เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าผืนฟ้าด้านนอก ไม่ได้ดึงดูดความสนใจของคราณฑ์สินแม้แต่น้อย ในเมื่อสิ่งเดียวที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าคือกายบอบบางที่กำลังสั่นเทาอยู่ใต้ร่างของเขา ประโยคสุดท้ายที่ทิ้งค้างไว้จากค่ำคืนแห่งการตรวจการบ้านยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ทว่าเวลานี้ ไม่มีสมุดบัญชีหรือเอกสารใดๆ มีค่าพอให้ความสนใจอีกต่อไปแล้ว
"ดูท่า... สมาธิของคุณมันหลุดลอยไปตั้งแต่ประโยคแรกแล้วนะ พรีม"
เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น คราณฑ์สินไม่ปล่อยให้พิมพ์มาดาได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนแนบสนิท ไออุ่นจากร่างกายของมาเฟียหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนแทบหลอมละลายความดื้อรั้นทั้งหมดในตัวหญิงสาวให้มลายหายไป นิ้วแกร่งเกลี่ยไล้กรอบหน้าเนียนอย่างถือสิทธิ์ ก่อนจะเลื่อนลงมาตรึงข้อมือเรียวทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
พิมพ์มาดาหายใจติดขัด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความหวาดกลัวระคนปรารถนาอันตรายบางอย่างกำลังตีรวนอยู่ในอกจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดมีอำนาจเหนือกว่ากัน
"ปล่อยนะคะ... คีย์... คุณมันเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด" เสียงหวานเอื้อiเอ่ยตัดพ้อด้วยความไม่ยินยอม แม้แววตาจะไหวระริกฟ้องชัดเจนถึงความพ่ายแพ้ที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อย
"ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่าท้าทาย" คราณฑ์สินแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนโยนอยู่เลยแม้แต่น้อย หากแต่เต็มไปด้วยเสน่หาอันดุร้ายที่พร้อมจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว "ในเมื่อการบ้านบทนี้ยากนัก งั้นผมจะสอนวิธีแก้โจทย์ให้คุณ... แบบตัวต่อตัวก็แล้วกัน"
สิ้นคำประกาศิตนั้น ริมฝีปากหยักลึกก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำท้วงติงทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี รสจูบในค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำไม่ได้อ่อนหวานหรือนุ่มนวล มันดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความกระหายหิวที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมมาตลอดทั้งวัน ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ พิมพ์มาดาครางประท้วงในลำคอ ยามที่เรียวฟันคมขบเม้มริมฝีปากเธอเบาๆ เพื่อลงโทษความดื้อรั้น
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้ผลักไส แต่มือที่เคยใช้ต่อต้านกลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำทึบเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว เมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนเนื้อนุ่มสัมผัสลื่นมือ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผดเผาผิวเนื้อทุกตารางนิ้วที่แตะผ่าน จนหญิงสาวต้องสะดุ้งเฮือกและแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ
"อื้อ..."
เสียงครางหวานหลุดลอดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอหน่วยตา คราณฑ์สินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อมองสำรวจผลงานของตนเอง นัยน์ตาสีเข้มดั่งรัตติกาลคู่นั้นพราวระยับด้วยเพลิงราคะที่ลุกโชน แขนแกร่งช้อนร่างนุ่มขึ้นแนบอกก่อนจะพาเคลื่อนย้ายไปยังเตียงนอนกว้างกลางห้อง เสียงสายฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก ยิ่งขับเน้นบรรยากาศภายในห้องให้เร่าร้อนและตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
เมื่อแผ่นหลังนุ่มสัมผัสกับฟูกนอน คราณฑ์สินก็ตามทาบทับลงมาดั่งเงาทมิฬที่หลีกหนีไม่พ้น เสื้อผ้าอาภรณ์ถูกปลดเปลื้องออกทีละชิ้นด้วยความชำนาญ ท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียง เรือนร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองสะท้อนเข้าหากันในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกัน
"มองผมสิ พรีม..." เสียงทاบพร่ากระซิบสั่งชิดใบหู ขณะที่นิ้วเรียวแกร่งไล้ผ่านเนินเนื้อนุ่มหยุ่นจนเจ้าของร่างสะท้านเฮือก "บอกผมซิว่าคุณเป็นของใคร"
"คน... คนบ้า..." เธอบิดเร้าด้วยความวาบหวาม สมองขาวโพลนจนแทบคิดคำพูดใดไม่ออก แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันรุนแรงเกินกว่าจะต่อต้าน ร่างกายทรยศต่อจิตสำนึกเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านวิ่งพล่านไปทั่วไขสันหลัง ยามที่ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาเคลื่อนต่ำลงมาประทับจูบซับตั้งแต่ซอกคอระหง ไหปลาร้า จนถึงยอดอกอิ่มที่ชูชันต้อนรับสัมผัส
"คำตอบไม่ผ่าน... สงสัยต้องให้ทบทวนบทเรียนใหม่อีกรอบ" คราณฑ์สินกระิบเสียงพร่าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะรุกรานเข้าสู่ห้วงลึกแห่งความสัมพันธ์ด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหน่วง เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
บทเพลงรักดำเนินไปท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามและสายฝนที่โหมกระหน่ำภายนอก ไม่มีช่องว่างให้หลบหนี ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ มีเพียงสัมผัสอันร้อนแรงและลุ่มลึกที่คราณฑ์สินบรรจงมอบให้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกสัมผัส ทุกจังหวะการเคลื่อนไหว และเสียงครางกระซิบเคล้าคลอไปกับลมหายใจหอบกระชั้น สร้างความทรงจำที่สลักลึกอยู่ในอารมณ์ของคนทั้งคู่ จนแทบไม่หลงเหลือพื้นที่ให้ความหวาดกลัวใดๆ อีกต่อไป นอกจากการยอมจำนนต่ออ้อมแขนอันทรงพลังนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ จนกระทั่งพายุฝนด้านนอกเริ่มสงบลง เหลือเพียงเสียงหยาดน้ำฝนที่หยดติ๋งกระทบพื้นด้านนอกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
คราณฑ์สินนอนตะแคงกอดร่างนุ่มนิ่มที่หลับใหลซุกซบอยู่กับแผงอกกว้างของตน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของพิมพ์มาดาบ่งบอกว่าเธอเหนื่อยอ่อนจากการเรียนบทเรียนราคาแพงในค่ำคืนนี้เพียงใด ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงที่สั่นครอดเบาๆ ขึ้นมาดูด้วยหางตา
นิ้วแกร่งกดเปิดหน้าจอเพื่อดูข้อความปลุกยามดึก ทว่าข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ปรากฏขึ้นกลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของมาเฟียหนุ่มเลือนหายไปในพริบตา นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงด้วยความเย็นเยียบ
*[มีคนพบตัวกรณ์ที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7... และมันกำลังส่งเอกสารลับชุดสุดท้ายให้ตำรวจ]*
คราณฑ์สินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเงียบสงบในค่ำคืนนี้ถูกทำลายลงทันทีด้วยเกมการแก้แค้นที่ยังไม่จบสิ้น มืออีกข้างที่ไม่ได้โอบกอดหญิงสาว ค่อยๆ เลื่อนไปหยิบปืนพกสีดำสนิทที่วางอยู่ใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบที่สุด โดยไม่ให้คนที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนต้องตื่นตระหนก
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ
- วริศร์วิสกี้ -
กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก•ตอนที่ 13
คืนที่พายุโหมกระหน่ำ
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักร้ายพ่ายรักคุณอาสายดาร์ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!