เสียงประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะที่ปิดสนิทดังขึ้นเบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องกังวานในความรู้สึกของพิมพ์มาดา ราวกับเสียงตอกฝาโลงกรงขังที่ถูกสร้างขึ้นด้วยธนบัตรและอำนาจมืด
เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของโรงแรมหรูใจกลางมหานคร... ที่ซึ่งมองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงราวกับดวงดาวที่ถูกเหยียบย่ำไว้ใต้เท้า มันไม่ใช่สถานที่สำหรับการพักผ่อน แต่มันคืออาณาจักรส่วนตัวที่ "คราณฑ์สิน" ใช้กักขังเหยื่อผู้โชคร้ายอย่างเธอ
"เชิญสำรวจบ้านหลังใหม่ของเธอสิครับ... พรีม"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยาะหยันดังมาจากด้านหลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ถอดเสื้อนอกออกเหลือเพียงเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนและรอยสักมังกรจางๆ ที่ปลายแขน คราณฑ์สินก้าวเข้ามาใกล้ ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อให้จนมุมในถ้ำแคบๆ
พิมพ์มาดาถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับกระจกใสบานยักษ์ เบื้องล่างคือความสูงหลายร้อยเมตรที่ทำให้หัวใจหล่นวูบ แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความสูง ก็คือสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวพญาที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความกระหายใคร่รู้
"คุณคีย์... ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ" เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่ามือทั้งสองข้างจะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "หนี้สินของพ่อฉัน ฉันสัญญาว่าจะทำงานใช้คืนให้ทุกบาททุกสตางค์ แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้... แบบนี้มันไม่ต่างจากการกักขังหน่วงเหนี่ยว!"
คราณฑ์สินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นเยียบและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน เขาก้าวเข้ามาประชิดตัว จนกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยเข้าแตะจมูก ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบชิดกัน ดวงตาสสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ
"กักขังหน่วงเหนี่ยว?" คราณฑ์สินทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความกดดัน "ใช้คำรุนแรงจังนะครับพิมพ์มาดา... ผมไม่ได้กักขังคุณสักหน่อย ผมแค่ 'อุปการะ' ผู้หญิงที่กำลังจะไร้ที่ซบต่างหาก กรณ์มันโยนคุณทิ้งราวกับสิ่งของไม่มีค่า แต่ผมต่างหาก... ที่เก็บคุณขึ้นมาด้วยราคาที่สูงลิ่ว"
"ฉันไม่ใช่สิ่งของของใครทั้งนั้น!" เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือดด้วยความโกรธและอัปยศ "คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์เหรอ?" มือหนาเอื้อมมาคว้าปลายคางมนของเธอไว้ด้วยความเร็วที่เธอไม่มีทางหลบพ้น นิ้วโป้งหยาบกร้านออกแรงกดเบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส บังคับให้สบตาเขาตรงๆ "จำคำพูดของตัวเองในห้องทำงานฉันไม่ได้แล้วหรือไงครับ... หืม? ผู้หญิงที่ยอมเอาศักดิ์ศรีมาแลกกับเงินเพื่อช่วยครอบครัวอย่างคุณ ไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้นตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโลกของผมแล้ว"
สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาไม่ได้รุนแรงจนเจ็บปวด แต่มันกลับร้อนผ่าวและสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบแล่นริ้วไปตามผิวเนื้อ พิมพ์มาดาหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แรงดึงดูดระหว่างเธอกับผู้ชายคนนี้มันช่างน่ากลัว... มันคือความดิบเถื่อนที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ายวน จนเธอแทบอยากจะยอมจำนนแต่ก็ยังมีศักดิ์ศรีคอยค้ำคออยู่
"ถ้าเกลียดฉันนัก... ก็ลองแสดงความเกลียดออกมาให้ดูหน่อยสิครับ"
คราณฑ์สินกระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน ก่อนที่มืออีกข้างจะเลื่อนไปโอบเอวคอดกิ่วของเธอเข้าหาตัวอย่างแรง ร่างบางกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างที่แน่นขนัดไปด้วยกล้ามเนื้อ พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามผลักไสไหล่กว้างของเขา แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะสั่นคลอนภูผาเหล็กกล้าเช่นเขาได้
ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้การปรานี รสจูบในคราแรกดุดันและเร่าร้อนราวกับต้องการลงทัณฑ์ความดื้อรั้นของเธอ แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาและเสียงประท้วงอู้อออยู่ในลำคอของคนใต้ร่าง คราณฑ์สินก็ค่อยๆ เปลี่ยนกลยุทธ์ ริมฝีปากหนาผ่อนปรนความรุนแรงลง กลายเป็นการบดเคล้า คลอเคลีย และดูดซับความหวานล้ำจากเรียวปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ
พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนสติสตังกำลังจะหลุดลอย รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์และความเร่าร้อนของผู้ชายสายดาร์กคนนี้ ทำให้เข่าของเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง สัมผัสจากมือหนาที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังภายใต้เนื้อผ้าบางเบา ทำให้ผิวเนื้อของเธอกรีดร้องด้วยความสั่นสะท้าน แรงต่อต้านที่มีอยู่ในตอนแรกมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความหวามไหวที่ก่อตัวขึ้นอย่างดื้อรั้นในช่องท้อง
เมื่อเขาผริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้เธอได้โกกาศตักตวงอากาศเข้าปอด พิมพ์มาดาก็หอบหายใจจนอกกระเพื่อมไหว ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและ... ความปรารถนาที่เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่ดันเผลอไผลไปกับมัน
"เก่งนักไม่ใช่เหรอครับ..." คราณฑ์สินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากของเขายังคงคลอเคลียอยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มเบาๆ จนเธอสะดุ้งสุดตัว "ทำไมตอนนี้ถึงได้อ่อนปวกเปียกอยู่ในอ้อมแขนผมล่ะ หืม... พรีม"
"คุณ... คนใจร้าย..." เธอเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วยด้วยความคับแค้นใจ
"ครับ ผมมันใจร้าย..." คราณฑ์สินยอมรับหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอรชรที่สั่นเทาด้วยแรงอารมณ์ด้วยความพึงพอใจ "และผมก็จะใจร้ายกับคุณแบบนี้ไปตลอดชีวิต... เตรียมตัวรับบทเรียนบทต่อไปให้ดี เพราะคืนนี้... เรายังต้องทำความรู้จักกันอีกยาว"
พูดจบ เขาก็ช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากพื้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย โดยไม่สนใจเสียงทุบตีประท้วงและคำด่าทอที่ดังลอดริมฝีปากอิ่ม พิมพ์มาดาถูกพาตัวตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและเตียงนอนนุ่มกว้างขวาง ร่างสูงโยนเธอลงบนฟูกหนานุ่มอย่างไม่ใยดี ก่อนจะตามขึ้นมาคร่อมทับไว้ทั้งตัวราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหลุดพ้น
ความมืดมิดของราตรีนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และเธอก็รู้ดีว่า... ทางรอดเดียวที่จะออกจากกรงทองแห่งนี้แทบไม่มีเหลืออยู่เลย
ทว่า ในวินาทีที่คราณฑ์สินกำลังจะก้มลงมาปิดผนึกริมฝีปากเธออีกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความลับหน้าเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นกะทันหัน!
ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ควรจะถูกล็อกด้วยรหัสลับขั้นสูงสุด กลับกำลังเคลื่อนตัวขึ้นมา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาด้านในอย่างถือวิสาสะ...
คราณฑ์สินชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงทุ้มคุ้นหูตะโกนเรียกชื่อเธอจากห้องโถงด้านนอก...
*“พิมพ์มาดา! อยู่ไหน ออกมาหาพี่เดี๋ยวนี้!”*
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "วริศร์วิสกี้" เสมอมานะครับ)
กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก•ตอนที่ 3
กรงขังสีทอง
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!