ามกลางความกดดันรอบด้าน ร่างกายของทั้งคู่ขยับเข้าไปใกล้กันโดยสัญชาตญาณ คีย์เหลือบตาขึ้นมาสบตากับรินรดาที่กำลังจ้องมองเขาอยู่พอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกัน ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน คีย์หยุดพิมพ์งานกะทันหัน เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยได้รูปอยู่ห่างจากปากเผลอไผลของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร สายตาคู่คมกวาดมองริมฝีปากเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา ประกายไฟแห่งความปรารถนาวับวามขึ้นในดวงตาสีเข้มคู่นั้น “งานกู้ไฟล์น่ะแป๊บเดียวเสร็จแน่...” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดริมใบหูของเธออย่างจงใจแกล้ง “แต่เรื่อง ‘ค่าตอบแทน’ ของฉัน... เธอต้องเป็นคนเคลียร์ให้ฟังตอนนี้เลยนะรินรดา” รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานอย่างเฉียบคมตอนนี้กลับขาวโพลน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธคำกวนๆ ของเขา แต่ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงโปรดของ ‘กรณ์’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและคู่ปรับตัวฉกาจก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่ฉาบอยู่บนใบหน้า โดยมีเลขาหน้าห้องยืนหน้าซีดอยู่ข้างหลัง “อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าครับคุณรินรดา พอดีผมแค่แวะมาดูว่า... คุณยังมีหน้าเหลือไว้พรีเซนต์งานพรุ่งนี้เช้าอยู่รึเปล่า?” ไวโอเล็ตการ์เด้นขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดกวนประสาท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%