เสียงคำรามทุ้มต่ำของเครื่องยนต์วี 8 ดับลงพร้อมๆ กับที่บานประตูรถหรูสไตล์ยุโรปถูกเปิดออกด้วยมือของบอดี้การ์ดสวมสูทสีดำสนิท
"ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิด..."
คราณฑ์สินกระซิบเสียงเย็นเยียบข้างหูเธอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างใจเย็น นัยน์ตาดาร์กโรมานซ์คู่นั้นกวาดมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์และทรงอำนาจ
"อยู่เฉยๆ ในนี้... แล้วรอดูว่าหมาตัวไหนมันกล้ามาเห่าหอนหน้าบ้านฉัน"
พิมพ์มาดานั่งนิ่งอยู่บนเบาะหนังแท้ราคาแพง ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวชายหนุ่ม แม้เขาจะผละออกไปแล้ว แต่กลิ่นกายผสมผสานระหว่างน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นบุหรี่จางๆ ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวเธอราวกับเครื่องพันธนาการที่มองไม่เห็น
ค่ำคืนนี้ไม่ใช่ค่ำคืนธรรมดา... แต่มันคือสนามรบที่คราณฑ์สินตั้งใจจะลากเธอลงไปเหยียบย่างร่วมกับเขา ในฐานะ "ผู้หญิงของคราณฑ์สิน"
ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ ประตูฝั่งที่เธอนั่งก็ถูกเปิดออกอีกครั้งโดยมือหนาของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เขาไม่ได้ปล่อยให้เธอต้องก้าวลงมาเองตามลำพัง ฝ่ามือใหญ่คว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่เจ็บจนเกินไปแต่เด็ดขาดจนไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก
เธอมองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินนำหน้า เธอแต่งกายด้วยชุดราตรีเกาะอกสีดำสนิทผ่าข้างสูงจนเผยให้เห็นเรียวขาเนียนสวย ชุดนี้ถูกเลือกและจัดเตรียมไว้ให้โดยคนของเขา ทุกรายละเอียดถูกคำนวณมาอย่างดีเพื่อให้เธอกลายเป็นจุดสนใจและตอกย้ำสถานะความเป็นเจ้าของที่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง
แสงไฟระยิบระยับจากแชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงภายในห้องจัดเลี้ยงระดับไฮ엔ด์สาดส่องลงมากระทบกับผิวเนียนละเอียด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคราณฑ์สินก้าวเข้ามาพร้อมกับเธอ เสียงพูดคุยจอแจรอบห้องโถงใหญ่ก็พลันเงียบเสียงลงราวกับมีใครกดปุ่มปิดสวิตช์
สายตานับร้อยคู่จากแขกเหรื่อผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงธุรกิจสีเทาและสีขาวต่างพากันหันมาจับจ้องเป็นตาเดียว พิมพ์มาดารู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่พุ่งเข้าใส่ แต่ทว่าอุ้งมืออุ่นจัดที่โอบกระชับอยู่บริเวณเอวคอดของเธอกลับให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด
ไอร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาจนเธอต้องเกร็งตัว
"จำไว้ว่าเธอเป็นของใคร... พิมพ์มาดา"
เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดใบหู ขณะที่ริมฝีปากหยักลึกของเขาคลอเคลียอยู่ใกล้ซอกคอขาวผ่องอย่างจงใจแสดงความสนิทสนมต่อหน้าธารกำนัล ท่าทีคุกคามแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกันทำให้หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำ
"คุณคีย์... ปล่อยฉันเดินเองตามสบายบ้างก็ได้ค่ะ" เธอเอ่ยเสียงเบาหวิว พยายามขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อรักษาช่องว่าง
"ห้ามเรียกชื่อฉันห้วนๆ แบบนั้นข้างนอก... และจำไว้ว่าฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินคนเดียวในดงเสือดาวหรอกนะ" คราณฑ์สินกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดาร์กโรมานซ์ฉายแววดิบเถื่อนและเยาะหยันในทีเมื่อกวาดตามองไปยังกลุ่มคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
และสายตาคู่นั้นก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคน...
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณคราณฑ์สินนี่เอง พาแขกคนพิเศษมาเปิดตัวเสียด้วย น่าอิจฉาเสียจริงนะครับ"
น้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทำให้แผ่นหลังของพิมพ์มาดาสั่นสะท้านเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
กรณ์ ก้าวออกมาจากกลุ่มผู้ร่วมงาน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอม แต่แววตากลับแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยประกายแห่งความแค้นเคืองอย่างปิดไม่มิด สายตาคมกริบของอดีตคู่หมั้นหนุ่มกวาดมองสำรวจพิมพ์มาดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเสียดาย โกรธเกรี้ยว และสมเพช
คราณฑ์สินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่น่ากลัวจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา เขาไม่ได้ถอยหลังหนี بلกลับก้าวเข้าไปยืนบังร่างบางของพิมพ์มาดาไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับพญาเสือที่กำลังประกาศอาณาเขตของตนเอง
"ยินดีด้วยเหรอครับคุณกรณ์... ดูท่าทางคุณจะดีใจเสียจนมือสั่นเลยนะ หรือว่ากำลังเสียดายของเล่นชิ้นเก่าที่หลุดมือไป"
คำพูดเย้ยหยันบาดลึกของคราณฑ์สินทำให้กรามของกรณ์ขบเข้าหากันจนนูนเด่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ แต่ชายหนุ่มยังคงฝืนยิ้มเหี้ยมเกรียม พยายามควบคุมสติท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อรอบข้าง
"ของเก่าอะไรกันครับ... ของบางอย่าง ต่อให้เน่าคาถือครองยังไง มันก็ยังเป็นขยะที่คนอื่นเขี่ยทิ้งอยู่ดี แต่ถ้าคุณคราณฑ์สินชอบเก็บของเหลือเดนจากคนอื่นมาประดับบารมี ผมก็คงต้องขอแสดงความยินดีด้วยจริงๆ"
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์ในมือของบอดี้การ์ดที่ยืนอยู่ด้านหลังเกือบจะหล่นลงพื้น ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดได้ พิมพ์มาดารู้สึกหน้าชาวาบ คำพูดดูถูกเหียดหยามของกรณ์ทำให้มือเล็กๆ ที่กำชายกระโปรงอยู่สั่นระริกด้วยความโกรธและอับอาย
ทว่า ก่อนที่เธอจะได้ทันขยับตัวพูดอะไรออกไป แรงบีบที่เอวจากมือของคราณฑ์สินก็กระชับแน่นขึ้นจนเธอต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ
คราณฑ์สินไม่ได้โกรธเกรี้ยวขึ้นเสียงตามอารมณ์ของอีกฝ่าย ตรงกันข้าม... นัยน์ตาดาร์กโรมานซ์คู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์คู่สนทนาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างหูของพิมพ์มาดาช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้คนตรงหน้าได้ยินถนัดชัดเจน
"เห็นไหมพรีม... หมาตัวที่ฉันบอกว่ามันเห่าหอน มันโผล่หางออกมาแล้วจริงๆ"
คราณฑ์สินเงยหน้าขึ้นสบตากล้าแกร่งกับกรณ์ รอยยิ้มมุมปากของมาเฟียหนุ่มร้ายกาจและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"ขยะที่คุณว่า... ตอนนี้มันอยู่ในมือผมแล้ว และผมก็ชอบสะสมของมีค่าเสียด้วยสิครับคุณกรณ์ โดยเฉพาะของที่คนอื่นอยากแย่งชิงนักหนาเนี่ย... มันยิ่งน่าสนุกเวลาที่ได้ทำลายมันคาอก"
กรณ์หน้าถอดสีลงไปถนัดตาเมื่อเจอความดิบเถื่อนและคำพูดที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวของคราณฑ์สิน ขณะที่พิมพ์มาดาแหงนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีจำเป็นด้วยความรู้สึกที่สับสนระคนหวั่นไหว หัวใจของเธอกำลังเต้นรัวแรงด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่เธอไม่มีวันหลุดพ้น
ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์กำลังจะปะทะกันด้วยกำลัง ท่ามกลางเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากวงดนตรีสด
เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางประตูทางเข้าหลัก พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกล้าเหยียบย่างเข้ามาในงานนี้...
รอยยิ้มบนใบหน้าของคราณฑ์สินชะงักค้างไปชั่วพริบตา เมื่อนัยน์ตาดาร์กโรมานซ์กวาดไปเห็นว่าแขกผู้มาใหม่คนนั้นคือใคร
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมนและเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก•ตอนที่ 16
ก้าวสู่โลกของเขา
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!